posttoday
ความหวังชีวิตริบหรี่ น้ำโขงใต้นโยบายแบตเตอรี่เอเชีย

ความหวังชีวิตริบหรี่ น้ำโขงใต้นโยบายแบตเตอรี่เอเชีย

21 กันยายน 2555

หลายชั่วคนมาแล้ว ที่คนเมืองโขง แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หาอยู่หากินด้วยการจับปลาในแม่น้ำโขง

โดย...สุพงษ์ ทวิภา

หลายชั่วคนมาแล้ว ที่คนเมืองโขง แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หาอยู่หากินด้วยการจับปลาในแม่น้ำโขง สภาพภูมิศาสตร์ซึ่งแม่น้ำโขงแยกย้ายออกเป็นหลายสาย เซาะแทรกแผ่นดินเป็นเกาะแก่งสันดอนมากมาย ซึ่งเรียกกันว่าสีพันดอน หรือสี่พันดอน ทำให้เกิดระบบนิเวศที่ก่อเกื้อต่อการอยู่อาศัยของปลา ใช่เพียงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เท่านั้น สีพันดอนยังเป็นช่องทางให้ปลาอีกหลายชนิดจากแม่น้ำโขงตอนใต้ในประเทศเวียดนามและกัมพูชา ลัดเลาะผ่านช่องทางน้ำหรือฮู ขึ้นไปวางไข่ในแม่น้ำโขงตอนบน

แต่ระบบนิเวศที่เกิดขึ้นมานับพันปี และชีวิตคนเมืองโขงที่หากินกับการจับปลาอีกกว่า 4,000 รายอาจต้องเปลี่ยนไป หากในอนาคตสี่พันดอนจะถูกขวางกั้นด้วยเขื่อนใหญ่

“รัฐบาลให้พวกเราจับปลาได้ถึงปี 2014 หลังจากนั้นห้ามจับเด็ดขาด” หนุ่มใหญ่ลูกน้ำโขงวัยใกล้ 40 เล่าถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับอนาคตของเขา จากการที่รัฐบาลลาวจับมือกับกลุ่มทุนจากมาเลเซีย เตรียมก่อสร้างเขื่อนดอนสะฮอง ไม่ไกลจากบ้านของพวกเขามากนัก โดยเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาสำรวจทางธรณีวิทยาในพื้นที่

ถึงแม้รัฐบาลจะไม่มีคำสั่งให้พวกเขา ชาวบ้านดอนสะฮองกว่า 70 ครอบครัวต้องย้ายถิ่นฐาน ทั้งที่ได้จัดเตรียมที่ดินให้แก่ผู้สมัครใจย้ายถิ่นไว้แล้วครอบครัวละครึ่งไร่ แต่การห้ามจับปลาก็เสมือนไล่ทางอ้อม เพราะหากินไม่ได้ แม้จะทำนาปลูกข้าว แต่ที่ดินเพาะปลูกก็ไม่เพียงพอแก่การยังชีพตลอดปี ไม่ต้องคิดถึงการขายเพื่อเป็นรายได้หลักในการยังชีพแทนการจับปลา

ความหวังชีวิตริบหรี่ น้ำโขงใต้นโยบายแบตเตอรี่เอเชีย

 

“เราคงไม่ไป เริ่มต้นใหม่ก็ไม่รู้จะทำอาชีพอะไร อยากเป็นแรงงานตัวเอง ไม่อยากไปเป็นแรงงานของใคร”

ใช่เพียงแหล่งทำมาหากินของผู้คน แต่แม่น้ำโขงช่องไหลผ่านดอนสะฮอง หรือที่เรียกว่า ฮูสะฮอง ยังเป็นทางผ่านของปลาหลายชนิด อาทิ ปลาบึก เพื่อขึ้นไปวางไข่ในแม่น้ำโขงตอนบน ซึ่งโครงการก่อสร้างเขื่อนดอนสะฮองได้วางแผนที่จะระเบิดหิน เจาะทางน้ำใหม่ให้ปลาว่ายขึ้นไปวางไข่ แต่ชาวบ้านไม่เชื่อว่าจะได้ผล เพราะฮูหรือรูใหม่ที่ว่านี้เล็กกว่าเดิมมาก

