
ไปให้ถึง...สกอต
วันนี้ขออนุญาตไถลออกนอกเส้นทางสักหน่อย อาจจะไม่ได้เน้นกินเท่าไหร่ แต่จะพาไปดื่มแทนค่ะ (เปลี่ยนชื่อคอลัมน์เป็น “ดื่มอยู่เป็น” ชั่วคราวนะคะ)
โดย...รอยนวล
วันนี้ขออนุญาตไถลออกนอกเส้นทางสักหน่อย อาจจะไม่ได้เน้นกินเท่าไหร่ แต่จะพาไปดื่มแทนค่ะ (เปลี่ยนชื่อคอลัมน์เป็น “ดื่มอยู่เป็น” ชั่วคราวนะคะ)
เรื่องนี้เริ่มต้นที่ ... จู่ๆ ส้มหล่นก็ทับ “รอยนวล” ดังอั๊กกก!!!
ขณะที่เพื่อนฝูงกำลังตกอยู่ในห้วงภาวะอิจฉาริษยาตาร้อนผ่าว (555) รอยนวลก็ชะแว้บออกบินไปอังกฤษแล้วต่อเครื่องไปสกอตแลนด์อย่างลอยนวล เพื่อสัมผัสสายลมหนาว เที่ยว กิน และดื่มอย่างเพลิดเพลิน โดยมี เพอร์นอต ริคาร์ด (ประเทศไทย) และฮันเดรด ไพเพอร์ส สกอตช์วิสกี้ เป็นสปอนเซอร์ค่ะ
ในฐานะคนทำข่าวและเขียนเรื่องกินๆ ดื่มๆ รอยนวลอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ที่ทริปนี้ได้มีโอกาสไปเยือนบ้านเกิดของวิสกี้ เครื่องดื่มซึ่งโด่งดังและเป็นที่โปรดปรานของผู้คนทั่วโลกมาเป็นร้อยๆ ปี
การได้ไปเยือนแหล่งผลิตวิสกี้ที่สกอตแลนด์ นับเป็นความฝันของผู้คนมากมาย จึงเป็นที่มาของ “วิสกี้ทัวร์” ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลากหลายรูท อย่างที่รอยนวลได้ไป เขาเรียกว่าย่านสเปย์ไซด์ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสกอตแลนด์ หนึ่งในวิสกี้ทัวร์ที่จัดกันย่านนี้คือ ชีวาส บราเธอร์ส ดิสทิลเลอรี อิน สเปย์ไซด์ ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็น 3 จุดใหญ่ๆ คือ สตราธไอลา ดิสทิลเลอรี, อะเบอร์ลอร์ ดิสทิลเลอรี และเดอะ เกลนลิเวต ดิสทิลเลอรี ซึ่งพาลูกทัวร์ไปเยือนโรงกลั่น ไปชมกระบวนการผลิตก่อนจะกลายมาเป็นวิสกี้ ไม่ว่าจะซิงเกิลมอลต์ หรือเบลนด์ วิสกี้ โดยมีวิทยากรเป็นคนให้ความรู้ ระหว่างนั้นก็จะมีการทดลองวิสกี้ (ลูกทัวร์ต้องอายุ 18 ปีขึ้นไปค่ะ โชคดีที่รอยนวลเพิ่งจะเต็ม 20 มาเมื่อไม่นานนี้ ฮิๆ) ใครสนใจทัวร์ประเภทนี้ลองเข้าไปเสิร์ชหาข้อมูลที่
www.maltwhiskeydistilleries.com นะคะ
ทริปนี้รอยนวลได้ไปเยี่ยมโรงกลั่นสุราหลายแห่ง รวมทั้ง สตราธไอลา (Strathisla) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองคีธ (เมืองนี้น่ารักม้ากกค่ะ) นี่คือโรงกลั่นเก่าแก่ที่สุด ซึ่งยังเปิดใช้อยู่ของย่านนี้ ทั้งยังเป็นโรงกลั่นซึ่งสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ที่นี่เป็นฐานการผลิตซิงเกิลมอลต์ชื่อเดียวกับโรงกลั่นและวิสกี้อีกหลายตัว รวมถึงชีวาสรีกัล เหล้าที่ผลิตจากโรงกลั่นนี้ยังถูกนำไปผสมฮันเดรด ไพเพอร์ส ด้วยค่ะ
อีกหนึ่งแห่งที่ชาวคณะได้แวะไป คือ โรงกลั่นของอะเบอร์ลอร์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตซิงเกิลมอลต์วิสกี้ชื่อดังอีกแห่งหนึ่ง ที่ไม่ได้ไปแต่อยากไปมากคือ โรงกลั่นของ เกลนลิเวต ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาในอุทยานแห่งชาติแคร์นกอร์มส์ ทราบมาว่าสวยงามและคุ้มค่าการเดินทางไกลมาก ไม่แค่ชมโรงกลั่นเท่านั้น เขายังจัดรูทเดินชมธรรมชาติสำหรับคนรักการผจญภัยที่นั่นด้วย
ไม่แค่นั้นเรายังได้แวะชมโรงงานผลิตถังไม้โอ๊กสเปย์ไซด์ โคออพเปอเรจ ที่นี่เขานำถังไม้โอ๊กที่เคยผ่านการหมักเบอร์เบินจากอเมริกามาทำใหม่เพื่อนำไปบ่มวิสกี้ในสกอตแลนด์ เพราะกฎหมายอเมริกานั้น เบอร์เบินต้องใช้ถังไม้โอ๊กใหม่ แต่สกอตแลนด์นิยมหมักบ่มสกอตช์วิสกี้ในถังไม้โอ๊กเก่า
เมื่อเดินทางลงใต้ รอยนวลได้รับประสบการณ์พิเศษๆ เกี่ยวกับวิสกี้ที่เดอะ สกอตช์ วิสกี้ เอกซ์พีเรียนส์ ในเอดินบะระ (รายละเอียดเข้าไปชมที่ www.scotchwhiskyexperience.co.uk) ที่นี่เขาจัดเตรียมข้อมูลความรู้ให้ผู้คนจากทั่วโลกได้เข้าใจเกี่ยวกับวิสกี้ หลังจ่ายค่าตั๋วแล้วเราก็ได้นั่งถังไม้โอ๊กเข้าไปพบกับแสงสีเสียงตระการ เพื่อแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักวิสกี้ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ได้เห็นขั้นตอนขบวนการผลิตกว่าจะกลายเป็นน้ำแห่งชีวิต
จากนั้นรอยนวลก็โดนต้อนเข้าห้อง Sense of Scotland ที่จะมีไกด์มาสอนเราทดสอบวิสกี้เพื่อให้รู้ว่าสกอตช์วิสกี้จากแต่ละย่านมีความแตกต่างกันอย่างไร ทั้งเรื่องสีสัน กลิ่น และรส (ใครอยากเลียนแบบลึกซึ้งจนได้ใบเซอร์ฯ ที่นี่เขาก็มีสอน) เรียนเสร็จก็ได้แก้ววิสกี้กลับบ้านคนละใบเป็นที่ระลึก เป็นแก้วซึ่งเขาบอกว่าเหมาะที่สุดสำหรับดื่มวิสกี้ (แก้วแบบลงภาพประกอบนี่ล่ะค่ะ)
หลักสูตรเทสต์แบบรวบรัด ซึ่งรอยนวลเข้าร่วมทำให้ได้ข้อมูลคร่าวๆ ว่า สกอตช์วิสกี้จาก 4 แหล่งผลิตมีกลิ่นรสแตกต่างกัน คือ ไฮแลนด์ หุบเขาตอนเหนือสกอต-วนิลา (เครื่องเทศ), สเปย์ไซด์ ดินแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือของสกอตริมแม่น้ำและอ่าวสเปย์-กล้วย (ผลไม้), ไอส์เลย์ เกาะและชายฝั่งทางตอนใต้-ถ่าน/ควัน และโลว์แลนด์ ตอนใต้ของสกอต–เลมอน/ไลม์ (ซิตรัส) ใครชอบแบบไหนก็เลือกกันให้ถูกนะคะ
ที่ชวนตื่นตาตื่นใจมาก ณ เดอะ สกอตช์ วิสกี้ เอกซ์พีเรียนส์ คือ ห้องเก็บวิสกี้นับหมื่นๆ ขวด ซึ่งเขาเคลมว่าเป็น World’s largest collection of Scotch Whisky บางขวดเก่ามาก บางขวดหายาก บางขวดแพงสุดๆ มันน่าโดนขโมยนัก--- 555
รอยนวลเองก็กลับบ้านมาพร้อมวิสกี้สุดพิเศษขวดหนึ่ง อายุ 32 ปี เป็นซิงเกิลมอลต์วิสกี้จากย่านไฮแลนด์ ข้างขวดเขียนว่า Deoch an Doras เป็นภาษาเกลลิก หมายความว่า Drink at the door หรือ One for the road ขวดนี้มาจากโรงกลั่นที่ปิดตัวไปแล้ว จึงหาไม่ได้อีกแน่นอน
นี่เป็นวิสกี้แบบที่เรียกว่า Non-chill filtered คือ กรองขณะที่เหล้ายังไม่เย็นเพื่อให้คงสี กลิ่น และรสดั้งเดิมไว้มากที่สุด ทั้งยังบรรจุโดยตรงจากถังโอ๊กสู่ขวด ขวดนี้มีแอลกอฮอล์ถึง 55.48% นักชิมระดับโลกบอกว่า วิสกี้ตัวนี้มีกลิ่นที่ซับซ้อน คล้ายลูกเกด น้ำตาลดิบ ไม้มะฮอกกานี น้ำมันลินสีด หนัง ทอฟฟี่ และผลไม้ เมื่อชิมจะพบรสช็อกโกแลต, น้ำเชื่อม, พรุน, มะเดื่อ, แอปเปิล, ทอฟฟี่ น้ำผึ้ง และบัตเตอร์ สกอตช์--- ว้าว
ใครอยากลองต้องรอวันเกิดรอยนวลนะคะ... จะเปิดส่งแขกพิเศษกลับบ้านค่ะ







