posttoday
จำนำสติ

จำนำสติ

09 กันยายน 2555

โดย..วีรณัฐ โรจนประภา www.kidmai.com , www.facebook.com/kidmai

โดย..วีรณัฐ โรจนประภา www.kidmai.com , www.facebook.com/kidmai

สถานธนานุบาล ผมชอบคำนี้เป็นส่วนตัว แต่มิได้ชอบเพราะชอบใช้นะครับ ชอบเพราะรูปคำและการออกเสียงที่สวยงาม มีเสน่ห์ แม้เมื่อเจาะลงไปสู่ความหมายแล้วหลายคนอาจจะไม่รู้สึกงามตามไปด้วย เพราะเป็นสถานที่ที่ไม่น่าจะมีใครพึงประสงค์จะเข้า

แต่เด็กยุคใหม่อาจไม่ทราบว่าสถานที่นี้คือที่ใด งั้นก็ไม่ยากครับ มาเรียนภาษาไทยเบื้องต้นกันไปด้วยเลย เริ่มจากแยกเป็นคำๆ คือ

“สถาน” แปลตรงๆ ตัวว่า พื้นที่

“ธนา” แปลว่า เงิน

ส่วน “นุบาล” ย่นมาจาก “อนุบาล” แปลว่า ประคบประหงม เหมือนเด็กอนุบาล อนุบาลต้นไม้ ฯลฯ

รวมความแล้วคำนี้ก็หมายถึงพื้นที่ที่ไว้ดูแลด้านการเงินเบื้องต้น หรือประคบประหงมฐานะการเงินของผู้เข้าไปใช้สถานที่นั้น

สรุปง่ายๆ ก็คือ “โรงรับจำนำ” นั่นเอง

คนส่วนใหญ่ไม่อยากเข้าโรงรับจำนำ เพราะนั่นหมายถึงความขัดสนในการเงินของตัว แต่หากมองลึกๆ ไปถึงวิถีชีวิต ผมว่าโรงรับจำนำนับเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของสังคม เมื่อใครเกิดวิกฤตการเงินก็นำเอาข้าวของไปค้ำไว้เพื่อหมุนเอาเงินมาจับจ่ายในสิ่งจำเป็นเร่งด่วน จากนั้นค่อยทยอยหาเงินมาไถ่เอาของกลับมาใช้ หมดอีก ก็เข้าวงจรนี้อีก แม้อาจดูไม่ค่อยดี แต่ก็เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนชุมชนให้เดินต่อได้มาอย่างยาวนาน

ที่สำคัญอีกอย่างที่คนไม่เคยใช้บริการอาจมองข้ามไป คือการได้ฝึกเลือกซื้อของใช้ส่วนตัวครับ

คนมีฐานะไม่เดือดร้อน อยากได้อะไรก็ซื้อหาตามอยากนั้นได้ แต่คนที่ต้องเข้าสถานธนานุบาลนี้เป็นนิตย์ เวลาพอเก็บเงินได้จะซื้ออะไรอาจต้องพิจารณาถี่ถ้วนหน่อย คือต้องเป็นของที่มีมูลค่ามากพอที่หากอนาคตเกิดปัญหาด้านการเงินเรายังสามารถนำไปจำนำได้ราคา ไม่ใช่เข้าโรงจำนำเมื่อไหร่ก็แทบเป็นลม เพราะไม่เหลือราคาค่างวดให้นำเงินออกมาหมุนกัน

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ อย่างคุณผู้หญิงอยากแต่งตัว อยากได้เครื่องประดับ ระหว่างเอาเงินไปซื้อทอง ยามเดือดร้อนทองนั้นยังนำไปแปะโป้งได้เกือบเต็มๆ (หรืออาจมากกว่าหากราคาทองขึ้น) แต่ถ้านำเงินนั้นไปซื้อชุดราตรีหรูแบรนด์เนม เมื่อเงินชอร์ตชุดนั้นไม่สามารถแปรเป็นเงินมาหมุนได้เลย

หรืออย่างที่เห็นประจำอีกอย่างก็พวกเครื่องใช้ไฟฟ้า วิทยุ ทีวี โฮมเธียเตอร์ เวลาไปจำนำเงินแทบจะหายไป 80 เปอร์เซ็นต์ 90 เปอร์เซ็นต์

จำนำสติ

 

ก่อนซื้อของมองเผื่อแบบนี้ ก็เท่ากับได้ฝึกการเลือกซื้อของไปในตัว

ที่เขียนแบบนี้ไม่ได้ส่งเสริมให้เข้าโรงรับจำนำนะครับ แต่ผมอยากจะชวนมองมุมใหม่ว่าวิถีการหมุนเงินแบบนี้ล่ะครับที่ดี และเหมาะสมกว่าวิถีใหม่ กับสารพัดบัตรเงินด่วนทันใจ บริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่ดูอินเทรนด์นั้นเยอะมากๆ

เพราะการหมุนเงินผ่านโรงรับจำนำดั้งเดิมแบบนี้ ผู้กู้มีทรัพย์สินที่มีมูลค่าจริงไปแปรเป็นเงินออกมา ไม่ได้หวังพึ่งเงินหรือรายได้จากอนาคต แม้ท้ายสุดจะหาเงินมาไถ่คืนไม่ไหวก็แค่ปล่อยของขาด ไม่โดนการติดตามทวงหนี้โหดแบบที่เป็นข่าว ต่างจากการหมุนเงินปัจจุบันที่ใช้ “เครดิต” แข่งกันปล่อยจนลูกค้าเคยตัว ใช้เงินในสิ่งที่อาจไม่จำเป็นจริง ก่อให้เกิดการกระตุ้นการใช้เงินผิดประเภทได้ง่าย เพราะเห็นสะดวก เมื่อความอยากครอบงำก็อาจยั้งใจไม่ทัน ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้นก็หมดโอกาสกลับใจ จำต้องเป็นหนี้ที่ไม่จำเป็นกันไปแล้ว

ที่ยกเรื่องเครดิตนี้มานอกจากเพื่อติงกันให้ระมัดระวังเรื่องการหมุนเงิน อันเป็นของนอกกายแล้ว ยังอยากจะท้วงกันเรื่องของการหมุนของในกายเราด้วย ซึ่งก็ไม่ต่างกันเลย

ภายนอกเราเอาของมีค่าไปจำนำเพื่อแลกมากับความสุข

ภายในเราก็ชอบที่จะนำเอาทรัพย์ภายในที่มีค่าที่สุดของเราไปจำนำเพื่อแลกเอากับความสุข ความพอใจของเราเช่นกัน

คนอายเมื่อเอาของที่เป็นรูปธรรมเข้าโรงรับจำนำภายนอก แต่คนไม่อายเมื่อเอาของที่เป็นนามธรรมเข้าโรงจำนำภายใน

เราไม่ลังเลที่จะจำนำทรัพย์ที่มีค่ายิ่งภายในของเราเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข ความพอใจ

ทรัพย์นั้นคืออะไร ?

ทรัพย์นั้นคือ “สติ” ครับ

เราชอบเอาสติไปแลกกับความอยากสารพัดเข้ามาในใจ

เรามักเอาสติไปแลกกับความโกรธให้มันเผาใจ

หรือแม้แต่เราเอาสติไปแลกกับความหลงคิดเรื่อยเปื่อยเข้ามาในเรา

หน้าที่ของสติคือการป้องกันสิ่งไม่ดี ไม่งามพวกนี้

สติทำให้เรารู้เท่าทันความอยากได้ เลยไม่เผลอหยิบเงินจับจ่ายแบบไม่จำเป็น สติให้ใช้เหตุผลในการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่

สติช่วยให้ความโกรธอยู่ไม่ได้ ทำให้ไม่ไปบันดาลโทสะใส่ใครให้เดือดร้อนใจภายหลัง

สติช่วยให้ไม่คิดฟุ้งซ่านโดยไม่จำเป็น ทำให้ไม่เสียพลังงานไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

ฉะนั้น จะได้เสพความอยาก ได้สะใจกับการบันดาลโทสะ ได้คิดมันให้เมามัน เราจึงต้องทำลายสติ หรือจะเรียกเบาๆ ว่าเอาสติไปฝาก ไปจำนำไว้นั่นเอง

และที่น่าเศร้ายิ่งขึ้นคือคนส่วนใหญ่ไม่ยอมไถ่สติออกมาเสียด้วย ปล่อยให้หลงจู๊ยึดไปอย่างถาวรเลย

คนเอาทีวีไปจำนำยังพยายามหาเงินไปไถ่ออกกลับมาเป็นสมบัติของตน

แต่สติคนไม่สนใจ จำนำแล้วมักปล่อยขาด ทั้งๆ ที่บรมครูของเราท่านฝากไว้เป็นเรื่องสุดท้าย ในวาระสุดท้ายก่อนท่านจะละสังขารจากโลกนี้ไป

พระพุทธองค์ทรงมีปัจฉิมวาจาในครั้งสุดท้ายว่า

วยธมฺมา สงฺยารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ แปลว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจง (ยังประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น) ให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาท (มีสติ) เถิด

ใครยังไม่ไปไถ่สติออกมาใช้ รีบๆ กันหน่อย อย่าให้โดนยึดไปนะครับ!

ข่าวล่าสุด

ฝรั่งเศสเดือด! ม็อบค่าครองชีพลามเป็นจลาจล ปะทะตำรวจทั่วประเทศ

ฝรั่งเศสเดือด! ม็อบค่าครองชีพลามเป็นจลาจล ปะทะตำรวจทั่วประเทศ