
รู้รักษาตัวรอดยามคับขัน
เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
มีหนังสือขายดีมากในสหรัฐอเมริกาชื่อ The WorstCase Scenario Survival Handbook เขียนโดย Joshua Piven และ David Borgenicht พูดถึงการเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันต่างๆ หนึ่งในนั้นคือการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์จลาจล ซึ่งคนไทยยามนี้รู้ไว้ไม่เสียหลาย บางเรื่องบางตอนขอยกมาเฉพาะที่คิดว่าน่าสนใจ นำมาปรับใช้ได้
เอาตัวรอดในยามจลาจล
1.หนีให้ไกลจากจุดเกิดเหตุ
2.ถ้ากำลังขับรถ ให้เคลื่อนรถออกจากบริเวณที่มีการจลาจลให้เร็วที่สุด อย่าหยุดหรือจอดรถ ควรอยู่ในรถจนกระทั่งเหตุวุ่นวายยุติ
3.ถ้าอยู่ในอาคาร ให้หลบอยู่ในนั้น
ตรวจหาทางหนีทีไล่ให้ดี และเหลือบสายตาดูประตูทางออกฉุกเฉินไว้ด้วยกรณีเกิดเพลิงไหม้ พยายามออกห่างจากหน้าต่าง เตาไฟ เตาแก๊ส และเครื่องเรือนขนาดใหญ่ อย่าอยู่ในครัว ให้หนีออกไปจากครัว ซึ่งเป็นบริเวณที่อันตรายที่สุด ถ้าสถานการณ์ยังไม่สงบ อย่าวิ่งลงชั้นล่างหรือออกไปข้างนอก รวมทั้งอย่าเข้าไปในบริเวณที่มีสิ่งของที่อาจเป็นอันตราย เช่น แก้ว ตะปู หรือของมีคม ซึ่งอาจทำให้เราบาดเจ็บได้
4.หลังเหตุจลาจล ให้ตรวจสอบผู้บาดเจ็บ และหาทางปฐมพยาบาลหรือขอความช่วยเหลือ
5.อย่าพยายามเคลื่อนย้ายบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง เว้นแต่ผู้บาดเจ็บจะอยู่ในบริเวณที่มีอันตราย ให้ใช้ผ้าคลุมร่างผู้บาดเจ็บไว้ และร้องขอความช่วยเหลือทางการแพย์สำหรับการบาดเจ็บที่รุนแรง
6.ถ้าเป็นไปได้ ให้ใส่รองเท้าพื้นแข็งๆ หนาๆ เพราะเราอาจเหยียบเศษแก้ว หรือของมีคม
7.ให้ตรวจสอบสิ่งที่อาจเป็นอันตราย
7.1 ถ้ามีไฟไหม้ ให้ดับทันที
7.2 แก๊สรั่ว ให้เข้าไปปิดวาล์ว ถ้าเราสงสัยว่ามีการรั่ว เช่น พบท่อแก๊สหัก หรือได้กลิ่นแก๊ส
อย่าใช้ไม้ขีด ไฟแช็ก เตาแคมปิง หรือเตาบาร์บีคิว รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เนื่องจากเครื่องใช้เหล่านี้อาจทำให้เกิดประกายไฟ และอาจไปจุดระเบิดแก๊ส ทำให้เกิดการระเบิดและไฟไหม้ลุกลาม
ถ้าเราปิดวาล์วแก๊สไว้แล้ว อย่าเปิดแก๊สอีก (แม้จะมั่นใจว่าไม่มีกลิ่นแก๊สแล้วก็ตาม) ให้ตามบริษัทแก๊สมาตรวจสอบเสียก่อน
7.3 สายไฟขาด ให้ปิดสวิตช์ที่แผงควบคุม ถ้าสายไฟภายในบ้านได้รับความเสียหาย
7.4 คราบสกปรก พบคราบสกปรกของยาหรือสารเคมีที่เป็นอันตรายร้ายแรง เช่น สารฟอกสี ด่าง หรือน้ำมัน ให้ล้างออกทันที
8.เส้นทางคมนาคมอาจถูกตัดขาด หรือใช้ไม่ได้ จึงควรสต๊อกหรือสำรองอาหารและน้ำสะอาดไว้