ข้อมูลการศึกษาผลกระทบจากการสร้างเขื่อนต่อพันธุ์ปลาในแม่น้ำโขงขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF ระบุว่า มีการวางแผนสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง 11 แห่ง เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งหากเกิดขึ้น ปลาในแม่น้ำโขงจะลดจำนวนลงไป 16% หากประเมินด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจจะมีมูลค่าประมาณปีละ 1.4 หมื่นล้านบาท

และที่น่าตระหนกกว่านั้นก็คือ หากแผนก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำสาขาในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงอีก 77 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2573 จำนวนปลาจะลดลงไปถึง 37.8% ความเสียหายทางเศรษฐกิจร่วม 4 หมื่นล้านบาทต่อปี นี่คือผลกระทบต่อผู้คนลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างในประเทศลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ที่มีมากถึง 60 ล้านคน จากผลการศึกษานี้ WWF ได้เรียกร้องให้กลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ยืดเวลาตัดสินใจก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงออกไปอีก 10 ปี เพื่อรวบรวมข้อมูลต่างๆ ให้ครบถ้วนและรอบด้านมากที่สุด

ความหวังชีวิตริบหรี่ น้ำโขงใต้นโยบายแบตเตอรี่เอเชีย

 

ขณะที่ตอนใต้ของดอนสะฮอง แม่น้ำโขงบริเวณชายแดนลาวกัมพูชา ยังเป็นแหล่งอาศัยของปลาค่า หรือโลมาอิรวดี ชาวบ้านโอวสวาย จังหวัดสตรึงเตรง ประเทศกัมพูชา ก็วิตกถึงการอยู่รอดของโลมาอิรวดี เพราะใช่เพียงเขื่อนดอนสะฮองในประเทศลาวเท่านั้น แต่ลงใต้ไปอีกไม่ถึง 100 กิโลเมตร รัฐบาลกัมพูชาก็มีโครงการสร้างเขื่อนซำบอ กั้นแม่น้ำโขงในพื้นที่จังหวัดกระแจะ

ฮัก วิเมียน ผู้อำนวยการบริหารพื้นที่ชุ่มน้ำ หรือ RAMSAR SITE จังหวัดสตรึงเตรง ยืนยันว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก และการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในประเทศจีน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อระบบนิเวศแม่น้ำโขงตอนล่างอย่างเห็นได้ชัด

“หน้าแล้งแม่น้ำโขงก็ไม่มีน้ำ เดินข้ามกันได้ พอช่วงเดือน 9 เดือน 10 น้ำก็มามาก ดอนบางแห่งที่ไม่เคยถูกน้ำท่วมก็ถูกท่วมทั้งหมด ถ้ามีการสร้างเขื่อนตอนล่างอีก โลมาอิรวดีก็คงอยู่ไม่ได้ นกอีกกว่า 200 ชนิดก็คงย้ายถิ่น เพราะไม่มีปลาเป็นอาหาร และชาวบ้านแถบสตรึงเตรงอีกกว่า 1.6 หมื่นคน ที่หากินกับการทำนา ทำไร่ หาปลา ก็คงจะอยู่ลำบากยิ่งขึ้น สร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า ใครได้ประโยชน์ก็ไม่รู้ แต่ปลานี่ชาวบ้านได้ประโยชน์ ไฟฟ้าเราต้องจ่ายเงินซื้อ แต่เราจับปลาได้ไม่ต้องเสียเงิน”

ความกังวลต่อผลกระทบเหล่านี้ กลุ่มทุนพลังงานข้ามชาติไม่เคยใส่ใจฟัง ขณะที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ในลุ่มแม่น้ำโขง ก็หวังเพียงแค่เม็ดเงินที่ได้รับเฉพาะหน้า

แม่น้ำโขง มหานทีที่หล่อเลี้ยงผู้คนหลายสิบล้านชีวิตมานานนับพันปี กำลังจะกลายเป็นเพียงแค่แหล่งพลังงาน หรือที่ได้รับฉายาว่า แบตเตอรี่แห่งเอเชีย

แน่นอนว่า ความจำเป็นในการหาแหล่งพลังงานราคาถูกนั้น จำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังพัฒนา เพียงแต่การตัดสินใจนำระบบนิเวศเข้าไปแลกนั้น สมควรต้องพิจารณาไตร่ตรองให้มากกว่าเม็ดเงินที่จะได้รับเฉพาะหน้า เพราะผลที่ตามมาคืออนาคต ชีวิต ของผู้คน และอนุชนรุ่นต่อๆ ไป


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท