
23ปีไม่สาย...ล้างมลทินเดอะค็อปฮิลส์โบโรห์
ตลอดเวลาหลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโรห์ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้เกี่ยวข้องกับสโมสรลิเวอร์พูลทั้งหมด
โดย...มิวโกโตะ
ตลอดเวลาหลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโรห์ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้เกี่ยวข้องกับสโมสรลิเวอร์พูลทั้งหมด เข้าเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต แต่การต่อสู้ครั้งนี้กลับต้องเจอกับเรื่องราวและอุปสรรคมากมาย ซึ่งความศรัทธาในความบริสุทธิ์ ถูกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความจริงคืออะไร ผ่านบทความต่อไปนี้
ย้อนรอยฮิลส์โบโรห์
ค่ำคืนวันที่ 15 เม.ย. 1989 ลิเวอร์พูล และนอตติงแฮม ฟอเรสต์ มีคิวลงเตะเกมเอฟเอ คัพ รอบตัดเชือก เพื่อหาผู้ชนะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศกับเอฟเวอร์ตัน โดยสนามที่ใช้เป็นสังเวียนฟาดแข้ง คือสนามฮิลส์โบโรห์ของทีมเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์
ฝ่ายจัดการแข่งขันได้กำหนดอัฒจันทร์สำหรับกองเชียร์ทั้งสองทีม โดยหงส์แดงที่มีแฟนบอลมากกว่า แต่กลับได้ฝั่งที่นั่งที่จุคนได้น้อยกว่า คือLeppings Lane Endที่จุได้ 1.46 หมื่นที่
ขณะที่ทีมเจ้าป่ากลับได้อัฒจันทร์ฝั่งที่จุคนมากกว่าที่ฝั่งด้านตะวันออก หรือSpion Kopที่จุ2.1 หมื่นคน และนั่นเป็นชนวนเหตุการณ์ ก่อนเกม15 นาที แฟนบอลทั้ง 2 ทีมเข้าสู่สนาม โดยแฟนฟอเรสต์เข้าสู่สนามแบบชิลชิลเพราะที่นั่งเหลือเฟือแต่แฟนบอลลิเวอร์พูลถูกตรวจตราอย่างเข้มงวด จึงทำให้มากระจุกอยู่ที่ทางเข้าที่มี 3 ทาง
เมื่อใกล้เวลาคิกออฟแฟนบอลยิ่งกังวลใจและกลัวไม่ได้ชมเกม ฝูงชนที่แออัดเลยเปิดประตูทางเข้าGate Cที่ไม่มีช่องเช็กตั๋ว ทำให้กองทัพแฟนบอลแห่กันเข้าไปช่องทางนั้นอย่างมากมาย ทำให้แฟนบอลกว่า 3,000 คนในโซนนี้ (2 เท่าของความจุ) เข้าไปอัดกันในล็อกที่นั่ง 3 และ 4 ดันแฟนบอลที่อยู่ข้างหน้าจนติดรั้ว และเมื่อมีจังหวะหวาดเสียวเสียงเชียร์จากแฟนๆ ในสนามก็เร้าให้กองเชียร์นอกสนามทะลักเพิ่มเข้ามา จนมีแฟนบอลถูกอัดจนหายใจไม่ออก ถึงขั้นปีนกำแพงหนีออกมา
หลังเริ่มเกมได้ 6 นาที ตำรวจก็ให้สัญญาณหยุดการแข่งขันและเข้าไปช่วยแฟนบอลที่โชคร้าย แต่หารู้ไม่โศกนาฏกรรมสุดเลวร้ายกำลังเกิดขึ้น
ความโกลาหลเกิดอย่างต่อเนื่องหลังเกมยุติแฟนบอลยังหนีตายจนรั้วบางส่วนพังลง แต่การกดทับผู้คนจากด้านหลังทุกคนตะเกียกตะกายหวังมีชีวิตรอด แต่แล้วแฟนบอล 94 ชีวิตก็ขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตในเหตุการณ์ในวันนั้น
โดยมีแฟนบอลบาดเจ็บถึง 766 คน อีก 4 วันถัดมา เด็กน้อยวัย 14 ปี ก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเป็นรายที่ 95 จนกระทั่งรายที่ 96 ซึ่งอยู่ในอาการโคม่าถึง 4 ปี ก็จบชีวิตลงในเดือน มี.ค. 1993 รวมเป็น 96 ชีวิตที่ต้องสังเวยในโศกนาฏกรรมดังกล่าว
บาปบริสุทธิ์เดอะค็อป
หลังเหตุการณ์น่าสลดใจดังกล่าวเกิดขึ้น มีครอบครัวผู้เสียชีวิตและสูญเสียซึ่งเป็นทางฝั่งของแฟนบอลลิเวอร์พูลที่ยังมีข้อข้องใจ รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องถึงความรับผิดชอบและความช่วยเหลือจากฝ่ายรัฐบาลรวมทั้งตำรวจ
นอกจากนั้น ยังถูกหนังสือพิมพ์ชื่อดังของเกาะอังกฤษหลายฉบับรุมตีแผ่ว่า แฟนบอลฮูลิแกนของลิเวอร์พูลนั่นแหละเข่นฆ่ากันเอง โดยเดอะ ซันแทบลอยด์เมืองผู้ดี ถึงขนาดใส่หลักฐานเท็จลงไปด้วยการลงรูปประณามพฤติกรรมของแฟนบอลหลายรายอยู่ในสภาพมึนเมา
พร้อมนำเสนอข่าวทำนองเชื่อมโยงว่า แฟนบอลบางรายมีประวัติทางด้านความรุนแรงหรือก่ออาชญากรรมมาแล้ว อีกทั้งบันทึกคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจเขตเซาท์ยอร์กเชียร์ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ต่างระบุแทงใจดำเหล่าเดอะค็อป“แฟนฟุตบอลลิเวอร์พูลควรรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้เพราะแออัดเข้ามาโดยไม่สนใจเรื่องของความจุ”ส่วนหนึ่งจากบันทึกรูปคดี
ความจริงถูกตีแผ่
ดั่งสวรรค์มีตา เมื่อคณะลูกขุนอิสระในคดีฮิลส์โบโรห์ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ กว่า 80 องค์กร เปิดเอกสารกว่า 4.5 แสนหน้า ให้ญาติผู้เสียชีวิตทราบข้อเท็จจริงเพื่อไขข้อข้องใจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
นับเป็นการเปลี่ยนประวัติศาสตร์สุดเศร้าไปโดยสิ้นเชิง
การเปิดหลักฐานดังกล่าวได้รวบรวมโดยคณะลูกขุนอิสระคดีฮิลส์โบโรห์ ตลอดระยะเวลา 18เดือน ให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตทราบ ส่งผลให้แฟนบอลลิเวอร์พูลที่คับแค้นใจมายาวนานกว่า 23 ปี เกิดความพึงพอใจ เนื่องจากความจริงที่ปรากฏทั้งหมดหลังสืบสวนจากแหล่งข่าวมากมาย ปรากฏว่ามีข้อมูลที่น่าเชื่อถือระบุว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิต 96ราย มีถึง 41 รายที่ไม่เสียชีวิตโดยทันที แต่ต้องอำลาโลกไปเนื่องจากภายในสนามไม่มีระบบการพยาบาลที่ดีพอ ทำให้พวกเขาต้องเสียชีวิตในที่สุดขณะที่ฝ่ายจัดการแข่งขันเองก็แบ่งโควตาแฟนบอลไม่เหมาะสม รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่มีการวางแผนระบบการรักษาความปลอดภัยร่วมกับสนามฮิลส์โบโรห์ ทั้งหมดคือปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดเหตุร้ายขึ้น
จำเลยสังคมกว่า 2 ทศวรรษ
การถูกปรักปรำมานานถึง 23 ปีนั้น ย่อมเต็มไปด้วยความทรมานอยู่แล้ว มีแฟนบอลรายหนึ่งเปิดใจผ่านสื่อว่า ตลอดระยะเวลาตั้งแต่คืนวันเกิดเหตุ เขาก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ฝันร้ายเสมอมา แม้ความจริงจะปรากฏแล้วว่าพวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์แต่ภายในใจกลับไม่สามารถอภัยต่อสิ่งที่ถูกกระทำได้เลย
“ผมก็แค่เป็นคนโชคดีคนหนึ่งในคืนดังกล่าว แม้จะเสียใจที่ต้องเสียเพื่อนไปก็ตาม แต่สิ่งที่ผมไม่มีวันยอมรับได้ นั่นคือการกระทำของบุคคลที่เรียกเก็บเงินภาษีจากชนชั้นล่างอย่างเรา แต่พวกเขาได้ทำในสิ่งที่น่าละอาย”แฟนบอลรายหนึ่งกล่าว
จากนั้นก็ระบายลักษณะถูกอำนาจทางการเมืองเล่นงานเหยื่อในเหตุการณ์ครั้งนี้
“สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นมีการแทรกแซงแน่นอน ตำรวจเขตเซาท์ยอร์กเชียร์กล้าทำรายงานว่าแฟนบอลทำร้ายกันเองได้ยังไง ทั้งที่มีหลักฐานและพยานไม่เป็นเช่นนั้น เหตุใดสื่อจึงปรักปรำผู้บริสุทธิ์ทั้งที่ควรอยู่ข้างประชาชน รวมถึงทำไมรัฐบาลถึงกล้าหนุนหลังตำรวจและหันมาโกหกคำโตใส่ชาวโลก แถมเมื่อเราแสวงหาความจริงกลับถูกปิดประตูใส่หน้า พร้อมสั่งให้หยุดและลืมเรื่องที่เกิดขึ้น”เดอะค็อป กล่าวด้วยความคับแค้น
ขณะที่แอน วิลเลียมส์มารดาของเควินวิลเลียมส์เด็กชายวัย 15 ปี ที่เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา เธอคือหนึ่งในผู้ที่ศรัทธาต่อความยุติธรรม ตลอดเวลา 23 ปี เธอใช้สิทธิแทบจะทุกช่องทางในการเปิดโปงความจริง แม้การต่อสู้ครั้งนี้จะยากลำบากเพียงใด
“ทุกครั้งที่ฉันไปอนุสาวรีย์เพื่อรำลึกถึงลูก ฉันเชื่อเสมอว่าสักวันหนึ่งความจริงจะถูกเปิดเผย และฉันก็ต่อสู้จนได้รับความจริง”คุณแม่หัวใจแกร่ง กล่าว