8.1 นับจำนวนสมาชิกและซื้อตุนอาหารเก็บให้พอเพียง อย่างน้อยที่สุด 2 วัน
8.2 การใช้ชีวิตในช่วงเหตุการณ์ในช่วงสุญญากาศ ให้ตรวจสอบอาหารและน้ำ ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะกินหรือหยิบเข้าปาก อย่ากินและดื่มจากภาชนะที่พบรอยแตก หรือแม้แต่อาหารและน้ำที่ตั้งหรือวางอยู่ใกล้ๆ บริเวณที่มีสิ่งแตกหัก เหตุจลาจลที่มีความรุนแรงมักมีการตัดไฟฟ้า ให้นำเนื้อสัตว์หรือพืชผักที่แช่แข็ง หรือที่เสียง่ายมาทำเป็นอาหารก่อน
8.3 อาหารที่อยู่ในช่องแข็ง ควรจะยังพอใช้ได้อีกอย่างน้อย 2 วัน กรณีไม่มีน้ำดื่ม เราสามารถดื่มน้ำจากเครื่องทำความร้อน น้ำแข็งก้อนที่ละลายออกมา หรืออาหารกระป๋อง หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำจากสระว่ายน้ำ สระสาธารณะ
9.ระมัดระวัง ใช้ชีวิตแบบปลอดภัยไว้ก่อน (เพลย์เซฟ) พึงเตรียมตัวเตรียมใจ รับมือกับสถานการณ์ความวุ่นวายที่อาจไม่จบง่ายๆ
ข้อควรระวัง
ใช้โทรศัพท์เพื่อการแพทย์หรือแจ้งเพลิงไหม้เท่านั้น เพราะหากใช้พร่ำเพรื่อ เราอาจไปขัดขวางสายโทรศัพท์ที่เรียกเข้ามาขอความช่วยเหลือ ถ้าโทรศัพท์เสีย ให้ส่งคน (ที่มีหน่วยก้าน) ออกไปขอความช่วยเหลือ
อย่าหวังให้ตำรวจ แพทย์ นักผจญเพลิง หรืออาสาสมัครต่างๆ มาช่วยเหลือเราทันที เพราะพวกเขาอาจต้องช่วยคนอื่นๆ ที่ลำบากกว่าเราก่อน พึงช่วยตัวเองให้มาก
การเตรียมพร้อม
การเตรียมพร้อมที่จะเจอกับเหตุการณ์ความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้น เป็นหนทางที่ดีที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมคนในบ้านของเราไว้ด้วย ต้องแน่ใจว่าแต่ละคนในบ้านรู้ว่าจะต้องทำอะไรเมื่อเกิดเหตุจลาจลขึ้น
1.ให้นัดตำแหน่งที่จะเจอกันหลังเหตุการณ์ร้ายผ่านไป
2.ถ้าอยู่ในบ้านด้วยกัน ให้รวมกลุ่มกันไว้ ใครจะไปไหน อยู่ตรงไหน ต้องรู้
3.ให้ศึกษาแผนการรับมือกับเหตุการณ์ของโรงเรียนของลูก หรือสถานที่ดูแลเด็ก
4.เตรียมรองเท้าที่ใส่แล้วสบายที่สุดไว้
5.ต้องรู้ว่าตัวปิดหลักของแก๊ส ไฟฟ้า น้ำอยู่ที่ใดและรู้ว่าจะปิดมันอย่างไร ถ้าเกิดรั่วหรือไฟชอร์ตและต้องแน่ใจว่าผู้สูงอายุในบ้านสามารถจัดการกับมันได้
6.รู้ตำแหน่งของสถานีตำรวจและดับเพลิง รวมถึงสถานพยาบาลฉุกเฉินที่อยู่ใกล้ที่สุด
7.พูดคุยกับเพื่อนบ้าน เพื่อช่วยเหลือกันและกันในยามฉุกเฉิน
8.เข้ารับการอบรมต่างๆ เช่น การปฐมพยาบาล การฝึกช่วยชีวิต เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น (และตัวเอง) ในยามฉุกเฉิน







