posttoday
เกษมา อิศรางกูร ณ อยุธยา สร้างเมืองช็อปชานเมือง

เกษมา อิศรางกูร ณ อยุธยา สร้างเมืองช็อปชานเมือง

08 กันยายน 2555

เมื่อขาช็อป “ปุ๋มเกษมา อิศรางกูร ณ อยุธยา” มีบ้านอยู่ราชพฤกษ์ แต่ต้องเข้าเมืองเพื่อช็อปปิ้ง เธอจึงตัดปัญหาด้วยการสร้างศูนย์การค้าขึ้นมาเองให้

โดย...กาญจน์ อายุ

เมื่อขาช็อป “ปุ๋ม-เกษมา อิศรางกูร ณ อยุธยา” มีบ้านอยู่ราชพฤกษ์ แต่ต้องเข้าเมืองเพื่อช็อปปิ้ง เธอจึงตัดปัญหาด้วยการสร้างศูนย์การค้าขึ้นมาเองให้ “เดอะ เซอร์เคิล” เป็นจุดจับจ่ายแก่คนย่านนั้น

แต่สำหรับคนย่านอื่นกลับมอง เดอะ เซอร์เคิล เป็นมากกว่าแหล่งช็อปปิ้ง มันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนในเมืองให้ขับรถออกจากบ้าน พาครอบครัวมาเดินซื้อของ ถ่ายรูปเล่น และรับประทานอาหารร่วมกัน เสมือนว่าราชพฤกษ์เป็นเขาใหญ่ที่อยากไปเที่ยวเล่นในวันเสาร์อาทิตย์

แต่ก่อนที่เธอจะเป็นเจ้าของนั่งมองนักช็อปจับจ่ายในเมืองของเธอนั้น คุณปุ๋มก็ “เคย” เป็นนักช็อปตัวยง เดินทางไปช็อปถึงเมืองนอกแบบไม่เกรงใจชีพจรที่เท้า และแม้วันนี้เธอจะหลุดจากตำแหน่งตัวยง แล้วเปลี่ยนเส้นทางไปยังสวนสนุกตามลูกของเธอแทน เธอก็ยังมีความสุขที่ได้เห็นคนเดินช็อปปิ้งและใช้เวลาร่วมกันภายในวงกลมวงนี้ของเธอ

เกษมา อิศรางกูร ณ อยุธยา สร้างเมืองช็อปชานเมือง

 

อยากมีห้างใกล้บ้าน

สมัยเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกา คุณปุ๋มเธออาศัยอยู่นอกเมืองไม่ต่างจากบ้านที่กรุงเทพฯ (บ้านกรุงเทพฯ อยู่แถวราชพฤกษ์) แต่ที่อเมริกามีมอลล์แถบชานเมืองให้บริการ เพื่อให้คนภายนอกไม่ต้องเข้าเมืองไปซื้อของไกลๆ เธอจึงนำแนวคิดนี้กลับมาไทยด้วย แต่ก่อนที่จะเล่าความฝันนี้ให้ใครฟัง เธอได้ทำงานเป็นข้าราชการในสำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี ตามความต้องการของบิดา แต่เธอทำได้ไม่นานก็ลาออกและกลับมาช่วยงานในครอบครัวแทน และได้โอกาสเล่าความฝันที่เก็บมาหลายปีให้คุณพ่อเธอฟังด้วย

“ปุ๋มอยากนำความสะดวกมาให้คนแถวนี้ เพราะถนนราชพฤกษ์เป็นถนนตัดใหม่ ยังไม่มีศูนย์การค้า แต่เต็มไปด้วยหมู่บ้าน คนราชพฤกษ์จึงต้องขับรถไปซื้อของไกลๆ กินข้าวไกลๆ ซึ่งศูนย์การค้าที่ปุ๋มจะสร้างต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนแถวนี้ที่เป็นครอบครัวรุ่นใหม่ หรือ Young Family และที่สำคัญคือต้องสวย เพราะถ้าไม่สวยคนก็ไม่มา” คุณปุ๋มเท้าความถึงความฝันที่เคยเล่าให้คุณพ่อฟัง ก่อนที่พ่อของเธอจะเป็นคนจัดการหาที่หาลู่ทางจนเกิดเป็น เดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ อย่างในวันนี้

ความสวยที่เธอพูดถึงถูกออกแบบให้มี 3 สไตล์ ได้แก่ ไทย ยุโรป และโมเดิร์น โดยโซนไทยได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมอาคารทรงไทยย่านนางเลิ้ง โซนยุโรป ได้แนวคิดมาจากเมืองเชเซนา (Cesena) ประเทศอิตาลี อาคารจะเป็นแบบเรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ตรงสีสันที่สดใส และโซนโมเดิร์น ได้นำความทันสมัยของอาคารทรงฟรีฟอร์มมาใช้ในการออกแบบ โดยเน้นวัสดุกระจกและอลูมิเนียม

แต่กว่าจะออกแบบจนสวยงามอย่างที่เป็นอยู่ได้ ความคิดสร้างสรรค์ก็ถูกจำกัดให้อยู่ภายใต้กฎผังเมืองย่านราชพฤกษ์ ที่เรียกว่า “พื้นที่เขียวคาดขาว” เพราะถนนสายนี้ถูกวางไว้ให้เป็นปอดกรุงเทพฯ ทำให้ไม่สามารถสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีตึกสูงๆ ได้ เดอะ เซอร์เคิล จึงกลายเป็น “เมือง” ที่แต่ละบ้านเปิดเป็นร้านขายของ มีทางเดินไม่ติดแอร์ แต่มีเงาไม้ให้ร่มเงา และระหว่างทางก็มีลูกเล่นตามสไตล์ของแต่ละเมืองให้แวะชักภาพกันเพลินๆ

