posttoday
เล้ง + เกล + คิดบวกสิปป์... ยอดทาเลนต์เมืองไทย

เล้ง + เกล + คิดบวกสิปป์... ยอดทาเลนต์เมืองไทย

15 กันยายน 2555

หากผมเริ่มต้นด้วยตัวเลขปริศนา “43/5” คุณคิดว่าตัวเลขนี้คืออะไร?

โดย...จตุรภัทร หาญจริง

หากผมเริ่มต้นด้วยตัวเลขปริศนา “43/5” คุณคิดว่าตัวเลขนี้คืออะไร?

มันคือตัวเลขที่บอกให้เรารู้ว่า ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ รายการประกวดที่เฟ้นหาคนที่มีความสามารถโดดเด่น ไม่จำกัดเพศ วัย จำนวน รวมทั้งประเภทของโชว์ ด้วยสโลแกน “แค่กล้า...ก็ชนะแล้ว” เป็นรายการของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ 43 ของโลก และเป็นประเทศที่ 5 ของเอเชียที่จัดทำรายการนี้ครับ

จากซีซันที่ 1 ผมค้นพบว่ารายการนี้ไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย ไม่ธรรมดาตั้งแต่มีคนกล่าวหาว่าครอบครัวของผู้ชนะเลิศใช้เงินทุ่มโหวต หรือผู้เข้ารอบ 6 ทีมสุดท้ายที่ร้องเพลงได้ทั้งเสียงผู้หญิงและผู้ชายโด่งดังไปไกลทั่วโลกชั่วข้ามคืน ปัจจุบันเธอผู้นี้มีอัลบั้มเพลงเป็นของตัวเองแล้ว

พอมาถึงซีซันที่ 2 ยิ่งไม่ธรรมดาเข้าไปใหญ่ ที่กระแสของผู้หญิงคนหนึ่ง หาญกล้าเทสีบนตัว แล้วเอานมละเลงบนผืนผ้าใบจนกลายเป็นกระแสด้านลบกลบข้อดีของรายการไปชั่วขณะหนึ่ง แต่นั่นไม่สำคัญเท่าวันนี้ผู้ชนะเลิศและรองทั้งสองครองใจคนไทยทั้งประเทศไปเรียบร้อยแล้ว

เล้ง + เกล + คิดบวกสิปป์... ยอดทาเลนต์เมืองไทย

 

ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึง เล้ง-ราชนิกร แก้วดี เจ้าของโชว์กายกรรมปีนผ้าผู้ชนะเลิศไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซันที่ 2 น้องเกล-โสพิชา อังคะไวมงคล สาวน้อยผู้มาพร้อมความสามารถทางด้านดนตรีอย่างอูคูเลเล รองชนะเลิศอันดับ 1 และ คิดบวกสิปป์ โชว์นาฏกรรมเงา รองชนะเลิศอันดับ 2 สองปีซ้อน

บรรทัดต่อจากนี้ไปผมจะพาคุณไปทำความรู้จักเขาและเธอเหล่านี้ครับ

ราชนิกร แก้วดี ผู้หายใจด้วยความมุ่งมั่น

เล้ง + เกล + คิดบวกสิปป์... ยอดทาเลนต์เมืองไทย

จากเด็กผู้ชายที่ไม่มีต้นทุนใดๆ ติดตัวมา กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ เขาต้องใช้ “พรสวรรค์” บวกกับ “พรแสวง” ล้วนๆ นี่จึงทำให้ เล้ง-ราชนิกร แก้วดี สมควรที่จะได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ด้วยการสวมบทเป็น “ไก่แก้ว” จากวรรณคดีไทยเรื่อง “ลิลิตพระลอ” ที่เขาสามารถโหนและปีนผ้าได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวและอ่อนช้อยสวยงามราวกับร่างกายของเขาเป็นหนึ่งเดียวกับผืนผ้าได้อย่างลงตัว ทั้งยังสามารถโบยบินเหินฟ้าผ่านการโหนผ้าได้พลิ้วไหวราวกับไก่แก้ว จนสามารถตรึงคนดูได้แบบไม่กะพริบตากับความสามารถที่น่าทึ่งของเขา

