posttoday
เทคนิคขับรถหน้าฝนให้ประหยัดน้ำมัน

เทคนิคขับรถหน้าฝนให้ประหยัดน้ำมัน

07 กันยายน 2555

ฤดูฝนปีนี้ ฝนมาเร็ว คนใช้รถใช้ถนนพากันส่ายหน้า เพราะเมื่อฝนตก รถก็ต้องติด ยิ่งช่วงหลังฝนตกใหม่ๆ การจราจรจะติดขัดมากเป็นพิเศษ

โดย...ร็อกนีย์ 3229

ฤดูฝนปีนี้ ฝนมาเร็ว คนใช้รถใช้ถนนพากันส่ายหน้า เพราะเมื่อฝนตก รถก็ต้องติด ยิ่งช่วงหลังฝนตกใหม่ๆ การจราจรจะติดขัดมากเป็นพิเศษ และถ้ารถเสีย เครื่องยนต์ดับ เกิดอุบัติเหตุ ฯลฯ ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ไม่อยากเสียสุขภาพจิตกับปัญหาจราจรติดขัด รถเสียระหว่างทาง ก็ต้องอ่านเคล็ดลับดีๆ จากบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ ที่จะชวนมาเช็กรถหน้าฝนก่อนสตาร์ต ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้ใช้รถในช่วงหน้าฝนอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมัน

6 วิธีเช็กรถหน้าฝน

เช็กรถหน้าฝนดีอย่างไร บางคนคิดว่าการเช็กรถไม่ค่อยสำคัญ นานๆ จะเช็กสักครั้งก็ได้ แต่จริงๆ แล้วการเช็กและบำรุงรักษาต้องทำควบคู่กันไป โดยเฉพาะการใช้รถในช่วงหน้าฝน เพราะระหว่างการขับรถที่ต้องเผชิญหน้ากับฝนที่กำลังตก ต้องใช้ความระมัดระวังสูง เนื่องจากพื้นผิวจราจรทั้งเปียกและลื่น ส่งผลต่อความสามารถในการยึดเกาะถนนของยาง

1.ตรวจเช็กเครื่องยนต์ให้พร้อมก่อนการเดินทาง

หากมีความจำเป็นต้องเดินทางช่วงฝนตก ควรตรวจเช็กเครื่องยนต์เป็นพิเศษ เพราะหากรถดับหรือเสียขณะเดินทาง จะทำให้เสียเวลา เสียน้ำมัน การจราจรติดขัด ซึ่งทำให้เพื่อนผู้ใช้ถนนต้องเสียเวลาและเสียน้ำมันไปกับเราด้วย

เทคนิคขับรถหน้าฝนให้ประหยัดน้ำมัน

 

การตรวจเช็กระบบเครื่องยนต์ ได้แก่ เช็กระดับน้ำมันเครื่อง ระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่ และตรวจระดับน้ำในหม้อพักน้ำ ให้อยู่ในระดับระหว่างช่วง Max กับ Min (ถ้าต่ำกว่า Min ให้เติมเพิ่ม) เช็กสภาพท่อยางหม้อน้ำ ตรวจดูรอยรั่วซึม ซึ่งสังเกตได้จากคาบน้ำบนท่อยาง เช็กสภาพไส้กรองอากาศ ถ้าสกปรกให้ทำความสะอาด โดยใช้ที่เป่าลมเป่าสิ่งสกปรกให้หลุดออก ซึ่งถ้าไส้กรองสะอาดจะทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์และประหยัดน้ำมันได้ การเช็กสภาพสายพานและสายหัวเทียน ดูว่ามีรอยฉีกขาดหรือเสื่อมสภาพหรือไม่ ถ้ามีให้รีบเปลี่ยน เช็กสภาพหัวเทียน ถอดหัวเทียนออกมาตรวจดูคราบเขม่า หากมีให้ทำความสะอาด จะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้ 600 ซีซี เช็กพัดลมระบายความร้อน โดยการติดเครื่อง รอดูว่าพัดลมทำงานตามปกติหรือไม่เมื่อเครื่องร้อน

2.ตรวจเช็กเส้นทางให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

โดยเลือกเส้นทางการจราจรที่ใกล้ที่สุด หรือตรวจสอบเส้นทางได้จากรายการวิทยุจราจร เช่น สวพ.91 หรือ จส.100 เพื่อไปให้ถึงจุดหมายโดยใช้ระยะทางที่ใกล้ ไม่หลงทาง ช่วยประหยัดน้ำมัน อย่าลืมเตรียมหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานบริการช่วยเหลือกรณีรถเสียระหว่างทางไว้ด้วย เช่น สถานีวิทยุชุมชน ร่วมด้วยช่วยกัน 1167 หรือ 1543 และ 026646400 สำหรับทางพิเศษ

3.ตรวจเช็กลมยางและสภาพยางให้ได้มาตรฐาน

ตรวจเช็กลมยางอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะหากลมยางต่ำกว่ามาตรฐาน จะทำให้การขับขี่สิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 2% จากการขับขี่ปกติ และหากสภาพยางไม่ได้มาตรฐาน จะทำให้ประสิทธิภาพการเบรกลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สิน

เทคนิคขับรถหน้าฝนให้ประหยัดน้ำมัน

 

4.ตรวจเช็กผ้าเบรก

เพราะช่วงหน้าฝนถนนลื่นกว่าปกติ ทำให้ต้องแตะเบรกบ่อยครั้ง ผู้สังเกตสามารถสังเกตได้จากเสียงผิดปกติขณะเบรก หรือเบรกแล้วรถไม่หยุดในระยะปกติ ซึ่งก็จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันประมาณวันละ 400 ซีซี รู้อย่างนี้แล้วก็เปลี่ยนผ้าเบรกดีกว่าเพื่อช่วยประหยัดน้ำมันและปลอดภัยด้วย

อย่าลืมตรวจเช็กระบบห้ามล้อ ได้แก่ เช็กระยะเบรกมือ โดยดึงเบรกมือแล้วเช็กว่ารถมีการเคลื่อนตัวหรือไม่ เช็กสภาพของยาง ยางชุดหนึ่งๆ ไม่ควรใช้มากกว่า 2 ปี ไม่ว่าคุณจะใช้มากน้อยเพียงใด วัดแรงดันลมยาง และเติมลมยางให้ได้ค่าตามที่บริษัทรถยี่ห้อนั้นๆ กำหนดไว้ เพราะหากปล่อยให้ความดันลมยางอ่อนกว่ามาตรฐานทุก 1 ปอนด์/ตารางนิ้ว จะสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น เช็กสภาพน้ำมันเบรก ตรวจดูว่าน้ำมันมีสภาพใสหรือขุ่น (ถ้าขุ่น ควรทำการเปลี่ยนทันที) และเช็กระดับน้ำมันเบรกให้อยู่ระหว่างช่วง Max กับ Min

5.ตรวจเช็กความเร็ว

หากใช้ความเร็วสูงเกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในขณะขับรถ จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 1025% จากการขับขี่ปกติ ดังนั้นควรขับรถความเร็วที่ระดับ 8090 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นชุกในหน้าฝน นอกจากนี้การควบคุมความเร็วในการขับขี่ โดยไม่เพิ่มหรือลดความเร็วอย่างกะทันหัน ก็จะช่วยลดอุบัติเหตุได้มาก เพราะการขับรถบนถนนที่เปียกจะทำให้การบังคับรถทำได้ยากมากยิ่งขึ้น ควรแตะเบรกเบาๆ ต่อเนื่องสัก 23 วินาที ทำอย่างนี้ 23 ครั้ง เพื่อให้ความร้อนจากการเบรกไล่ความชื้นออกไป และช่วยป้องกันรถท้ายปัดได้

6.ตรวจเช็กความเย็น

ปรับแอร์ในรถไม่ให้เย็นจนเกินไป เพราะหน้าฝนก็มีอากาศเย็นอยู่แล้ว ควรปิดแอร์ก่อนถึงที่หมาย 23 นาที วิธีนี้จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 30 ซีซี แต่หากไม่ใช้แอร์เลยตลอดการเดินทาง 2030 นาที จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 300 ซีซี

เทคนิคขับรถหน้าฝนให้ประหยัดน้ำมัน

 

นอกจากนี้ คุณยังสามารถตรวจเช็กสภาพรถยนต์เบื้องต้นอื่นๆ ได้ด้วยตัวเอง เริ่มจากการตรวจเช็กระบบไฟสัญญาณ ประกอบด้วย ไฟหรี่ ไฟหน้าสูงต่ำ ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ไฟฉุกเฉิน ไฟถอยหลัง และไฟส่องท้าย ตรวจระบบน้ำฉีดกระจก สภาพใบปัดน้ำฝน ว่าทำงานได้ตามปกติหรือไม่

หลังจากฝนตก ปัญหาที่ต้องเจอกันไม่มากก็น้อย ไม่พ้นการจราจรที่ติดขัด หลังฝนตกใหม่ๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะหลีกเลี่ยงการใช้รถใช้ถนน แล้วเปลี่ยนมาใช้การติดต่อทางอื่นแทน เช่น อีเมล หรือโทรศัพท์ แต่หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ปฏิบัติตาม 6 วิธีเช็กรถหน้าฝน ซึ่งรับรองว่า ถ้าปฏิบัติได้ครบทั้ง 6 ข้อ จะช่วยประหยัดน้ำมัน ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา และช่วยให้การขับขี่รถในหน้าฝนปลอดภัยสำหรับคุณและเพื่อนๆ ผู้ใช้รถทุกๆ คน ทุกๆ คัน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท