
สัญชาตญาณ
ปู โลกเบี้ยว
ปู โลกเบี้ยว
เจอเรื่องให้ประหลาดใจเลยต้องรีบเขียน ... สัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต เคยดูแต่สารคดีข่าวหรือในตำราก็ไม่คิดว่าจะเจอกับตัว เคยเห็นข่าวที่ช้างมันมักจะรู้ก่อนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว คนเลี้ยงช้างบอกว่ามันจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงไม่กินอาหารและพยายามจะกระชากโซ่เพื่อให้มันพ้นจากพันธนาการ ไม่นานนักก็เกิดแผ่นดินไหว ไม่รู้ว่าหมาบ้านอื่นเค้าเป็นกันมั้ยนะ แต่หมาบ้านปูมันจะรู้ก่อนว่าพายุหรือฝนจะมา มันจะกระวนกระวายวิ่งวนไปมารอบบริเวณบ้านเลย แล้วรีบเข้าไปนอนขดอยู่ในกรงของมันทันทีทั้งๆ ที่เราก็เห็นอยู่ว่าฟ้าใสเชียว แต่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงฟ้าครึ้มพายุกระหน่ำ แล้วฝนก็ตกใหญ่เลยอ่ะ ตอนแรกปูก็ไม่เคยสังเกตหรอกนะ แต่แม่ปูเค้าบอกว่าให้รีบปิดประตู หน้าต่าง ปูก็ว่าจะปิดทำไม เปิดไว้ก่อนยังไม่ทันเย็นค่ำเลย เขาก็บอกว่าดูเจ้าหมาสองตัวซิ มันกำลังบอกว่าฝนมาแน่ “แม่รู้ได้ไง” แม่บอกว่า “อ้าว...! ก็แม่สังเกตพฤติกรรมของมันน่ะซิ” ส่วนเจ้าน้องชายปูที่เลี้ยงไก่ชนไว้หลายตัวก็บอกว่า “พี่ปู สัตว์พวกนี้มันมีสัญชาตญาณของมันนะ ไก่ขันเมื่อไหร่แปลว่าฝนไม่ตกแล้ว” ตอนแรกก็นึกว่าไอ้เจ้าน้องชายมันขี้โม้ เออ... จริงด้วยแฮะ ฝนตกกระหน่ำฟ้าครึ้มมองไม่เห็นพระอาทิตย์เลย ตกสักพักพอมันเริ่มปอยๆ แล้วอยู่ดีๆ ไก่มันเกิดขันขึ้นมาอ่ะนะ อีกแป๊บเดียวแดดจะออกฟ้าสว่างเลยล่ะ แต่ถ้าปอยๆ แล้วไก่ไม่ขันนะ ฟ้าก็จะครึ้มมมทั้งวันเลย เออ... แฮะ มันก็น่าคิดนะ เหมือนตอนเช้ามืดไง มันคงสัมผัสบรรยากาศได้อ่ะ ว่ามันโล่งสดใสหรือว่าอึดอัดอ่ะนะ ปูเดาเอา
เคยดูสารคดีเรื่องหนึ่งของเมืองนอก คุณแม่คนหนึ่งเล่าว่า ลูกสาวตัวน้อย 3 ขวบ เป็นเด็กที่ชอบเล่นน้ำทะเลมาก ปล่อยลงชายหาดปั๊บต้องวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ไม่เคยกลัวทะเลเลย แล้ววันหนึ่งเห็นอากาศสดใส คลื่นไม่แรงนัก ก็เลยอุ้มลูกสาวไปเล่นน้ำทะเล แต่พออุ้มไปถึงชายหาดแกก็ร้องเหมือนหวาดกลัวอะไรอย่างนั้นแหละ แล้วเกาะแม่แน่นเชียว เท้าไม่ยอมแตะหาดทรายเลย ทำยังไงก็ไม่ยอมลง จนโมโหอ่ะ แต่สักพักก็เห็นผู้คนวิ่งกันแตกตื่นว่า “ฉลามบุก” คือจู่ๆ ก็มีฉลามกว่าร้อยตัวพลัดหลงเข้ามาที่ชายหาดนั้น เธอให้สัมภาษณ์ว่า เธอคิดว่าลูกเธอคงสัมผัสกับการเตือนเหล่านี้ได้ เธอไม่ได้คิดไปเองหรอกค่ะ เพราะอาจารย์ปูเคยบอกว่าที่ฮ่องกงนะ เวลาเค้าจะซื้อบ้านมือสองอ่ะนะ เขามักจะพาเด็กเล็กไม่เกิน 4 ขวบไปเดินรอบๆ ด้วย ถ้าเด็กร้องไห้งอแงแปลว่าต้องมีอะไรแน่ แต่ถ้าเด็กน้อยหัวเราะสนุกสนานซื้อบ้านนั้นได้เลย เพราะเด็กน้อยมักไวและสามารถรับสัญชาตญาณบางอย่างได้นั่นเอง
