
15 ปี หมดเวลา "แอ็บแมน"
ส.ว. ต้านเกย์ตัวยงจนมุมรับ "ผมเป็นเกย์" หนีบความลับไว้ไม่ไหวแล้ว!!!
ส.ว. ต้านเกย์ตัวยงจนมุมรับ "ผมเป็นเกย์" หนีบความลับไว้ไม่ไหวแล้ว!!!
รอย ออสเบิร์น สมาชิกวุฒิสภามะกันดอดไปเที่ยวกลางคืน ดันสนุกสุดเหวี่ยงไปหน่อย เมาแอ๋! ขับรถกลับบ้าน ปรากฏว่าเจอสายตรวจตรวจพบ เมาแล้วขับเข้าให้...ดังกว่าตอนชนะเลือกตั้งเป็นไหนๆ
สายตรวจลาดตระเวนของกรมทางหลวงแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า ออสเบิร์นถูกจับเมื่อราว 02.30 น. ของวันพุธที่ 10 มี.ค. ในเขตพื้นที่แซคราเมนโต เมืองหลวงของรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐ ด้วยอาการตาแดงก่ำ และกลิ่นเหล้าหึ่ง จึงถูกสั่งตรวจปริมาณของแอลกอฮอล์ และแน่นอนว่า “จะไปรอดรึ”
สื่อจึงขุดคุ้ยตามสืบหาว่า ออสเบิร์นไปเริงร่าที่ไหนมา จึงได้เมาแอ๋ไม่เป็นท่าจนถูกจับแบบนั้น การขุดคุ้ยกลับไม่ได้เจอเพียงแค่เรื่องสถานที่บาร์ทั่วๆ ไปเท่านั้น แต่ทว่า ส.ว. วัย 55 ปีรายนี้ออกมาจากบาร์เกย์!
แถมรถที่ ส.ว. แห่งพรรครีพับลิกันรายนี้นำไปใช้ก็เป็นรถของทางรัฐ ไม่ใช่รถยนต์ส่วนตัว งานนี้นอกจากจะโดนจับข้อหาขับขี่ขณะเมาสุราแล้ว ยังต้องถูกสอบในกรณีที่เอารถของทางรัฐไปใช้ในการส่วนตัวอีกด้วย... ทุกข์ซ้ำกระหน่ำซ้อนไม่เพียงเท่านี้
ที่ระทึก และฉาว มากไปกว่านั้นก็คือ มีรายงานของทางตำรวจหลุดรอดออกมาว่า ตอนที่ออกมาจากบาร์ และถูกตำรวจจับเป่านั้น ส.ว.รายนี้มีผู้ชายอีกหนึ่งคนนั่งมาด้วยกันในรถ แต่ทว่าที่ไม่ได้เป็นข่าวไปด้วยก็เพราะว่า ชายที่ ส.ว. หิ้วมาด้วยนั้นไม่ได้เมาแอ๋ขับรถ แต่มีการลือกันให้แซดว่า คนที่นั่งมาด้วยมีความเป็นไปได้ว่า จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมะกันเช่นกันด้วย
ส.ว. คนหนึ่งเที่ยวบาร์เกย์ถึงตี 2...???
มีผู้ชายอีกหนึ่งคนนั่งในรถกลับมาด้วย...???
ส.ว.รายนี้อุบเงียบไม่พูดไม่จาและลางานกว่า 1 สัปดาห์ ปล่อยให้เรื่องกระฉ่อนบานปลายเป็นที่เล่าลือไปตามเว็บไซต์ รายการทีวี และวิทยุ ไปทั่ว มีการโต้เถียงและคาดเดากันใหญ่โตว่า ส.ว. รายนี้เป็นเกย์หรือไม่ คนที่หิ้วกลับมาด้วยนั้นเป็นใคร???
สำหรับคนทั่วไปแล้ว เรื่องนี้อาจจะเป็นประเด็นถกเถียงกันด้วยความสนุกปาก แต่สำหรับ ส.ว. รายนี้ ช่วงเวลาที่เขาหายไป มันคือ “ความสับสน” และการตัดสินใจบางอย่าง
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส.ว. รายนี้กลับมาทำงานด้วยการเลี่ยงตอบคำถามนักข่าว แต่ทว่าก็ยอมทลายความเงียบด้วยการโผล่ไปนั่งให้สัมภาษณ์กับ อินกา บาร์คส ผู้จัดรายการวิทยุท้องถิ่น เคิร์น เอเอ็ม ของเมืองเบเกอร์สฟิลด์ ที่ไม่ใช่เพียงลุกขึ้นมาเล่าเหตุการณ์ในคืนที่เขาถูกจับเท่านั้น แต่ทว่าออกมายอมรับสิ่งที่ตัวเองซ่อนมาตลอดชีวิต
ออสเบิร์น : เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ผมนอนไม่หลับและต้องค้นหาตัวเอง
บาร์คส : คุณอยากให้ฉันถามคุณคำถามนั้น หรือว่าคุณจะบอกคนอื่นเอง
ออสเบิร์น : ผมเป็นเกย์!... นี่เป็นคำพูดที่พูดยากมากสำหรับผม ซึ่งผมเก็บไว้เป็นเวลานาน แต่ผมก็เป็นเกย์นั่นแหละ แต่นั่นก็เป็นเรื่องส่วนตัว และใจผมก็บอกเพียงว่าการเป็นเกย์ไม่เคยมีผลกระทบใดๆ... จะไม่มีผลใดๆ กับการทำงานของผม
ออสเบิร์น พ่อม่ายลูกสาว 4 เป็นเป้าโจมตีมากก็เพราะว่าออสเบิร์นนี่เองที่พยายามต่อต้านกฎหมายที่เกี่ยวกับเกย์ทุกฉบับที่เคยมีมา ไล่บี้ตั้งแต่เรื่องใหญ่ๆ อย่างกฎหมายอนุญาตให้เกย์และเลสเบี้ยนแต่งงานกันได้ถูกต้องตามกฎหมาย การแปลงเพศ ไปจนถึงเรื่องธรรมดาๆ อย่างการขอให้มีการจัดงานระลึกถึงวีรกรรมนักการเมืองเกย์คนแรกในช่วงปี 70 ที่กล้าเปิดเผยตัวตนอย่าง ฮาร์วีย์ มิลค์ ออสเบิร์นลงคะแนนยืนกรานปฏิเสธเรียบ... แบบหัวชนฝา
เรียกง่ายๆ ว่า ออสเบิร์นคือนักการเมืองหัวรุนแรง ผู้แสดงตนชัดเจนในการต่อต้านชาวเกย์
ในเว็บไซต์หนึ่งของกลุ่มสิทธิชาวเกย์ระบุว่า ออสเบิร์นคือนักการเมืองที่เดินหน้า “ต่อต้านเกย์ตัวยง” และแถมยังติดอันดับ 1 ใน 10 “นักการเมืองที่แอนตี้เกย์มากที่สุดในสหรัฐ”
เรื่องนี้เลยเป็นประเด็นใหญ่โต เพราะชาวอเมริกัน (ซึ่งไม่เพียงแต่ชาวเกย์เท่านั้นนะ) งานนี้ประชาชนคนทั่วไปที่รู้เรื่องนี้ก็ถึงกับช็อก! และช็อก! ออกมาโวยวายและประณามนักการเมืองรายนี้อย่างมาก ตำแหน่งที่ได้รับกลับไปหลังจากการออกมายอมรับก็คือ นักการเมือง “ลวงโลก” “เจ้าเล่ห์” “ขี้โกหกหลอกลวง”
หลังจากการเผยความจริงที่หนีบมานาน ออสเบิร์นให้เหตุผลกับชาวอเมริกันถึงสาเหตุที่ตนเองมีท่าทีต่อต้านเกย์มาโดยตลอดก็เพราะว่าทำไปในฐานะที่เป็นนักการเมืองรับใช้ประชาชนและความต้องการของชาวอเมริกันส่วนมากเท่านั้น
เว็บไซต์ไมอามี ฮารัลด์ เขียนถึงประเด็นในเรื่องนี้ว่า คำพูดสั้นๆ เพียง 3 คำว่า “ผมเป็นเกย์” ที่เก็บไว้จนกลายเป็นเรื่องที่ทำให้ย้อนกลับมาทำลายตัวเองให้ดูเป็นคนน่าขันและน่าสมเพช
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาคือคนที่มีท่าทีที่รุนแรงในเรื่องของรักร่วมเพศ สร้างภาพว่าตัวเองไม่ได้มีความเบี่ยงเบนในเรื่องเพศใดๆ แต่ทว่าที่แท้นั่นก็เป็นการ “หนีตัวเอง” และ “แอ๊บแมน” เพียงเท่านั้นเอง
ส.ว. แอ๊บแมนออกแถลงการณ์ขอโทษครอบครัว เพื่อน ประชาชน บรรดาเพื่อน สว. โดยระบุว่า เขาเสียใจกับการกระทำของตัวเองที่ผ่านมาอย่างมาก และไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ พร้อมทั้งยอมรับผิดชอบทุกการกระทำ และผลที่กำลังจะตามมาไม่ว่ามันคืออะไรก็ตาม
ส.ว. วัย 55 ปี กระโดดเข้ามาทำงานการเมืองตั้งแต่ราวปี 1996 แม้สิ้นปีนี้ออสเบิร์นจะหมดวาระการเป็น สว. ในสมัยล่าสุดนี้แล้ว แต่อนาคตของเขากำลังรุ่ง เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวลอดออกมาว่า เขากำลังเป็นหนึ่งในผู้ที่ติดโผอาจได้รับการแต่งตั้งเป็นทีมงานของผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่นาทีนี้คาดว่า “การแอ๊บแมน” จะเป็นผลให้เขาตกกระป๋องหลุดโผไปโดยปริยาย
จริงๆ แล้วการเป็นนักการเมืองเกย์ไม่ใช่ปัญหา และประเด็นของความล้มเหลวของออสเบิร์น แต่ทว่าเสียงวิจารณ์ที่หนักหนาสาหัสคือ การโกหกตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของสหรัฐ หรือนักการเมืองในหลายประเทศทั่วโลก ก็เปิดยอมรับตัวเองในฐานะนักการเมืองเกย์แล้วทั้งนั้น และมีตัวอย่างจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า “เป็นเกย์แล้วไง” อยู่อีกตั้งมาก
อย่าง แอนนิส ปาร์กเกอร์ นายกเทศมนตรีเลสเบี้ยนที่ชนะการเลือกตั้งท้องถิ่นในเมืองฮูสตันของสหรัฐ กีโด เวสเตอร์เวลล์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ ของเยอรมนี โจนีนาซิกูร์ดาร์ดอตทีร์ นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ เลสเบี้ยนคนแรกของโลก
การเป็น “นักการเมืองเกย์” ขึ้นแท่นเป็นผู้นำที่ดีมีให้เห็นตั้งมาก ไม่ได้เป็นเรื่องน่าอาย หรือต้องปิดบังอะไรแม้แต่น้อย แต่ “นักการเมืองโกง” ต่างหากที่จำต้องแทรกแผ่นดินถิ่นเกิดหนีไปพึ่งพิงเกาะประเทศอื่นอยู่ !!!







