
ผู้ชายรักหน้าที่การงาน "ชนุตย์ ศิริจันทรางกูร"
ใครบอกผู้ชายดีๆ ไม่มีในโลกคะ...วันนี้น้องสาวตัวร้ายไปเจอมา
โดย...น้องสาวตัวร้าย / ภาพ ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ
ใครบอกผู้ชายดีๆ ไม่มีในโลกคะ...วันนี้น้องสาวตัวร้ายไปเจอมา
เขาเป็นหนุ่มปี 4 วัย 21 ปี นักศึกษาภาคสมทบ คณะบริหารธุรกิจ สาขาระบบสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญบุรี ชื่อ “เต้ย-ชนุตย์ ศิริจันทรางกูร”
จากการพูดคุยแล้วสัมผัสตัวตน เต้ย-ชนุตย์ ว่าเป็นหนุ่มร่าเริงสดใส ชอบพบปะและรู้จักคนใหม่ๆ ชอบเรียนรู้หาประสบการณ์ใหม่ๆ เสมอ แถมรักพ่อแม่มากๆ ด้วย
“คนอื่นๆ บอกว่าผมเป็นคนรับผิดชอบ ขยัน เฮฮา อยู่ด้วยแล้วสนุก มีความสุขครับ เขาเห็นผมเป็นที่ปรึกษาให้ผู้อื่นได้ตลอด
จริงๆ ผมเป็นลูกคนเดียว เกิดและโตในกรุงเทพฯ พ่อแม่ไม่ใช่คนร่ำรวย พ่อเป็นช่างภาพวิดีโอ ฟรีแลนซ์ ออกถ่ายงานกับกองต่างๆ ท่านเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวเป็นหลัก เพราะแม่สุขภาพไม่ค่อยดี ผมจึงต้องทำงานพิเศษหาเลี้ยงตัวเองแบ่งเบาภาระของที่บ้าน โดยให้แม่จัดการดูแลแค่ค่าเทอมกับค่าหอพัก
งานพิเศษของผมคือเป็นพนักงานรายชั่วโมงสตาร์บัคส์ ทำทุกวันจันทร์พฤหัสบดี และแบ่งเรียน 3 วันต่อสัปดาห์คือ ศุกร์ เสาร์และอาทิตย์
เหตุผลที่เลือกเรียนที่นี่ เพราะสถาบันนี้มีหลักสูตรที่อยากเรียน มีผลงานของรุ่นพี่ๆ ซึ่งเป็นที่นิยมชื่นชอบ
ความคิดฝันของผมก็คือ อยากทำงานในสาขาที่เรียนจบมา คือ นักออกแบบเว็บไซต์ ออกแบบสื่อ โดยนำเสนอรูปแบบและเทคนิคใหม่ๆ อีกอย่างหนึ่งก็คืออยากทำงานด้านบันเทิงควบคู่กันไปด้วย เพราะว่าผมชอบร้องเพลงและรักการแสดง
ชีวิตการเป็นนักศึกษาสำหรับผม ตลอดเวลาที่ผ่านมา วิชาการก็ดีหรือสังคมก็ดี ผมได้ความรู้เอาไว้ใช้ประกอบอาชีพในอนาคต สังคมในรั้วมหาวิทยาลัยสอนให้เราปรับตัว รู้ทันคน รู้จักรับผิดชอบและช่วยเหลือเอาตัวรอดกับสถานการณ์ทุกวัน”
แม้ว่าจะเข้มแข็งและอดทนแค่ไหน เขาก็ยังมีมุมหนักๆ ทั้งเรียนและงาน ผ่านเรื่องวัยเกเรและวันร้ายๆ มา แต่แล้วก็ตั้งตัวใหม่ ผ่านไปได้ด้วยความมีสติ
“สิ่งที่ยากที่สุด คือ การรับผิดชอบและการแบ่งเวลา เป็นเรื่องที่ทำให้ลำบากใจเสมอ แต่ผมเองต้องตั้งสติ เรียงลำดับความสำคัญให้ดีจึงผ่านเรื่องยากต่างๆ ไปได้ พ่อแม่เองก็ดูแลและให้กำลังใจให้คำปรึกษาตลอด
ท่านมักสั่งสอนให้รู้จักสัมมาคารวะ ประหยัด อดทนกับปัญหา และย้ำให้ดูแลช่วยเหลือ และรับผิดชอบตัวเองตลอด รู้จักช่วยคนอื่นหากมีกำลังและโอกาส จริงๆ ท่านก็ดุด้วยกันทั้งคู่ ยิ่งช่วง ม.ต้นผมจะโดนเยอะเนื่องจากเป็นนักเรียนทุนกีฬาของโรงเรียน แล้วผมเกเรโดดเรียนโดดซ้อมประจำ เป็นช่วงเครียดแต่ก็ปรับตัวเองได้อัตโนมัติ ตอนย้ายมาเรียน ปวช.และ ปวส. ที่สำคัญพ่อแม่ผมไม่เคยสปอยล์ลูก แม่หัดให้ผมทำงานบ้านตั้งแต่ประถม 3 กว่าจะได้ของสักชิ้นต้องตั้งใจเรียน และทำคะแนนสอบให้ดี
ผมว่านักศึกษาที่ดี ต้องรู้จักหน้าที่ของตัวเอง รับผิดชอบตัวเอง รู้หน้าที่ ไม่ลืมตอบแทนคุณพ่อแม่เมื่อถึงเวลา อีกอย่างต้องเคารพครู อาจารย์ รุ่นพี่ และให้ความช่วยเหลือคนรอบข้าง จุดยืนของผมคือ รู้หน้าที่”
นอกจากเรียนแล้ว เต้ยยังเป็นนักกิจกรรม ช่วยเหลือน้องๆ และทำหน้าที่ลูกที่ดีของครอบครัว เขาไม่เคยปล่อยเวลาให้สูญเปล่า ด้วยใจมุ่งมั่นจะเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว แหม...ถูกใจน้องสาวตัวร้ายจริงๆ ค่ะ
“ประสบการณ์ดีๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นก็คือ ผมเคยประกวดและคัดเลือก จนได้เป็นผู้อัญเชิญตรามหาวิทยาลัย รวมถึงล่าสุดเล่นละครเวทีของมหาวิทยาลัย เรื่อง รัชนี ตลอดจนทำโครงการจิตอาสาช่วยเหลือสังคม นอกจากนั้นก็เป็นติวเตอร์ให้รุ่นน้องในคณะ เนื่องจากว่าช่วงมิดเทอมและสอบไฟนอล น้องๆ จะให้ช่วยติวกลุ่มวิชาคำนวณ
กิจกรรมวันว่างของผมคือพักผ่อนอยู่บ้าน เพราะเรียน 3 วันเต็ม ทำงานพิเศษอีก 4 วัน ถ้าได้หยุดเมื่อไหร่ผมจะทำงานบ้าน อาบน้ำให้สุนัข ถ้าอยู่ที่มหาวิทยาลัยก็จะนั่งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องข่าวรอบตัวกับเพื่อนๆ ในประเด็นที่น่าสนใจ ไม่ก็แวะไปอ่านหนังสือพิมพ์ หนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และพรีวิวหนัง
เรื่องอื่นๆ อย่างการดูแลตัวเองของผมก็คือ กินผลไม้และน้ำผลไม้ วิ่งออกกำลังกายเช้าหรือเย็น ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ ถ้าไม่มีช่วงงานเร่ง ก็จะนอนหลับให้เพียงพอทุกวัน”
“เต้ยว่าคุณค่าความเป็นนักศึกษาอยู่ตรงไหนคะ” ดิฉันซักพ่อหนุ่มใสซื่อ
“นักศึกษาคือปัญญาชน และจบไปเป็นบัณฑิตกลายเป็นกำลังสำคัญที่สร้างความก้าวหน้า ขับเคลื่อนประเทศชาติให้เดินหน้า ที่ต้องมีดีทั้งความคิด ฝีมือ และคุณธรรม เพราะปัจจุบันคนเก่งมีอยู่มากมาย แต่เมืองไทยต้องการคนดีที่เก่ง ซึ่งสำคัญมาก
แม้ว่าจะเจอเรื่องหนักๆ ก็ต้องรู้จักอดทนใช้สมาธิและสติ การจัดการทีละปัญหา โดยเรียงลำดับจากความสำคัญ ร้องขอความช่วยเหลือ และเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเมื่อทำได้ ผมเองมีคติสอนใจหรือแนวทางการใช้ชีวิต คือ มีสติและทำทุกอย่างในชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด
ตัวผมเป็นผมได้ทุกวันนี้ เพราะยึดหลักและแบบในการใช้ชีวิตตามคุณพ่อ ท่านสอนให้ผมสู้กับปัญหา อดทน และรู้จักพอครับ”
5 ชิ้นที่ภาคภูมิใจ
1.เนกไทและเข็มกลัด – ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง ที่ได้เป็นนักศึกษาภายใต้ตรามหาพิชัยมงกุฎ โดยมหาวิทยาลัยของผมมีถึง 9 ศูนย์ทั่วประเทศ ผมเรียนอยู่ในศูนย์ที่ใหญ่ที่สุดที่รังสิตนครนายก อาจารย์ก็มีความรู้ความสามารถ
2.นาฬิกาข้อมือ – คุณแม่ซื้อให้เนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิดปีที่ 20 ผมใส่ตลอด ทั้งไปเรียนและไปทำงาน
3.แฮนด์บิลล์ละครเวที – รุ่นน้องเป็นคนทำอาร์ตเวิร์กให้ และมันทำให้รู้ว่าตลอดเดือนกว่าในการซ้อมการแสดง และเล่นละครให้กับมหาวิทยาลัย มันต้องผ่านอะไรมาบ้าง
4.โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัย – เราเป็นส่วนหนึ่งของผู้อัญเชิญตรามหาพิชัยมงกุฎ ครั้งหนึ่งในชีวิตเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย
5 คอฟฟี่ พาสปอร์ต – ตำรากาแฟของสตาร์บัคส์ ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานเบื้องต้น ที่บาริสต้าทุกคนต้องทราบไว้ นอกจากนั้นยังมีส่วนสำหรับโน้ตความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติมลงไป ซึ่งเกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ผมทำงานพิเศษนี้มา
ขอขอบคุณ ร้านมิดทาวน์ ชั้น 4 ฟู้ด พาสสาจ สยามพารากอน เอื้อเฟื้อสถานที่