นอกจากนี้ เธอยังเล่าถึงสมัยที่เดินหน้าตามหาความยุติธรรม ว่ามีหลายครั้งที่หลักฐานถูกซ่อนหรือทำลาย ซึ่งทำให้ยิ่งมั่นใจว่ามีกลุ่มอำนาจอยู่เบื้องหลัง
คำขอโทษจากผู้เกี่ยวข้อง
“จากหลักฐานเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าครอบครัวของผู้สูญเสียต้องอยู่กับการถูกกล่าวหาที่ไม่ยุติธรรมมายาวนาน พวกเขาต้องตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังต้องเจอกับเจ้าหน้าที่ที่ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ในนามของรัฐบาลผมต้องขอกล่าคำเสียใจต่อความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นและปล่อยให้ล่วงเลยมาเป็นเวลานาน หลักฐานใหม่ที่เราได้นำเสนอในวันนี้ ทำให้ชัดเจนแล้วว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตต้องทนทุกข์กับความอยุติธรรมถึงสองอย่าง ทั้งความอยุติธรรมที่ต้องตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นความล้มเหลวของเจ้าหน้าที่จะปกป้องผู้คนที่เขารักและต้องทนรอฟังความจริงอย่างไร้ข้อโต้แย้ง รวมถึงความอยุติธรรมที่ต้องถูกใส่ร้ายเรื่องการตายว่าพวกเขาเป็นเหตุทำให้ตัวเองต้องตาย สุดท้ายในนามของรัฐบาลและประเทศของเราผมรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความอยุติธรรมดังกล่าวที่เกิดขึ้น และปล่อยให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน”เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุ
“การแข่งขันนัดนี้เป็นแมตช์ที่เล่นกันในรายการของเอฟเอ และในฐานะสมาคมฟุตบอลแล้ว ผมต้องขอแสดงความขอโทษอย่างตรงไปตรงมา และแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตและต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเมืองลิเวอร์พูล รวมถึงสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล”เดวิด เบิร์นสไตน์ประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) กล่าวขอโทษเหล่าครอบครัวของแฟนบอล
ด้านสโมสรเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ เจ้าของสนาม ที่ใช้เป็นสังเวียนคืนนั้น กล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจแด่ผู้สูญเสีย ที่ระบบบริหารจัดการในสนามไม่ดีพอ ส่งผลให้เกิดโศกนาฏกรรม พร้อมหวังว่าการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้จะช่วยชดเชยและปลอบประโลมให้ญาติของผู้เสียชีวิตรู้สึกดีขึ้น หลังต้องทนทุกข์ทรมานมายาวนาน
ขณะที่เดอะ ซัน สื่อที่เคยบิดเบือนความจริง ได้ตีพิมพ์คำขอโทษอย่างเป็นทางการต่อรายงานเหตุโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโรห์ ลงบนหน้าหนึ่งเมื่อวันที่12 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้หัวเรื่องว่าเรื่อง“เดอะเรียลทรูท”(The Real Truth)เนื้อหาในรายงานหลักๆ เป็นการขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เคยเผยแพร่เรื่องรุนแรง ว่ามีการล้วงกระเป๋าขโมยของจากศพคนตาย และมีคนปัสสาวะใส่รถเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งที่ไม่เป็นความจริง
“รายงานเรื่องโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโรห์ของเดอะซัน เมื่อ 23 ปีก่อน เป็นวันที่มืดมิดที่สุดในประวัติศาสตร์ของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้อย่างไม่ต้องสงสัย โดยไม่มีอะไรสามารถแก้ตัวได้ เพราะมันคือการนำเสนอเป็นไปแบบไม่ตรงไปตรงมา,หยาบคายเป็นอย่างยิ่งและน่ารังเกียจ และเรื่องราวนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด”หนึ่งในตัวอย่างรายงานหน้าคำขอโทษ
มุมของหงส์
“วันนี้ความจริงได้ถูกเปิดเผยแล้ว ส่วนความยุติธรรมจะเริ่มขึ้นนับจากวันนี้ เราจะไล่ล่าผู้ทำผิดไปตามถนนทุกเส้น และจะทำตั้งแต่ฟ้องร้องไปจนถึงการให้เปลี่ยนคำตัดสินเราไม่ได้ต้องการแพะรับบาป เราอยากได้ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ และคนคนนั้นก็สมควรแขวนคอฆ่าตัวตายไปซะ”เทรเวอร์ ฮิกส์ ประธานของกลุ่มผู้สนับสนุนครอบครัวฮิลส์โบโรห์ ที่ต้องเสียลูกที่ฮิลส์โบโรห์ 2 คน กล่าว
“นับเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเรา ในความกล้าหาญและการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมตลอด 23 ปีที่ผ่านมา พวกเขาตกเป็นเหยื่อของความอยุติธรรมเช่นเดียวกับแฟนบอลลิเวอร์พูลทั้งหมด ผมพูดในฐานะของคนที่ครอบครัวต้องได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้โดยตรง ผมรู้ดีว่าความเจ็บปวดยังคงอยู่อย่างไรก็ตามผมหวังว่ารายงานนี้จะช่วยบรรเทาสิ่งเหล่านี้ และทำให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความจริงที่เกิดขึ้นในวันดังกล่าว”สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมลิเวอร์พูล ที่ จอน พอล กิลฮูลีย์ ญาติคนสนิทกล่าว
ขณะที่เคนนี ดัลกลิชตำนานหมายเลข 7 ถิ่นแอนฟิลด์ เชื่อว่าความจริงครั้งนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นของการต่อสู้เท่านั้น
“ความจริงเราทวงหาความยุติธรรม เรื่องที่น่าเศร้า คือ ความจริงที่ว่า 41 รายที่เสียชีวิต อาจจะรอดตายได้ หากเจ้าหน้าที่ไม่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่สร้างความผิดหวังให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตมากที่สุด เราจำเป็นที่จะต้องให้เครดิตกับคณะกรรมการอิสระฮิลส์โบโรห์ อย่างไรก็ตามการทวงหาความยุติธรรมจะต้องดำเนินต่อไป อย่างเช่นเปลี่ยนการระบุสาเหตุการตายของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ มาเป็นการเสียชีวิตเพราะการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของผู้มีส่วนกี่ยวข้อง”ดัลกลิช กล่าว
ด้านร็อบบี ฟาวเลอร์ตำนานดาวยิงยุค’90 เผยว่า ขณะนั้นเขาอายุ 14 ปี และอยู่ในอะคาเดมีหงส์แดง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ทุกวันนี้กลับยังรู้สึกเหมือนกับฝันร้ายเสมอมา และเชื่อว่ามันคือ“ความเศร้าโศกที่ไม่มีวันจางหาย”ส่วนเบรนแดน ร็อดเจอร์สกุนซือลิเวอร์พูล คนปัจจุบัน หวังใช้ความบริสุทธิ์ครั้งนี้ เป็นจุดเปลี่ยนพาทีมกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง อีกทั้งยังร้องขอแฟนบอลของคู่แข่งให้เลิกเยาะเย้ยบรรดาเดอะค็อปเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมได้แล้ว เพราะความจริงปรากฏแก่สายตาชาวโลกไปแล้ว
“แน่นอนว่า มันต้องมีการตะโกนเยาะเย้ยที่ไม่มีใครอยากได้ยิน ไม่ว่าจะเกี่ยวกับสโมสรใดก็ตาม แต่มันก็มีแฟนบอลกลุ่มเล็กๆ ที่ชอบแปลงความผิดหวังมาเป็นคำรุนแรงที่ไม่ควรเอ่ย”กุนซือวัย 39 ปีวิงวอน
ทั้งหมดนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของความอดทนในกระบวนการยุติธรรม แน่นอนในมุมของแฟนบอลย่อมเจ็บปวดที่ต้องอยู่กับการถูกใส่ร้ายมานานถึง 23ปี แต่เรื่องนี้สามารถนำมาปรับใช้ในบ้านเมืองเราได้
สิ่งที่น่าชื่นชม คือ ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เคยยอมแพ้พวกเขาต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมเสมอ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปยาวนานเพียงใด ดังนั้นผู้เขียนได้แต่หวังว่าเหตุการณ์ 91 ศพทางการเมืองของไทย จะถูกเปิดเผยความจริงไม่วันใดก็วันหนึ่งเพราะอย่างน้อยดวงวิญญาณผู้สูญเสียก็จะได้ไปสู่สุคติ...