เกษมา อิศรางกูร ณ อยุธยา สร้างเมืองช็อปชานเมือง

 

คุณปุ๋มเล่าให้ฟังว่า “ปีแรกที่เปิด (มี.ค. 2554) ที่จอดรถจำนวน 400 คัน มีไม่พอ จนเราคิดว่านี่มันดังเกินไปหรือเปล่า และเกิดความกังวลว่าพอเปิดๆ ไปคนจะไม่เยอะเหมือนปีแรก ซึ่งนั่นทำให้เราต้องรักษามาตรฐานไว้ ส่วนว่าจะมี เดอะ เซอร์เคิล 2 หรือเปล่า ตอนนี้ยังไม่มี แต่กำลังหาทำเลไปเรื่อยๆ”

ประสบการณ์ตัวยง

ด้วยความที่ครอบครัวคุณปุ๋มต้องมีทริปไปเที่ยวด้วยกันประมาณ 40 ชีวิตทุกปี ปีละ 2 ครั้ง ในช่วงสงกรานต์และปีใหม่ อย่างในปีนี้ครอบครัวเธอได้ยกบ้านไปเที่ยวยุโรปในช่วงสงกรานต์และไปญี่ปุ่นในช่วงปีใหม่

“เราชอบไปเที่ยวยุโรปช่วงเดือน เม.ย. เพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ อากาศดี บ้านเมืองสวย อาหารอร่อย และช็อปปิ้งสนุก”

ด้วยภารกิจของครอบครัวทำให้เธอมีโอกาสได้ไปช็อปปิ้งต่างประเทศปีละสองครั้งเป็นอย่างน้อย แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยืนยันว่า “การช็อปปิ้งเป็นแค่สีสัน”

“สมัยนี้ไปช็อปปิ้งเมืองนอกไม่สนุกเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะแบรนด์นอกเข้ามาในไทยเยอะ ทำให้ซื้อที่เมืองไทยก็ได้ ไม่ต้องเสียค่าเครื่องบินไปเมืองนอก และที่สำคัญของมันแพงขึ้น ทำให้เราซื้อน้อยลงมาก”

และนอกจากคุณปุ๋มจะซื้อน้อยลงเพราะราคา เธอยังมีเวลาช็อปน้อยลงด้วย “ตั้งแต่มีลูกก็มีเวลาน้อยลง อย่างไปฮ่องกง เมื่อก่อนจะไปช็อปตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน แต่เดี๋ยวนี้ต้องไปดิสนีย์แลนด์” และอีกประเด็นคือ “ปกติปุ๋มจะชอบเข้าร้าน Local เล็กๆ ตามทางที่ฮ่องกงที่จะขายของแปลกๆ แต่เดี๋ยวนี้พอไปใหม่ ร้านพวกนั้นเปลี่ยนเป็นขายของโหลๆ ที่ไม่น่าซื้อฝากแล้ว”

และจากประสบการณ์ที่เคยเป็นนักช็อปตัวยงมาก่อน เธอได้แนะนำเกี่ยวกับเรื่องช็อปปิ้งว่า “ถ้าไปยุโรปยังสามารถซื้อแบรนด์เนมได้อยู่ เพราะมั่นใจได้ว่าเป็นของจริงและราคาถูกกว่าช็อปในไทย”

เกษมา อิศรางกูร ณ อยุธยา สร้างเมืองช็อปชานเมือง

 

ส่วนแถบเอเชีย “ถ้าไปเกาหลีต้องไปซื้อเสื้อผ้าที่ดงแดมุน มันจะเหมือนแพลทินัมบ้านเรา เพราะจะขายของราคาส่ง ราคาถูก และมีเสื้อผ้าเยอะ ที่สำคัญแม่บ้านไปช็อปได้แบบไม่ต้องห่วงลูก เพราะดงแดมุนเปิด 2 ทุ่ม-7 โมงเช้า ก็ส่งลูกเข้านอนก่อนแล้วค่อยออกมา”

และประเทศที่ห้ามช็อปคือ “ออสเตรเลีย” คุณปุ๋มให้เหตุผลว่า “ถ้าไปออสเตรเลียอย่าซื้ออะไรเลย เพราะทุกอย่างแพงหมด ให้ไป Enjoy กับธรรมชาติและไปตระเวนกินดีที่สุด”

ส่วนข้าวของที่เธอซื้อมาแล้วใส่ไม่ได้หรือไม่ใช้แล้ว เธอไม่ทิ้งเปล่า แต่จัดเป็นกิจกรรมให้พนักงานที่สนามกอล์ฟ (อีกหนึ่งธุรกิจของครอบครัว) ประมูลแล้วนำเงินที่ได้ไปทำบุญ

และสิ่งที่น่าทำตามเกี่ยวกับกิจกรรมช็อปปิ้งของเธอคือ “ซื้อมาแล้วใช้ ไม่ใช่ซื้อมาแล้วเก็บ” และ “ซื้อมาใช้จริง ไม่ได้ใช้แค่แป๊บเดียว”


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท