
สเต๊กในป่าใหญ่ ไร่ธารโอบ
...กรีนที
“
แถวนี้มีร้านอาหารอร่อยๆ ไหมคะ” ฉันถามน้องสาวคนสวยจากรีสอร์ตน่ารักที่ด่านซ้าย จ.เลย ...ตามประสาคนเดินทางย่อมต้องถามถึงเรื่องกินไว้ก่อน“
ถ้าในด่านซ้ายก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ค่ะ แต่ถ้าอยากได้อร่อยจริงๆ นะพี่ ต้องขับรถไกลหน่อยนะ” เธอว่า “แต่อาหารที่นี่เขาเด็ดจริงๆ โดยเฉพาะสเต๊กกับเบเกอรี เขาทำเองหมดเลย” น้องคนเดิมแนะนำด้วยรอยยิ้มแถมให้เบอร์เจ้าของร้านมาด้วย เหมือนเธอรู้ว่าต้องเกิดอะไรขึ้นข้างหน้าจากนั้นอีกหนึ่งชั่วโมง ฉันก็ตะลอนอยู่บนถนนเส้นที่เธอแนะนำ เป็นถนนสายแคบๆ สองข้างทางมีแต่ป่าเปลี่ยวคดเคี้ยวไปตามถนนสูงๆ ต่ำๆ คล้ายลอนคลื่นจนอดคิดไม่ได้ว่า...ถนนจะพาเราไปไหนกันเนี่ย? หลงอยู่พักใหญ่ ในที่สุดนึกถึงสิ่งที่ได้มา แล้วก็ใช้เป็นตัวช่วยทันที
“ขับรถตรงมาอีกครับประมาณ 6 กิโลเมตร จะเห็นบ้านอยู่ซ้ายมือครับ” เสียงตามสายทุ้มๆ ส่งมาด้วยไมตรีเบรกรถเอี๊ยดเมื่อเห็นป้ายเขียนคำว่า
“สเต๊ก” ทางซ้ายมือ...กลางป่าแบบนี้มีสเต๊กกะเขาด้วย พอเลี้ยวขับรถเข้าไปปรู๊ด เจ้าของบ้านก็ออกมาต้อนรับปั๊บ นี่ไงถึงแล้ว “ไร่ธารโอบ” ทักทายเจ้าบ้านกันครู่ใหญ่ ก็เชิญไปนั่งในบ้านที่ปลูกสร้างง่ายๆ ธรรมดา ไม่ได้เน้นความหรูหรา แต่น่าตะลึงตรงวิวรายรอบน่ะสิ ล้อมรอบด้วยทิวเขาที่ด้านหนึ่งมองเห็นยอดเขาภูบักได รอบไร่มีลำธารไหลโอบพื้นที่จึงเป็นที่มาของชื่อไร่ธารโอบไงล่ะทีเด็ดของไร่ธารโอบคือสเต๊ก...ไม่ใช่สเต๊กธรรมดา เป็นสเต๊กโคขุนอย่างดีที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาพบเจอกลางป่าแบบนี้ เจ้าของไร่เป็นครอบครัว
“ทยานศิลป์” ที่ตัดสินใจทิ้งแสงไฟร้อนแรงแห่งเมืองหลวงมาหาความเย็นยะเยือกของภูเรือ ลงหลักปักฐานลงบนผืนดินแห่งนี้“
จริงๆ แล้วครั้งแรกที่เราทำสเต๊กเพราะอยากเอาชนะเพื่อนฝรั่งที่บอกว่าทำไมถึงไม่ค่อยมีสเต๊กดีๆ กิน” คุณลุงส่องศิลป์ ผู้ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรในชีวิตหลังเกษียณหลังคลุกคลีอยู่ในวงการการบินในสายการบินยุโรปยักษ์ใหญ่มานานเริ่มเล่า ก่อนร่ายยาวไปถึงทุกสิ่งอย่างในไร่โดยเฉพาะถั่วแมกคาเดเมียที่สามารถเล่าได้เป็นฉากๆ จนอยากจะตั้งฉายาให้เลยว่า “ผู้เฒ่าแมกคาเดเมีย”ความโดดเด่นของสเต๊กที่ไร่ธารโอบคือเนื้อโคขุนคุณภาพที่ผ่านการหมักบ่มอย่างดี และไม่ได้มีให้กินทุกวันนะจ๊ะ เปิดขายเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น ส่วนเบเกอรีก็เป็นแบบฉบับโฮมเมดแท้ๆ ปรุงขึ้นจากวัตถุดิบที่มีในไร่ซึ่งปลูกเอง เพราะฉะนั้นมั่นใจได้ว่าปลอดสารชัวร์
วันที่ฉันไปนั้นมีโอกาสได้ชิมแยมกระเจี๊ยบ ฟังแล้วอาจคิดว่าแปลก แต่ขอโทษ อร่อยชะมัด ตามด้วยแฮมเบอร์เกอร์เผือก ซึ่งจานนี้ไม่มีเสิร์ฟ ทำกินกันในครอบครัว ชิมคำแรกนึกอิจฉาครอบครัวนี้จัง มีของอร่อยให้กินกันอยู่ตลอดเวลา
“เราอยากกินอะไรเราก็ทำกินกันเอง” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นกลางวงสนทนา รู้สึกได้ถึงความเป็นครอบครัวนักกินที่แสนอบอุ่นมีหลายอย่างที่บอกให้รู้ว่าดีกรีคนทำนั้นไม่ธรรมดาเลย...Cook Book ภาษาเยอรมันวางในครัว เมนูเป็นภาษาอังกฤษหมดมีอาหารครบสูตรตามธรรมเนียมฝรั่ง ตั้งแต่เรียกน้ำย่อยจนถึงเมนคอร์ส ซึ่งมีทั้ง Fillet Steak และ Tenderloin Steak ให้เลือกกันตามใจชอบ ก่อนตามด้วยอะ ลา คาร์ทจานอื่นๆ และอาจได้ของฝากตามฤดูกาลติดไม้ติดมือกลับบ้านได้อีกด้วย โดยเฉพาะเจ้าแมกคาเดเมีย ฟรุตเค้กนั้น ได้ยินว่ามีคนสั่งไปกินถึงกรุงเทพฯ เชียว
นอกจากนี้ ยังบริการที่พักในรูปแบบฟาร์มสเตย์ และหากมากินสเต๊กกันหลายคนก็ควรติดต่อล่วงหน้า เพราะถ้าปุบปับไปอาจได้กินแห้วแทนสเต๊กก็ได้...เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!!