ที่เจอกับตัวจนขนลุกก็คือ มีอยู่คืนหนึ่งจัดรายการวิทยุ FM95 เสร็จก็เที่ยงคืนกว่าจะถึงบ้านก็ปาเข้าไปเกือบตี 1 แล้ว เอารถเข้าบ้านปิดประตูเรียบร้อย สายตาดันไปเห็นปลาตัวใหญ่ในบ่อหัวทิ่ม แต่มันก็กรรเชียงหงายท้องมาหลายวันแล้วล่ะ เฮ้ย..! ตายมั้ยเนี่ย ลุยน้ำลงไปอุ้มมันขึ้นมาเห็นมันอ้าปากหวอแข็งไปทั้งตัวแล้ว ในใจก็คิด “ตายแหงๆ” เลยกุลีกุจอหาหนังสือพิมพ์และถุงพลาสติกเตรียมห่อเอาไปทิ้ง พอยกมันขึ้นวางบนหนังสือพิมพ์เหงือกมันขยับได้อ่ะ ชั่งใจอยู่สักพักว่าจะเอาไงดีฟระ ถ้าเอากลับลงน้ำมันก็ต้องตีกรรเชียงแล้วหัวทิ่มอีกทรมานเปล่าๆ เพราะดูจากสถานการณ์แล้วไม่น่ารอด แต่ถ้าเอามันไปทิ้งเลยมันก็ยังไม่ตายอ่ะ โอ๊ย...! ไม่รู้จะเอาไงดี เลยสวดมนต์ให้มันไปเกิดใหม่ดีกว่า แล้วตัดใจห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ คิดว่าเดี๋ยวมันไม่มีอากาศมันก็ตายไปเองแหละ มัดใส่ถุงพลาสติกอย่างดี แล้วขี่จักรยานจะเอามันไปทิ้งหน้าหมู่บ้าน เพราะหน้าหมู่บ้านจะมีรถขยะมาเก็บทุกวัน ถ้าหน้าบ้านเราอาทิตย์ละสองครั้งเน่าแน่ พอขี่จักรยานไปได้ครึ่งซอยจู่ๆ ก็มีเจ้าหมาที่ไหนไม่รู้ปรี่เข้ามาทั้งเห่าทั้งหอนและวิ่งไล่จะกัดปูให้ได้ สักพักก็มีหมาอีกหลายตัวมาจากทั่วทิศวิ่งเข้ามาเห่าและหอน โห...! ตีนหมาเหมือนกัน ถีบจักรยานไม่คิดชีวิตเลยทั้งๆ ที่ยางก็แบน พอถึงป้อมยามน้อง รปภ.ใจดีช่วยสูบล้อจักรยานให้ แล้วถามว่าพี่เอาอะไรมาอ่ะ...? ปูก็ว่าปลาที่บ้านมันตายแล้ว จะกินมั้ยล่ะ? ไอ้น้อง รปภ.ทีท่าเหมือนอยากจะกินงั้นแหละ “พี่เปิดให้ผมดูหน่อยดิ ผมอยากเห็น” ตอนที่หยิบปลาจากตะกร้าแทบจะโยนทิ้งเพราะมันดิ้นได้ “เฮ้ย! พี่มันยังไม่ตายนิ” พอแกะห่อออกมามันดูเหมือนพยายามจะหายใจ อ้าว...! คราวนี้ทำไงล่ะ ออกมาไกลบ้านแล้วด้วย ถ้าเอากลับไปลงน้ำใหม่มันจะรอดมั้ยอ่ะ? ตัดใจทิ้งมันเถอะว่ะ ก็พอดีเหลือบไปเห็นคนเก็บของเก่ากำลังรื้อของตรงถังขยะหน้าหมู่บ้านพอดี เลยถามว่าเอาปลามั้ย น้องเก็บของเก่าทำท่าดีใจใหญ่ ไหว้ขอบคุณสุดฤทธิ์ ปูนึกในใจ “ตรูนี่ซิต้องขอบใจที่ช่วยเอามันไปที” พอรถซาเล้งเก็บของเก่าวิ่งไปเท่านั้นแหละ มีหมาดำวิ่งมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ปรี่เข้าหาซาเล้งทั้งเห่าทั้งหอน แล้วจากนั้นก็มีหมาอีกสามสี่ตัววิ่งตามรถทั้งเห่าทั้งหอนเหมือนกับที่ปูโดนเมื่อกี้เลยอ่ะ ปูมองหน้ากันกับน้อง รปภ. แล้วถามว่า “แกว่าหมามันรู้กันมั้ยวะว่าปลามันยังไม่ตาย หรือว่ามันมีสัญชาตญาณบอกกันอ่ะ” หึ่ยยย รีบถีบรถจักรยานกลับบ้านเพราะมันตี 1 ครึ่งแล้ว ตอนกลับบ้านต้องผ่านไอ้หมากลุ่มนั้น แต่มันกลับนอนเฉยเลย ไม่ตาม ไม่เห่า ไม่หอน ปูด้วยอ่ะ...แปลกมั้ยล่ะ