“เส้นทางเดินของผมจากลูกชาวนาบ้านอยู่สกลนคร หลังจากจบ ปวช.ก็เข้ามาเรียนต่อ ปวส.ที่กรุงเทพฯ ช่วงฝึกงานก็ได้มาฝึกที่ภัทราวดีเธียเตอร์ ฝึกงานด้านเอกสารล้วนๆ ครับ แต่คงด้วยผมมีพื้นฐานด้านการเต้นมาก่อนบ้าง จึงได้มีโอกาสเรียนเต้นที่นี่และได้โอกาสเล่นละคร และได้โอกาสอีกเยอะแยะมากมายตามมา จนได้มาเรียนด้านกายกรรม ร่ำเรียนจนมีคนเห็นแววให้ไปเรียนด้านนี้โดยเฉพาะที่แคนาดา ซึ่งขอบอกว่าเรียนหนักมาก พอเรียนจบก็กลับมาเปิดการแสดงที่เมืองไทย รวมทั้งเป็นครูสอนที่ภัทราวดีเธียเตอร์ด้วยครับ”

แต่จุดพลิกผันที่ทำให้เล้งตัดสินใจมาประกวดเวทีก็อตทาเลนต์ เนื่องจากโรงละครภัทราวดีเธียเตอร์ปิดตัวลง เพราะเจอวิกฤตน้ำท่วมหนักในปี 2554 จนไม่สามารถซ่อมแซมได้ เขาเลยคิดว่านี่เป็นโอกาสสำคัญที่เขาต้องคว้าไว้ เพื่อให้เขาได้ก้าวเดินบนเส้นทางนี้ไปได้ต่อ

“ผมคิดว่านี่คือโอกาส นี่คือเวทีที่ทำให้เรากล้านำความสามารถของเราออกมาโชว์ ได้ไม่ได้ นั่นอีกเรื่องหนึ่งครับ”

แต่กว่าจะมาถึงจุดสำเร็จนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกอย่างต้องผ่านการฝึกฝนและสร้างสรรค์ เล้งยืนยันว่าทุกโชว์ของกายกรรมปีนผ้า เขาคิดเองทำเองหมด

“สำหรับองค์ประกอบของโชว์ผมคิดเองหมด แต่ละโชว์ก็จะโฟกัสไปตามทิศทางที่แตกต่างออกไป อย่างโชว์แรก อยากให้คนดูได้เห็นว่าเบสิกของท่าเป็นอย่างไร ให้คนดูเข้าใจถึงสเกล พอโชว์ต่อมาก็โชว์ให้คนดูได้เห็นถึงความยาก โชว์ให้เห็นความไม่น่าจะเป็นที่เป็นไปได้ ส่วนโชว์สุดท้ายก็โฟกัสไปที่ความเป็นศิลปะ ผมอยากให้คนดูเห็นว่าการจะเป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง คนดูได้อะไรบ้าง ได้ปรัชญาอะไรบ้าง ได้รับความรู้อะไรบ้าง แต่ที่สำคัญผมพยายามสร้างสรรค์งานโดยถามตัวเองอยู่ตลอดว่าองค์รวมได้มั้ย ความสวยงามได้หรือยัง ทุกโชว์ผมคิดเยอะมาก เพื่อให้เข้าถึงคนดูหลายๆ กลุ่ม บางคนแค่สวยก็พอใจแล้ว บางคนสวยแล้วไง ให้อะไรกับคนดูบ้าง บางคนก็ใส่ใจในเรื่องของการตีความว่าที่โชว์ออกมา ผมกำลังพยายามจะสื่อสารอะไร ซึ่งมันเป็นความท้าทายที่ผมต้องสื่อสารให้ถึงกลุ่มคนหลากหลายเหล่านี้ให้เข้าใจในสิ่งที่ผมสื่อสารออกไป”

เล้งเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า บางคนไม่กินเผ็ด เราจะไปยัดเยียดให้เขากินเผ็ดไม่ได้ “ผมเลยใช้วิธีค่อยๆ เติมพริกเข้าไปวันละเม็ด จนท้ายที่สุดเขาก็กินเผ็ดได้ รับความเผ็ดนี้ได้ครับ (หัวเราะ)”

ท้ายที่สุด ไม่ว่าหลังจากนี้ทิศทางเดินของเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป เขาก็ยังปรารถนาจะเรียนต่อในหลายๆ ด้านที่เขาอยากเรียน และมุ่งมั่นที่จะเป็นครูสอนให้ได้ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ที่เขามี ได้แผ่ขยายออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

