
หลิวเหย่ ศิลปินลูกไม้ไผ่โกอินเตอร์
วันนี้27 ต.ค. ที่สเปอโรนี เวสต์วอเตอร์ กรุงนิวยอร์ก จัดนิทรรศการ Bamboo Bamboo Broadway
โดย...อฐิณป ลภณวุษ
วันนี้27 ต.ค. ที่สเปอโรนี เวสต์วอเตอร์ กรุงนิวยอร์ก จัดนิทรรศการ Bamboo Bamboo Broadway โชว์ศิลปะสไตล์โมเดิร์นนิสม์ อันเป็นการแสดงเดี่ยวของ หลิวเหย่ ศิลปินชาวจีนเป็นครั้งที่ 3 ที่แกลเลอรีแห่งนี้แล้ว
แม้ว่ารูปแบบงานศิลปะของหลิวเหย่จะนำเสนอออกมาในรูปแบบศิลปะตะวันตก ทว่าก็ไม่ทิ้งกลิ่นอายของความเป็นจีนในรูปที่เขาวาด กลายเป็นรูปแบบศิลปะเฉพาะตัวขึ้นมา ด้วยการถ่ายทอดภาพความคิดและขนบการวาดภาพสไตล์จีนลงไปบนภาพแลนด์สเคป สติลไลฟ์ และอื่นๆ ผ่านเทคนิคการวาดภาพแบบตะวันตก
ศิลปะชิ้นเอกในนิทรรศการ Bamboo Bamboo Broadway เป็นภาพสีอะครีลิกสไตล์แอบสแทรกต์ ชิ้นงานแบ่งเป็น 9 ภาพ ที่วาดส่วนต่างๆ ของไม้ไผ่ รวมกันเป็นขนาดมหึมา ใหญ่ถึง 6 x 9 เมตรทีเดียว โดยหลิวเหย่อาศัยปรัชญาการวาดภาพแลนด์สเคปแบบจีน เข้ามาเป็นแนวคิดหลักในการวาดภาพชุดนี้ ผ่านองค์ประกอบภาพแบบโมเดิร์นนิสม์ในสไตล์ตะวันตก
นอกจากนี้ การจัดแสดงภาพทั้ง 9 ยังไม่ธรรมดา ด้วยการแขวนไว้ในฟอร์มที่ชวนให้นึกถึงสถาปัตยกรรมแบบเบาเฮาส์ (Bauhaus) ของเยอรมนี (การจัดแสดงรูปฟอร์มและสีสันที่ซ้ำๆ) อันเป็นความตั้งใจของศิลปินที่บอกว่า ต้องการให้ออกมามีความสมดุล ขรึมขลัง แล้วก็บริสุทธิ์ นอกจากนั้นยังให้ความรู้สึกสงบ
โรเบิร์ต ซี. มอร์แกน นักวิจารณ์ศิลปะ บอกว่า งานของหลิวเหย่เป็นการนำเสนอความคิดแบบอลังการงานสร้าง ออกมาเป็นศิลปะบนผืนผ้าใบเล็กๆ ที่ดูเรียบง่าย
แน่นอนว่า ในนิทรรศการยังมีชิ้นงานเล็กๆ แบบที่เป็นซิกเนเจอร์ของหลิวเหย่จัดแสดงเอาไว้ด้วย หลายๆ ภาพนำเสนอเรื่องราวที่ดูเป็นเหตุเป็นผลและจริงจัง เช่น Small Painter (2009-2010) ภาพของเด็กหญิงหน้าหมวย กำลังนั่งตั้งอกตั้งใจวาดรูปกระต่ายมิฟฟี (กระต่ายน้อยที่สร้างสรรค์โดยศิลปินชาวดัตช์ ดิก บูนา) ในขณะที่หลายๆ ภาพเป็นการเชิดชูศิลปินคนโปรดของเขาอย่าง บาลตุส (บาลตาซาร์ คลอสซอว์สกี จิตรกรชาวสวิส) อย่าง Banned Book 3 (2010) ที่เขาวาดเด็กสาวในอากัปกิริยากึ่งนอนกึ่งคลานนอนอ่านหนังสือ
นอกจากนี้ ก็มีผลงานจากความหลงใหลในหนังสือ เช่น Birds (2011) รูปนกกระจอกสองตัวกำลังจู๋จี๋กัน หรือ Pinocchio (2011) หนูน้อยหุ่นกระบอกจากนิทานชื่อดัง “ผมอ่านเรื่องของพีนอคคีโอเมื่อ 40 กว่าปีก่อน วันหนึ่งก็เลยอยากวาดภาพพอร์เทรตของเขาขึ้นมา แล้วก็หวังว่า อีก 40 ปีข้างหน้า ผมจะวาดอีกครั้งหนึ่ง” จิตรกรจีนบอกไว้
หลิวเหย่ เกิดที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อปี 1964 เขาเติบโตขึ้นมาท่ามกลางการปฏิวัติวัฒนธรรมในประเทศบ้านเกิด ซึ่งศิลปะทั้งหลายล้วนผลิตออกมาเพื่อรับใช้ทางการ ขณะที่การสร้างสรรค์ศิลปะตามความคิดของศิลปินนั้นเป็นเรื่องต้องห้าม
บิดาของเขาเป็นนักเขียนหนังสือสำหรับเด็ก วันหนึ่งหลิวเหย่ไปเจอวรรณกรรมตะวันตก ซึ่งเป็นของต้องห้าม ซุกซ่อนอยู่ในลังใต้ที่นอนพ่อแม่ นอกจากได้อ่านแล้ว เขายังศึกษาภาพประกอบในหนังสือแต่ละเล่มอย่างจริงจัง
สมัยเป็นวัยรุ่น เขาเลือกที่จะศึกษาต่อทางด้านการออกแบบอุตสาหกรรมและศิลปะเกี่ยวกับศาสนา ที่สถาบันศิลปะแห่งชาติ ก่อนที่จะไปศึกษาต่อปริญญาโท ทางด้านศิลปะล้วนๆ ณ ฮอกซ์ชูเล เดอร์ คุนสต์ ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี หลังเรียนจบในปี 1994 เขามีโอกาสได้ไปทำงานที่สถาบันศิลปะริคส์อะคาเดมี (Rijksakademie หรือ Royal Academy of Visual Arts) ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
ประสบการณ์ครั้งนั้น ทำให้เขาได้ศึกษาผลงานของมาสเตอร์ทางศิลปะชาวดัตช์และชาวยุโรปอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ปิเอต์ มอนดริอาน แยน ฟาน เดอร์ เมียร์ (เวอร์เมียร์) พอล คลี รวมทั้ง ดิก บรูนา
หลิวเหย่ได้แสดงงานศิลปะของตัวเขาเป็นครั้งแรกที่คุนสต์ มิวเซียม ในกรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปี 2007 หลังจากนั้นยังมีผลงานในนิทรรศการร่วมสำคัญๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น In Time – 2012 Chinese Oil Painting Biennale ณ หอศิลป์แห่งชาติ กรุงปักกิ่ง (ปี 2012) หรือ Future Pass – From Asia to the World ในเทศกาลเวนิซ เบียนนาเล ครั้งที่ 54 ประเทศอิตาลี โดยผลงานเดียวกันยังได้ไปจัดแสดงที่เวเรลด์ มิวเซียม เมืองรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วย ฯลฯ และในปี 2014 ผลงานชิ้นเด็ดๆ ของเขามีแผนจะไปจัดแสดงที่หอศิลป์คุนสทาลเล ทูบิงเงน ในเยอรมนี เช่นเดียวกับหอศิลป์ใหม่ล่าสุดของฮ่องกง เอ็มพลัส







