
อึ้ง!ผุดทัวร์สัมผัสชีวิตผู้อพยพหนีตม.
หากเอ่ยชื่อประเทศเม็กซิโก สิ่งแรกๆ ที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คงหนีไม่พ้นวิหารและพีระมิดชนเผ่ามายาอันเลื่องชื่อ รวมทั้งหาดทรายสีขาวที่เมืองแคนคูน
หากเอ่ยชื่อประเทศเม็กซิโก สิ่งแรกๆ ที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คงหนีไม่พ้นวิหารและพีระมิดชนเผ่ามายาอันเลื่องชื่อ รวมทั้งหาดทรายสีขาวที่เมืองแคนคูน
ขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่ลืมว่าแดนจังโก้นั้นยังมีชื่อเสียงทางด้านลบ ไม่ว่าจะเป็นขบวนการค้ายาเสพติด แก๊งอุ้มรีดค่าไถ่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการอพยพข้ามพรมแดนเข้าสหรัฐอย่างผิดกฎหมายของชาวเม็กซิกัน
ล่าสุด ชาวเมืองอัลแบร์โต ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในเม็กซิโก จึงปิ๊งไอเดียสุดแหวกแนวเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ตัดสินใจผุดโปรแกมท่องเที่ยวแนวใหม่เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวพลาดประสบการณ์ของการเป็น “ผู้ลี้ภัยข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย” นั่นเอง
หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ นักท่องเที่ยวทั้งชาวเม็กซิกันและชาวต่างชาติจะได้สัมผัสสักครั้งในชีวิตว่าผู้อพยพนั้นต้องเผชิญอะไรบ้าง
ไล่เรียงตั้งแต่การออกเดินทางในช่วงกลางคืน โดยจะต้องย่อง คลาน และคอยหลบเจ้าหน้าที่ ซึ่งแน่นอนว่านำแสดงโดยชาวเมืองอัลแบร์โตนั่นเอง
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ สภาพแวดล้อมต่างๆ ก็เหมือนของจริงทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นทุ่งหญ้า ก้อนหิน หรือต้นไม้ ซึ่งจะยิ่งทำให้การเดินทางลำบากมากขึ้น
และเช่นเดียวกับผู้อพยพหลายต่อหลายคน นักท่องเที่ยวก็จะต้องถูก “จับ” จนได้ โดยมีทหารถือปืนปลอมและไฟฉายตะโกนคำว่า “หยุด” ซึ่งก็จะถือเป็นการสิ้นสุดโปรแกรมทัวร์
ทั้งนี้ แพ็กเกจดังกล่าวซึ่งกินเวลาราว 3 ชั่วโมงนั้น มีราคาอยู่ที่คนละ 20 เหรียญสหรัฐ (ราว 600 บาท) โดยทางเมืองอัลแบร์โตเผยว่า ปัจจุบันมีลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
“ท้ายที่สุดเราก็หวังว่าผู้คนจะเห็นอกเห็นใจชาวเม็กซิกันที่ไปไม่ถึงฝัน หรือที่ต้องถูกจับก่อนจะได้ข้ามชายแดนไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สหรัฐ” ชาวเมืองคนหนึ่ง กล่าว
ดังนั้น ต่อไปนี้ใครคิดจะมุ่งหน้าไปยังเม็กซิโก ก็ต้องอย่าลืมอุดหนุนชาวเมืองอัลแบร์โต
เพราะงานนี้จะมีสักกี่ครั้งในชีวิตที่จะได้สัมผัสชีวิตผู้อพยพ!







