
การเดินทางของความเหงา
“การเดินทางนี่สิของจริง” เสียงใครบางคนพูดขึ้นระหว่างเดินทาง ทำนองเหมือนสุภาษิตจีน “อ่านหนังสือหมื่นเล่ม มิสู้เดินทางร้อยลี้”
“การเดินทางนี่สิของจริง” เสียงใครบางคนพูดขึ้นระหว่างเดินทาง ทำนองเหมือนสุภาษิตจีน “อ่านหนังสือหมื่นเล่ม มิสู้เดินทางร้อยลี้”
แต่จริงหรือ !!?
สำหรับผมในฐานะที่ชื่นชอบทั้งการอ่านหนังสือและเดินทาง คำถามนี้ดังขึ้นในใจ ด้วยที่ผ่านมาทั้งการอ่านหนังสือ การเรียนรู้และการเดินทาง ต่างหนุนเสริมทำให้การตีความจากการอ่าน และประสบการณ์เดินทางล้วนเข้มข้นน่าพิศวงยิ่งขึ้น
และความพิศวงที่เกิดขึ้นก็ล่อลวงให้เข้าไปติดกับดักที่เรียกว่า “การแสวงหา”
ถ้าถามว่าหาอะไร ตอบหยาบๆ ก็คงได้ว่า หาความพึงพอใจ การเห็น สัมผัส ได้กลิ่น และลิ้มรส กลายเป็นเรื่อง “งั้นๆ” ถ้าหากว่าไม่ได้ทำให้ “รู้สึก”
ความรู้สึกอาจเสมือนสิ่งเสพติดที่ต้องเสพไปไม่รู้จบ ใช่เพียงแค่ปริมาณแต่ยังต้องเพิ่มคุณภาพขึ้นไปเรื่อยๆ
อาจเป็นความท้าทายเพื่อให้ได้ทดลองสิ่งใหม่ๆ ประสบการณ์ที่ไม่เคยลิ้มลอง...
...ชายหนุ่มอ่านหนังสือเชิงปรัชญาชีวิต การแสวงหาตัวตนของนักวิ่งคนหนึ่ง เขาบอกว่ามันเป็นยาชาสำหรับความหดหู่บางอย่าง ซึ่งแม้จะรู้ว่าคืออะไร แต่ก็ไม่สามารถจัดการได้ การอ่านก็เสมือนกับการพูดคุยกับใครสักคน ที่เคยมีประสบการณ์แบบที่เขากำลังเป็น
แน่นอนทุกคนต้องการทางออก เพียงแต่ใช่ว่าทุกคนจะค้นพบมันในเวลาที่ต้องการ ความรู้สึกต่างๆ ที่กำลังเผชิญ จึงเป็นความท้าทายเพื่อการค้นหาทางออก
สำหรับเขาสิ่งที่อ่านเป็นเพียงการแสวงหาทางออกของผู้อื่น ซึ่งอาจใช้ไม่ได้ผลสำหรับเขา
บางทีความคาดหวังว่าอาจค้นพบทางออกจากประสบการณ์ของผู้อื่น อาจช่วยสะกดอาการหดหู่ที่ว่าให้บรรเทาเบาลง เหมือนกับที่เขาคิดว่ามันคือยาชา แต่ใช่ว่าจะรักษาอาการให้หายขาด
หลายคนอาจจะเคยผ่านช่วงเวลาที่ว่านี้มาแล้ว และการหาทางออกก็หลากหลาย
อันที่จริงผมคิดว่าชายหนุ่มโชคดีมากที่รู้ได้ว่า อาการของตัวเองนั้นเป็นอย่างไร ต่างจากใครหลายคนที่บางครั้งไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการนั้นคืออะไร มีใครคนหนึ่งเคยบอกว่า เสมือนส่วนหนึ่งของชีวิตนั้นหายไป แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร
ไม่ว่ายุคใด สมัยไหน มนุษย์ก็ตามหาส่วนที่หายไปนี้เสมอ
สำหรับชายหนุ่มเขาทดลองหาทางออก หรือการหายารักษาอาการนี้มาแล้วหลายหนทาง การพบปะสังคมกับเพื่อนฝูง อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง เดินทาง แม้แต่ช็อปปิ้งอย่างหนักหน่วง
การได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่าง ความแปลกใหม่ที่ได้พบช่วยให้อาการบรรเทาลง จนคิดว่าจะดีขึ้นหรือหายขาด แต่เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งอาการเดิมๆ ก็จู่โจมเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว และทำให้พบว่า ที่ผ่านมามีแค่เพียงยาชา แต่ใช่ว่าจะเป็นยารักษาอาการให้หายขาด
แต่สิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มยังไม่ได้ลองคือ การหาคนรัก
เปล่า ผมมิได้คิดว่าความรักคือยาวิเศษที่รักษาอาการที่ว่านี้ได้ แต่ประสบการณ์ที่เคยมีคนรักมา ทำให้พบว่าการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับใครสักคน ที่มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันนั้นช่วยเยียวยาความรู้สึกอย่างได้ผล
การมีคนรักนั้นแย่งชิงเวลาซึ่งจมอยู่กับความรู้สึกหดหู่ได้เป็นอย่างดี ทุกโมงยามนาทีเป็นไปอย่างกระตือรือร้น และถึงหากว่าความรักไม่อาจไปด้วยกันได้ สิ่งที่ตามมาก็หาใช่เรื่องน่ากลัว
สำหรับผมในฐานะที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเรื่องความรัก ผมพบว่าความรู้สึกที่ได้รักนั้น ลึกซึ้งและดีกว่าการถูกรักเป็นไหนๆ
แน่นอนมันเป็นความสวยงามเฉพาะที่ไม่มีใครแย่งชิงหรือทำลายลงได้
ความรู้สึกของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน เพียงแต่นี่เป็นหนทางหนึ่งที่น่าทดลองค้นหา และผมกระตุ้นให้ชายหนุ่มทดลองใช้วิธีนี้...
...แม้แดดไม่ร้อนมาก แต่ทางเดินนั้นลาดชัน นับสิบคนที่ร่วมขบวนแทบไม่มีใครเอ่ยปากพูด เสียงนก เสียงแมลงในป่า ไม่อาจหลบความรู้สึกที่เสมือนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรง
ร่วม 2 ชั่วโมงที่เดินกันมาโดยไม่หยุดพัก รู้แค่ว่ายิ่งใกล้จุดหมาย
ความรู้สึกที่ค้นหาอาจเหมือนการเดินทาง
หลายครั้งคราที่การเดินทางทำให้เหน็ดเหนื่อย ใช่เพียงคนทั่วไปที่ถามว่า ทำไปทำไม แต่ตัวเองก็ตั้งคำถามนี้กับความรู้สึกของตัวเอง
ความเจ็บปวดอย่างที่สุด อาจมิใช่ความล้มเหลว แต่อาจเป็นการที่ไม่มีคำตอบให้กับตัวเอง
เมื่อหัวขบวนหยุดเดินและปลดสัมภาระลงจากหลัง ก็เป็นสัญญาณบอกว่า เราไต่ถึงส่วนสูงที่สุดของภูและถึงจุดหมายแล้ว แม้อยากเร่งฝีเท้าให้การเดินทางสิ้นสุดลงโดยเร็ว แต่ก็เกินกว่ากำลังกาย คงทำได้เพียงค่อยย่างเหยียบพยุงตัวไต่ความสูงขึ้นไป
เมื่อถึงจุดหมายสิ่งที่เห็นเบื้องหน้าแม้นสวยงาม หมอกที่ลอยอยู่เหนือพื้นราบกว้างสุดลูกหูลูกตา แม่น้ำที่ตัดผ่านแผ่นดิน โชว์ส่วนโค้งเว้าสวยงาม แต่ก็ไม่อาจทำให้พูดได้ว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
ความสวยงามนั้นเป็นของจริงและความเหนื่อยล้าก็เป็นของจริงเช่นกัน เพียงแต่ความประทับใจต่อความสวยงามของดินแดนแสนไกลแห่งนี้ก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ความเหนื่อยล้านั้นค่อยๆ ลดลง
ใช่เพียงแต่หมอกหนาที่ปกคลุมพื้นราบต่ำเบื้องหน้า เหลียวแลด้านหลังที่ผ่านมา หมอกก็คลุมหนาไม่แพ้กัน ช่วงเวลาเหนื่อยยากที่ผ่านมา เราไม่เห็นกลุ่มหมอก ไม่รู้ถึงการมีอยู่ของหมอกเย็นที่ช่วยให้ความเหนื่อยยากระหว่างเดินทางนี้ลดลงไปได้มาก
แต่หมอกนั้นมีอยู่จริง ยิ่งมองก็ยิ่งงาม
บางทีคำตอบที่แสวงหา ก็ต้องรอเวลาที่เหมาะสม
มีเส้นทางมากมายที่ต้องเดิน กว่าจะพูดได้ว่ารู้จักชีวิตมาอย่างเพียงพอ
หากการเดินทางเป็นไปได้ง่าย ที่แห่งนี้ก็คงคราคล่ำไปด้วยผู้คน ความสงบ งดงามที่กำลังสัมผัสอยู่ในขณะนี้ก็คงถูกลดทอนลงไปอย่างไม่อาจคาดได้ อุปสรรคและความยากลำบาก จึงเป็นสิ่งที่กีดกั้นและคัดกรองผู้ที่จะเข้าถึงสัมผัสความงดงามนั้นได้
บางทีเมื่อถึงเวลาก็อาจรู้ได้เองว่า ทำไปทำไม ค้นหาอะไร พอใจกับการเดินทาง และหนทางที่ล่วงผ่านมาหรือไม่ แค่ไหน
เพียงแต่เราต้องออกเดิน และตั้งจุดหมายเอาไว้สักที่ใดที่หนึ่ง