“ตอนนี้ผมเรียนหลายอย่าง เรียนการใช้เสียง เรียนโอเปรา เรียนดนตรี แต่ไม่ว่าผมจะเรียนอะไร ผมจะพยายามเอาสิ่งที่ผมไปเรียนมาเสริมสิ่งที่ผมทำอยู่ เพื่อที่สุดแล้วผมจะได้เป็นครูตามที่ผมมุ่งมั่นตั้งใจไว้ครับ”

น้องเกล–โสพิชา = พรสวรรค์ + การสนับสนุน

เล้ง + เกล + คิดบวกสิปป์... ยอดทาเลนต์เมืองไทย

“ความฝันของน้องเกลคือ อยากเป็นนักร้องและนักดนตรีที่เก่งที่สุดค่ะ”

นี่คือคำบอกเล่าแรกของ น้องเกล-โสพิชา อังคะไวมงคล เด็กหญิงอายุ 6 ขวบ จาก จ.เชียงราย ที่มาพร้อมพรสวรรค์ด้านดนตรี โดยเริ่มต้นจากเปียโน ต่อด้วยไวโอลิน มาจนถึงอูคูเลเล เครื่องดนตรีชิ้นเล็กคู่กายที่คุณแม่น้องเกลได้เผยถึงพรสวรรค์นี้ด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ

“น้องเกลเริ่มเรียนเปียโนตอน 3 ขวบ แล้วเรารู้สึกว่าน้องเกลสมาธิดีมาก สามารถอ่านโน้ตได้เร็วอีกด้วย หลังจากนั้นก็ให้น้องเกลเรียนไวโอลิน น้องเกลก็เรียนได้ดีอีก คุณครูบอกว่าน้องเกลมีพัฒนาการที่ดีมาก เราเลยส่งเสริมให้น้องเกลเรียนดนตรีมาเรื่อยๆ จนกระทั่งอูคูเลเลเริ่มดังในไทย คุณพ่อน้องเกลเห็นว่าน่าจะให้ลูกลองเรียนดู พอซื้ออูคูเลเลมาให้น้องเกลเล่น ปรากฏว่าน้องเกลชอบ เราเลยหาครูมาสอนให้ แม้ว่าเวลาเรียนจะทำให้นิ้วมืออักเสบ แต่น้องเกลก็ขอเรียนต่อมาจนทุกวันนี้ค่ะ”

หลังจากฟังคุณแม่น้องเกลบอกเล่าถึงที่มาของลูกสาวตัวน้อยด้วยความภาคภูมิใจ ผมเลยหันไปถามน้องเกลบ้างว่าชอบอูคูเลเลมั้ย “ชอบค่ะ” ตอนนี้เล่นได้กี่เพลง “หลายเพลงค่ะ” ชอบเพลงไหนมากที่สุด “ชอบทุกเพลงค่ะ” น้องเกลตื่นเต้นมั้ย “ตื่นเต้นค่ะ”

ด้วยความเป็นเด็กหญิงวัย 6 ขวบ การถามตอบจึงเป็นไปในลักษณะถามคำตอบคำ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ กลับเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของน้องเกลเสียอีก

คุณแม่น้องเกลบอกเล่าว่า ภูมิใจกับความสำเร็จของลูกสาวคนนี้มาก แม้จะไม่ได้ตำแหน่งชนะเลิศ ได้แค่รองชนะเลิศอันดับ 1 ซึ่งได้แค่นี้ก็มาไกลเกินฝันแล้ว

“ภูมิใจมากที่น้องเกลได้รางวัล ตอนแรกไม่คิดว่าน้องเกลจะมาไกลถึงขนาดนี้ แค่อยากให้น้องเกลเป็นเด็กที่กล้าแสดงออกแค่นั้นเองค่ะ”

ไม่ว่าจะอย่างไร วันนี้น้องเกลก็มาไกลจนกลายเป็นเด็กที่คนไทยทั้งประเทศชื่นชมในความสามารถ ท้ายที่สุดน้องเกลได้ฝากถ้อยคำถึงคนไทยทั้งประเทศว่า

“น้องเกลดีใจที่ได้รางวัลนี้มา ขอขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ช่วยโหวตให้น้องเกลนะคะ”

และนี่คือถ้อยคำของเธอ เกล-โสพิชา อังคะไวมงคล ว่าที่นักร้องและนักดนตรีที่มีอนาคตยาวไกลอย่างแน่นอน ขอเพียงได้รับโอกาสดีๆ และได้รับการสนับสนุนจากคนไทยทั้งประเทศอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกหลายๆ ครั้ง

คิดบวกสิปป์... หวังวัฒนธรรมไทยคงอยู่ตลอดกาล

เล้ง + เกล + คิดบวกสิปป์... ยอดทาเลนต์เมืองไทย

นี่คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักในศิลปวัฒนธรรมไทย นี่คือโชว์นาฏกรรมเงาที่ถ่ายทอดเรื่องราวแนวคิดทั้งหมดของพวกเขาผ่านแสง เงา ออกมาเป็นการแสดง นี่คือ คิดบวกสิปป์ รองชนะเลิศอันดับ 2 ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซัน 1 และซีซัน 2

“ตอนเข้ามาประกวดอีกครั้ง มันมีความกดดันนะ เพราะมีคนคาดหวังเราเยอะ แต่พอมาถึงวันนี้พวกเราดีใจที่เราสามารถฝ่าฟันอะไรหลายๆ อย่างมาได้ ต้องขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ยังให้ความรักและการสนับสนุนเราเหมือนเดิม และขอบคุณที่ทำให้เรากลับมายืนตรงจุดนี้ได้อย่างภาคภูมิใจอีกครั้ง”

จากปีแรก พวกเขายอมรับว่ามีงานเข้ามาเยอะมาก พอตัดสินใจกลับเข้ามาประกวดอีกครั้ง พวกเขาจึงต้องจัดสรรเวลาให้ดีที่สุด

“พวกเราต้องจัดสรรเวลา เพื่อทำตรงนี้ให้ดีที่สุด เพราะนี่คือการแข่งขัน”

ขึ้นชื่อว่าการแข่งขัน ที่ผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมมีความโดดเด่นแตกต่างกันไป ยิ่งเป็นการแข่งขันครั้งที่ 2 ที่มีตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 ค้ำคออยู่ พวกเขาเลยใช้จุดยืนว่า “ทำทุกโชว์ให้สื่อสารให้ถึงคนดูมากที่สุด ผลออกมาจะเป็นอย่างไร จะยอมรับมัน”

หลังจากนี้ เส้นทางความฝันของพวกเขายังคงทอดยาวออกไป โดยตอนนี้พวกเขาได้ทำโรงวัฒนธรรมคิดบวกสิปป์ตามที่พวกเขาได้มุ่งหวังไว้เรียบร้อยแล้ว

“สำหรับโรงวัฒนธรรมคิดบวกสิปป์เป็นโรงเรียนสอนการแสดงที่เป็นสถานที่ทำการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม ดนตรี หัตถศิลป์ เช่น การเขียนลายวาดหน้าโขน หรือการเย็บปักถักร้อยพวกเครื่องโขนอีกด้วย ที่พวกเราทำตรงนี้ขึ้นมาก็เพื่อช่วยกันรักษาศิลปวัฒนธรรมไทยให้ยังคงอยู่ อีกทั้งพวกเรายังอยากเป็นสื่อกลางให้เด็กและวัยรุ่นหันมาสนใจและช่วยกันสืบทอดสิ่งเหล่านี้ให้ยังคงอยู่ต่อไป”

ไม่ว่าไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์จะผ่านมรสุมร้ายๆ มาสักเพียงใด แต่เรตติ้ง 10.7 คงพอทำให้เราเห็นว่า ความสามารถที่มาจากพรสวรรค์และพรแสวงของคนทุกเพศทุกวัย คือสิ่งยิ่งใหญ่และสวยงามที่คนไทยทั้งประเทศยังให้การสนับสนุน หรือนี่อาจเป็นคำบอกใบ้กลายๆ ว่า ตราบใดประเทศไทยยังมีของดี ยังมีคนที่มีความสามารถอีกมากมาย “ตราบนั้น ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ยังจะคงอยู่ต่อไป เพื่อให้ของดีและคนมีความสามารถเหล่านั้นได้มีที่ยืนอย่างสง่างาม”

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง