posttoday
อนาคตประเทศไทยบนเส้นทางสีเขียว

อนาคตประเทศไทยบนเส้นทางสีเขียว

07 กันยายน 2555

“อนาคตประเทศไทยบนเส้นทางสีเขียว” เป็นชื่อหัวข้อการจัดประชุมประจำปี 2555 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

โดย...ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์

“อนาคตประเทศไทยบนเส้นทางสีเขียว” เป็นชื่อหัวข้อการจัดประชุมประจำปี 2555 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเพิ่งจัดการประชุมไปเมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2555 ที่ผ่านมา เป็นชื่อที่สะท้อนถึงแนวคิดและทิศทางการพัฒนาประเทศที่ถูกกำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (2555-2559) ซึ่งได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2554 เป็นต้นมา ทาง สศช.มีมุมมองว่า การปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมสีเขียว เป็นแนวทางการพัฒนาที่จะยกระดับประเทศไทยจากสถานภาพเดิมที่อาศัยความได้เปรียบด้านค่าจ้างแรงงานราคาถูกและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่มีขีดจำกัด เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของการพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจและสังคมสีเขียวที่มีแบบแผนและมาตรฐานการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งของการผลักดันให้ประเทศไทยหลุดพ้นจาก “กับดักการพัฒนาของประเทศระดับรายได้ปานกลาง” (Middle-income Trap) ควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

การปรับกระบวนทัศน์ดังกล่าวมีแรงผลักดันสำคัญมาจากปัจจัยหลายประการทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความตระหนักและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แรงกดดันจากความจำเป็นที่ต้องร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ปัญหาความไม่สมดุลของการพัฒนาที่ผ่านมาของไทย ฯลฯ ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่มีผลอย่างมาก คือ แนวคิดเรื่อง “เศรษฐกิจสีเขียว” (Green Economy) ที่ถูกนำเสนอโดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) มาตั้งแต่ปลายปี 2552 และเป็นหัวข้อหลักของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (การประชุม Rio+20) ที่เพิ่งจัดขึ้นเมื่อเดือน มิ.ย. 2555 ที่ประเทศบราซิล แนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวเป็นความพยายามของ UNEP ที่จะแก้ไขปัญหาของการพัฒนาที่ “ไม่ยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก เช่น ปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก รวมทั้งปัญหาวิกฤตหลายด้านที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 (วิกฤตอาหาร วิกฤตพลังงาน และวิกฤตการเงิน)

อนาคตประเทศไทยบนเส้นทางสีเขียว

 

เศรษฐกิจสีเขียวตามแนวคิดของ UNEP หมายถึง ระบบเศรษฐกิจที่นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ เพิ่มความเป็นธรรมทางสังคม ขณะเดียวกันช่วยลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและปัญหาการขาดแคลนทรัพยากร โดยมียุทธศาสตร์สำคัญ คือ การลดก๊าซเรือนกระจก การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และได้เสนอให้นำแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวไปใช้กับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสาขาการผลิตต่างๆ เช่น การเกษตร อุตสาหกรรม การขนส่ง การท่องเที่ยว การพัฒนาเมือง เป็นต้น

ประเทศต่างๆ มีมุมมอง จุดยืนต่อเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ทางกลุ่มสหภาพยุโรปมีจุดยืนชัดเจนสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว แต่ยังมุ่งเน้นให้ความสำคัญเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงนำเสนอออกมาเป็นแนวคิดเรื่อง “การเติบโตสีเขียว” ภายใต้กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่ประเทศโบลิเวียเห็นว่าแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวอาจสร้างผลกระทบทางลบต่อทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น เป็นการแปรทรัพยากรสาธารณะให้เป็นสินค้าในระบบตลาด ทำให้คนยากจนเข้าถึงฐานทรัพยากรยากขึ้น ฯลฯ

จากผลการประชุม Rio+20 ได้มีข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวอยู่ในเอกสารผลลัพธ์การประชุมที่ชื่อว่า “อนาคตที่เราต้องการ” โดยระบุว่า เศรษฐกิจสีเขียวเป็นเครื่องมือหนึ่งที่นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ประเทศต่างๆ เลือกกำหนดความหมาย รูปแบบ และยุทธศาสตร์การดำเนินงานเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เงื่อนไขทางเศรษฐกิจสังคม และระดับการพัฒนาของตน ข้อสรุปดังกล่าวเป็นผลเนื่องมาจากความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากต่อเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ในขณะนี้จึงเป็นการบ้านของแต่ละประเทศว่าจะเลือกใช้แนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวหรือไม่ และจะกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาตามแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวอย่างไร

สำหรับประเทศไทย ทาง สศช.ได้นำ “แนวคิดการเติบโตสีเขียวกับการพัฒนาสังคมสีเขียว” มาใช้เป็นกรอบการขับเคลื่อนการพัฒนาในระยะ 5 ปีของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 โดยให้คำจำกัดความว่าเป็น “การพัฒนาที่มุ่งไปสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยที่กิจกรรมภายใต้แนวทางการพัฒนาดังกล่าวมีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดของเสียและก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่ไม่ส่งผลกระทบทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมและสูญเสียความสมดุลในการที่จะค้ำจุนการดำรงชีพ และสนับสนุนวิถีชีวิตของประชากรในทุกสาขาการผลิต”

แนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมสีเขียวตามที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์การพัฒนาภายใต้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 มีหลายประการที่เป็นแนวคิดที่ก้าวหน้า เช่น การปรับโครงสร้างการผลิตของประเทศสู่เศรษฐกิจและการเติบโตสีเขียว เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคคมนาคมและขนส่งเพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและพร้อมรับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติการ ปรับโครงสร้างระบบภาษีทั้งระบบให้สนับสนุนการกระจายรายได้และเป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างความเป็นธรรมในการจัดสรรทรัพยากรและการถือครองทรัพย์สิน การเร่งพัฒนาเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่นำไปสู่การเป็นสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (เช่น ภาษีสิ่งแวดล้อม ภาษีคาร์บอน) ฯลฯ

แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 เป็นแผนพัฒนาที่ให้ความสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนทิศทางการพัฒนา ตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศและระดับโลก ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ นับเป็นแผนพัฒนาที่มีความเป็น “สีเขียว” มากที่สุด หากสามารถแปลงไปสู่การปฏิบัติได้จริงจะเป็นความหวังต่อการช่วยแก้ไขปัญหาการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน และปัญหาความขัดแย้งด้านการพัฒนาและสิ่งแวดล้อมที่มีแนวโน้มความรุนแรงมากขึ้นในสังคมไทย อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่สังคมสีเขียวต้องเผชิญกับประเด็นท้าทายหลายประการ ประเด็นท้าทายที่ สศช.ระบุไว้ เช่น การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การพัฒนาสู่สังคมสีเขียวต้องอาศัยระยะเวลาในการดำเนินงาน การขาดแรงผลักดันจากภาครัฐอย่างจริงจัง ฯลฯ

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ สศช.ไม่ได้ระบุไว้ คือ “นโยบายประชานิยม” ที่มุ่งหวังผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและผลตอบแทนจากคะแนนเสียงในระยะสั้น แต่ทิ้งภาระต้นทุนด้านเศรษฐกิจ ต้นทุนสังคม และต้นทุนสิ่งแวดล้อมในระยะยาวไว้โดยไม่ต้องรับผิดชอบ และจะทำให้อนาคตของประเทศไทยเบี่ยงเบนออกจาก “เส้นทางสีเขียว” ที่ยากต่อการหวนกลับ

&<2288;

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท