ยิ้มไว้ก่อนเพื่อนสอนไว้
ฟิลิปป์ เศรษฐีหนุ่มใหญ่ หน้าตายังหล่อเหลา ดูดี มีสง่าราศี แต่หลังประสบอุบัติเหตุไม่คาดฝันเครื่องร่อนตกกระแทกพื้น
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
The Intouchables
ประเทศ ฝรั่งเศส
ประเภท ชีวิต / ตลก
ความยาวหนัง 125 นาที
เรตติ้ง น.15+ (เหมาะสำหรับผู้ชมที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป)
กำกับ โอลิเวียร์ เน็คเอช / เอริค โตเรเดโน่
นำแสดง ฟรองซัวส์ คลูเซต์ และโอมาร์ ซี
ฟิลิปป์ เศรษฐีหนุ่มใหญ่ หน้าตายังหล่อเหลา ดูดี มีสง่าราศี แต่หลังประสบอุบัติเหตุไม่คาดฝันเครื่องร่อนตกกระแทกพื้น ส่งผลให้ร่างกายเป็นอัมพาตขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไม่ได้ ต้องนั่งบนวีลแชร์ไปตลอดชีวิตที่เหลือ
วันหนึ่งได้ประกาศรับสมัครพยาบาลส่วนตัว มีผู้มาสมัครมากหน้าเต็มไปด้วยประสบการณ์ การันตีได้จากปริญญาและแฟ้มผลงานเจ๋งๆ ในกระเป๋า แต่สวรรค์ดลบันดาลให้เขาเลือกรับชายหนุ่มผิวสี ร่างโย่ง ท่าทางแข็งแรง เปี่ยมล้นพลังคนหนุ่ม นามว่า ดริสส์
คนหนึ่งคือเจ้านายในตระกูลร่ำรวยสูงส่ง เป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว อีกคนโตจากสลัม พูดจาขวานผ่าซาก โผงผาง ความแตกต่างสุดขั้วในทุกแง่มุม ทุกด้านของชีวิต ดูแล้วนึกภาพไม่ออกเลยว่าทั้งคู่จะไปด้วยกันรอด แต่ท้ายที่สุดวันเวลาสั้นๆที่ทั้งสองใช้จ่ายร่วมกัน มิตรภาพอันงดงามก็พลันเบ่งบานดั่งดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ
จากพยาบาลส่วนตัว เลขานุการคอยให้คำปรึกษา สุดท้ายกลายมาเป็นเพื่อนซี้กันในที่สุด
The Intouchables ภาพยนตร์สัญชาติฝรั่งเศส สร้างจากเรื่องจริงของสองชาย เจ้านายลูกน้อง ที่กลายมาเป็นเพื่อนรัก แม้จะรากเหง้าชีวิตจะแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่กลับทดแทนช่องว่างกันและกันจนเติมเต็ม เรื่องนี้กวาดรายได้ถล่มทลายทั่วยุโรปและอเมริกา ทะยานขึ้นอันดับสองของภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส
การกำกับที่ดูเรียบง่าย ทว่าไม่ธรรมดาของคู่หู โอลิเวียร์ เน็คเอช และเอริค โตเรเดโน่ ทั้งคู่เลือกพล็อตมาจากเรื่องจริงของหนังสือชีวประวัติขายดี อ่านเกมขาดอย่างชาญฉลาดได้ว่าคนดูจะต้องซาบซึ้งประทับใจไปกับเรื่องราวอันงดงามของมิตรภาพบนความต่าง ไม่ว่าชาติพันธุ์ ฐานะ พื้นเพชีวิต อันถือเป็นความรู้สึกสากลที่คนทั้งโลกสัมผัสร่วมกันได้
นักแสดงดังแดนน้ำหอมอย่าง ฟรองซัวส์ ครูเซต์ รับบทฟิลิปป์ เศรษฐีพิการบนรถเข็น โชว์ฝีมือออกมาอย่างไร้ที่ติ แม้จะต้องเล่นเป็นคนพิการที่เป็นอัมพาตทั้งร่าง ขยับไม่ได้ ดังนั้นพลัง ความสามารถ การแสดงออกทุกอย่างจึงปรากฏอยู่บนสีหน้า แววตา รอยยิ้ม ตามแต่สถานการณ์จะพัดพาไปตลอดทั้งเรื่อง
ตัวละครเอกอีกราย โอมาร์ ซี ดาราดาวรุ่งผิวสี ผู้ปลดปล่อยเสน่ห์ทั้งหมดทั้งตัว เปล่งประกายแบบไม่มียั้ง ส่งผลให้ให้คนดูหลงรักเข้าเต็มเปา โปรยยิ้มกว้าง ปลดปล่อยเสียงหัวเราะลั่นสนั่นโรง เพราะความเปิดเผย กระตือรือร้น เต็มไปด้วยชีวิตชีวา พูดจาโผงผางตรงไปตรงมา ชนิดที่ว่าปากตรงกับใจอย่างไรอย่างนั้น
ยิ่งได้อยู่ใกล้ยิ่งสัมผัสได้ถึงพละกำลัง ความระห่ำของวัยหนุ่ม ชวนให้อะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน
แต่ละฉากแต่ละตอน จะเห็นอารมณ์ขัน มุขตลกแพรวพราว ทำเอารอยยิ้มสวยๆ ของทั้งฟิลิปป์และดริสส์เปล่งประกายเจิดจ้า พาให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจ อบอวลบรรยากาศความสุข น่ายินดีปรีดา ปราศจากความทุกข์ใดๆ
ฉากปรับรถวีลแชร์ของฟิลิปป์ให้สามารถวิ่งได้เร็วขึ้น ฉากทั้งคู่นอนหน้าตาเคลิ้มขณะให้สาวไซด์ไลน์บีบนวดเฟ้นตามร่างกายจนถึงใบหูอย่างเสียวซ่าน ฉากสูบกัญชาควันโขมงแก้เครียด แล้วพากันออกไปซิ่งบนท้องถนนยามค่ำคืน
ฉากดริสส์โชว์สเต็ปฮิปฮอป เปลี่ยนบรรยากาศซบเซาของเพลงบรรเลงจากวงออเคสตรา ท่ามกลางแขกเหรื่อออกมาเต้นบนฟลอร์อย่างเมามัน ฉากฟิลปป์ได้กลับขึ้นไปเล่นเครื่องร่อนบินฉวัดเฉวียนบนท้องฟ้าอีกครั้ง
ไฮไลต์ที่สุดน่าจะอยู่ตรงฉากจบของเรื่องที่ช่างเหมาะเจาะ ถูกที่ถูกเวลา ส่งผลให้คนดูน้ำตารื้นด้วยความซาบซึ้งตรึงใจ เมื่อได้เห็นลูกน้องมอบ 'ของขวัญ' ที่ดีที่สุดในชีวิตแก่เจ้านาย ก่อนแยกย้ายไปตามวิถีทางของตัวเอง
หนังเรื่องนี้ถ่ายทอดออกมาอย่างเรียบง่าย ทว่าสวยงาม ไม่น้ำเน่า ดรามาน้ำตาแตก
เรื่องราวแสนสวยงามน่าประทับใจ มิตรภาพบนความแตกต่าง ทำให้ให้แต่ละคนได้พบกับประสบการณ์ใหม่ เห็นมุมมองที่แตกต่างออกไป เต็มไปด้วยหัวใจสุขล้น อารมณ์ขัน และสาระแห่งชีวิต
หมายเหตุเข้าฉายเฉพาะโรง พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เอสเอฟ เวิลด์ ซีนีมา และ เฮ้าส์ อาร์ซีเอ เท่านั้น


