ตะลุยสามแคว้น แดนพญานาค
ยามเย็นริมแม่น้ำโขงอันแสนเชี่ยว ดวงอาทิตย์ทอแสงรำไร ใกล้ลับขอบฟ้า อีกฟากฝั่งลาวไกลลิบๆ มองดูเขียวขจี มีขุนเขา
โดย...ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
นครพนม
ยามเย็นริมแม่น้ำโขงอันแสนเชี่ยว ดวงอาทิตย์ทอแสงรำไร ใกล้ลับขอบฟ้า อีกฟากฝั่งลาวไกลลิบๆ มองดูเขียวขจี มีขุนเขา บ้านเรือนประชาชนขึ้นเป็นหย่อมๆ ที่นี่ลานตะวันเบิกฟ้า ลานกิจกรรมของชาวนครพนม ที่ทำเป็นขั้นบันไดให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้มานั่งชมความงามของท้องน้ำและสอดส่ายสายตามองหาท่านพญานาค บ้างก็ว่าเคยเห็นลิบๆ เป็นเกล็ดขาว ตัวยาวเฟื้อยเลื้อยกลางลำน้ำ ความเชื่อความผูกพันของชาวบ้านกับพญานาคมีมานานแสนนานตั้งแต่ครั้งบรรพกาล ก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมและประเพณี ไม่ว่าจะทำการสิ่งใดจะต้องบวงสรวงองค์พญานาคก่อน พิธีเปิดปีการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสนุก ซึ่งประกอบด้วย สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ก็เช่นกัน
ขนม ข้าวต้ม ไข่ ผลไม้มากมายหลายชนิด ถูกนำมาเป็นเครื่องบวงสรวง พานพุ่มใบตองวางเรียงรายเป็นเครื่องสักการะ รวมถึงองค์พญานาคจำลองที่ทำขึ้นจากใบตองอย่างสวยงามด้วยแรงศรัทธา พราหมณ์ชุดขาวกล่าวบทสวดบูชาพญานาคราช ประชาชนที่รายรอบพิธีต่างพนมมือ แววตาศรัทธาเต็มเปี่ยม บรรยากาศดูขลังก้องกังวานไปถึงพื้นน้ำ
พระธาตุพนม
โบราณสถานเอกของ จ.นครพนม ตั้งอยู่ใน อ.ธาตุพนม เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุส่วนหน้าอกพระพุทธเจ้าที่นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวลาวตั้งใจเดินทางมากราบไหว้และชมความงดงาม สภาพวัดโดยรอบแลดูยังใหม่เอี่ยมนัก จากการบูรณะเป็นอย่างดี ลักษณะองค์พระธาตุเป็นสี่เหลี่ยมสีขาว สลักลายสีทอง สูงชะลูด 53.6 เมตร ประดับยอดฉัตร มองเห็นเด่นเป็นสง่าแม้จากนอกวัด ซุ้มประตูทางเข้าวัด ประดับด้วยองค์พญานาค ภายในวัดยังประดับด้วยพญานาคน้อยใหญ่มากมาย รวมถึงพระพุทธรูปปรางค์นาคปรก ชาวบ้านมักเดินทางมากราบไหว้ขอพรและฟังพระธรรมเทศนา ส่วนการนมัสการประจำปีจะมีขึ้นในวันเพ็ญ เดือน 3 ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี
ที่นี่จะมีพิธีกรรมการเขียนชื่อบนผ้าเหลืองผืนยาว แล้วนำผ้าเดินวนรอบองค์พระธาตุ 3 รอบ ก่อนนำไปพันรอบองค์พระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งจะมีขึ้นในวาระสำคัญเท่านั้น
นอกจากพระธาตุพนมแล้ว จ.นครพนม ยังมีพระธาตุประจำวันเกิดอีก 7 พระธาตุ พระธาตุเรณู พระธาตุประจำคนเกิดวันจันทร์ พระธาตุศรีคูณ ประจำคนเกิดวันอังคาร พระธาตุมหาชัย สำหรับคนเกิดวันพุธ, พระธาตุประสิทธิ์ ประจำคนเกิดวันพฤหัสบดี พระธาตุท่าอุเทน ประจำคนเกิดวันศุกร์ พระธาตุนคร ประจำคนเกิดวันเสาร์ และพระธาตุพนม ประจำคนเกิดวันอาทิตย์ ซึ่งพระธาตุทั้ง 7 อยู่ไม่ไกลกันมากนัก หากจะไหว้ให้ครบทั้ง 7 พระธาตุ แบบสบายๆ สไตล์ชิล ชิล ก็ใช้เวลาประมาณ 3 วัน
พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร
ตั้งอยู่ใน อ.เมืองนครพนม เป็นตึก 2 ชั้น ทาสีเหลือง ก่ออิฐ ถือปูน ศิลปะแบบโคโลเนียลฝรั่งเศส อาคารเป็นผนังหนา ไม่มีเสา เดิมเป็นบ้านพักของผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ ไม่มีผู้พักอาศัยแล้ว เป็นที่รวบรวมภาพสำคัญๆ ในอดีตของ จ.นครพนม ทำเนียบชื่อผู้ว่าราชการจังหวัดและศิลปกรรมพื้นบ้านของที่นี่
มุกดาหาร
ภูผาเทิบ
จากนครพนมสู่จังหวัดข้างเคียง “มุกดาหาร” ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างทางสามารถแวะชมและเลือกซื้อสินค้าได้ที่ตลาดอินโดจีน ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ก่อนมุ่งสู่อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร หรือภูผาเทิบ ที่มีเอกลักษณ์สำคัญคือกลุ่มหินเทิบที่วางตัวกระจายทับซ้อนกันเป็นประติมากรรมทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา เหมือนมียักษ์หยิบหินมาวางเรียงเล่น ซึ่งเดิมในยุคดึกดำบรรพ์พื้นที่ดังกล่าวอยู่ใต้ทะเลมาก่อน ต่อมาภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกดันพื้นที่ดังกล่าวขึ้นสูง มีการกัดเซาะของฝน ลม และแสงแดด มาหลายล้านปีจนเกิดเป็นประติมากรรมหินที่แสนมหัศจรรย์ ที่สำคัญมีภาพเขียนรูปเรขาคณิตโบราณ อายุ 3,0005,000 ปี สมัยเดียวกับภาพเขียนที่ผาแต้ม นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวช่วงฤดูหนาว เพราะจะเป็นช่วงที่อากาศดีและดอกไม้ป่าหลายชนิดบานสะพรั่งสวยงาม มีจุดกางเต็นท์ไว้บริการและมีเส้นทางเดินป่าสำหรับนักผจญภัยด้วย
สกลนคร
ทะเลสาบหนองหาน
ถัดจากมุกดาหารสู่ทะเลสาบหนองหาน บึงน้ำเวิ้งว้างขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตาบนพื้นที่กว่า 7 หมื่นไร่ บนพื้นที่ อ.โพนนาแก้ว และ อ.เมืองสกลนคร นักท่องเที่ยวสามารถแล่นเรือออกมารับลมเย็น พร้อมชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามกลางบึงได้ มีตำนานเรื่องเล่าของชาวบ้านบางคนที่บอกว่าได้เห็นพญานาควนว่ายเป็นเกลียวคลื่นอยู่บ่อยๆ ในยามเย็นจะมีชาวบ้านมานั่งที่ริมบึงเป็นกลุ่มคณะ บ้างมาเป็นครอบครัวเพื่อชมความงามทุกวัน
วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร
วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เป็นวัดประจำ จ.สกลนคร เป็นศิลปะสมัยล้านช้างช่วงต้นๆ องค์พระธาตุเป็นลักษณะเหลี่ยม 4 ด้าน ฐานสีขาว ด้านบนฉาบด้วยสีทอง สูงประมาณ 24 เมตร ภายในองค์พระธาตุบรรจุโบราณวัตถุล้ำค่าสมัยขอมโบราณ ล้านช้างมากมายหลายชิ้น ประเมินค่ามิได้ ชาวบ้านที่นี่นิยมมากราบไหว้ด้วยเชื่อว่าเป็นการนมัสการพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ ด้านทิศตะวันออกของวัดติดทะเลสาบหนองหาน ด้านหน้ามีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ตามตำนานเชื่อว่าเชื่อมทะลุไปถึงเมืองเวียงจันทน์
พระประธานในพระอุโบสถ คือหลวงพ่อแสง อายุประมาณ 700 ปี เป็นศิลปะลาวช่วงต้นๆ ต่อมามีการบูรณะแล้วเปลี่ยนหน้าพระพักตร์เป็นแบบสุโขทัย งานนมัสการพระธาตุประจำปีจะมีในวัน 1115 ค่ำ เดือนยี่ตามสายทางแม่น้ำโขง เรื่องราว ตำนาน และความเชื่อของผู้คนทั้งสองฟากฝั่งไทยลาว ประเพณีวัฒนธรรมล้วนคล้ายคลึงกัน ทุกเรื่องราวมักมีเรื่องราวของพญานาคเข้ามาเกี่ยวข้อง เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนลุ่มน้ำโขง แม้บางคนจะไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ จริงๆ เลยก็ตาม แต่การได้สักการะองค์พญานาคก็ทำให้พวกเขาสุขใจ อบอุ่นใจ และมั่นใจกับการดำเนินชีวิต...


