จุฑามาศ มันตะลัมพะ นักเต้นลีลาศเท้าไฟ
นักศึกษาสาวใบหน้าสวยหวานสไตล์ไทยวัย 19 น้องพลอย-จุฑามาศ มันตะลัมพะ กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 เอกนาฏศิลป์สากล
โดย...วราภรณ์ ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
นักศึกษาสาวใบหน้าสวยหวานสไตล์ไทยวัย 19 น้องพลอย-จุฑามาศ มันตะลัมพะ กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 เอกนาฏศิลป์สากล คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีดีกรีรางวัลรองอันดับ 1 มิส ทีน ไทยแลนด์ ปี 2011 การันตีความน่ารัก นอกจากนี้เธอยังพกความสามารถมาเต็มกระเป๋า ด้วยการเป็นอดีตนักกีฬาลีลาศ ทีมชาติไทยตั้งแต่อายุ 10 ขวบ จนถึงอายุ 15 ปี การแข่งขันที่เธอรู้สึกภาคภูมิใจที่สุดคือ การแข่งขันซีเกมส์ที่เธอทำอันดับได้ดี เช่นเดียวกับการแข่งขันในเอเชียน อินดอร์เกมส์ ครั้งที่ 2 ที่มาเก๊า เมื่อตอนน้องพลอยอายุเพียง 15 ปี ในการแข่งขันครั้งนั้นเธอทำอันดับได้ดีที่อันดับที่ 8 ในการแข่งเต้น 1 จังหวะ ส่วนการแข่งเต้น 5 จังหวะ คู่ของเธอได้ที่ 10 ถือเป็นอันดับที่ดี จากนั้นเธอทุ่มเทให้กับการเรียนและการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย
ภายในตัวน้องพลอยมีสายเลือดนักกีฬาอย่างเข้มข้น ครอบครัวจึงส่งเสริมให้เล่นกีฬา เพราะคุณพ่อเด่นศักดิ์ เจ้าของฉายา อดุลย์ ส.ธนิกุล ก็เป็นนักมวยไทย ซึ่งคุณพ่อก็เดินตามลอยคุณปู่เช่นเดียวกับพี่ชายที่ชกมวยไทย ส่วนคุณแม่สุนันท์ของเธอก็ศึกษาจบด้านพละศึกษา และเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลและบาสเกตบอล น้องพลอยจึงได้รับการส่งเสริมให้เต้นลีลาศมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะเธอรู้สึกประทับใจกับการเต้นรำเมื่อครั้งได้ดูวิดีโอสอนเต้นรำ ได้ชมบรรยากาศที่มีผู้คนนั่งดูเยอะๆ และมีคนปรบมือให้เมื่อโชว์แล้วเสร็จ ยิ่งสร้างเสน่ห์ให้การเต้นลีลาศมากขึ้น
“ตอนเด็กๆ หนูชอบเต้น ประกอบกับคุณแม่อยากให้เป็นนักกีฬาจะได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้ง่ายๆ หากมีความสามารถพิเศษ หนูเรียนเต้นมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เพราะเต้นแล้วสนุกดี ได้โชว์ความสามารถพิเศษที่เรามี” ด้วยเป็นเด็กกล้าแสดงออก ความไฝ่ฝันวัยเด็ก คือ อยากเป็นนักแสดง เธอจึงเลือกเรียนคณะนวัตกรรม สื่อสารสังคม สาขาภาพยนตร์ เป็นการเรียนการแสดงผ่านสื่อต่างๆ แต่เมื่อเรียนแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ เธอจึงย้ายมาเรียนที่คณะศิลปกรรมศาสตร์เพราะใกล้เคียงกับความสามารถที่เธอมีมากกว่า
“หลังได้ตำแหน่งหนูมีงานละครเข้ามา แล้วคิดว่าหากหนูได้เรียนในสิ่งที่ชอบ หนูน่าจะไปได้เร็วกว่า ก็เลยตัดสินใจย้ายคณะ จากเรียนที่คณะเดิมทำเกรดเฉลี่ยได้ 2.8 ซึ่งถือว่าพอใจ เต้นแจ๊ซ เรียนแล้วสนุกกว่าบัลเลต์ซึ่งเต้นช้ากว่า นักลีลาศที่หนูชอบลีลาของเขาคือ นักกีฬาลีลาศของจีนคู่ของเฉาหยาง เป็นนักกีฬาอันดับ 1 ของจีน คู่นี้เต้นสวยมาก แข่งทีไรคว้าที่ 1 ทุกที หนูเคยไปฝึกซ้อมที่จีน ไปเรียนเต้น สิ่งที่เราได้เรียนคือที่นั่นฝึกหนักมาก มีเทคนิคใหม่ๆ มาสอนนักกีฬาตลอด แต่ละประเทศมีสไตล์การสอนไม่เหมือนกัน แต่สไตล์จีนเต้นแบบเร็วๆ ตัวพลิ้วอ่อน เพราะเขาฝึกซ้อมมาตั้งแต่เด็กๆ เคยได้ยินมาว่า จีนเรียนวิชาการแค่ช่วงเช้า หลังจากนั้นคือการซ้อมกีฬาทั้งหมด เรียกว่าหนักไปทางใดทางหนึ่งไปเลย”
เมื่อพลอยตัดสินใจเรียนในสิ่งที่ชอบ แถมยังสามารถนำลีลาการเต้นลีลาศมาผสมผสานกับการเต้นแจ๊ซและบัลเลต์ที่เธอเคยเรียนและโปรดปราน จึงคาดว่าน่าจะทำคะแนนได้ดี และเรียนอย่างมีความสุขและสนุกมากๆ
“เรียนเต้น ต้องขยันหมั่นฝึกซ้อม ซึ่งหนูชอบเต้นอยู่แล้ว การเต้นเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว การเรียนหนูยังได้นำกีฬาลีลาศมาผสมผสานกับบัลเลต์ เพราะใช้หลักเดียวกันคือ การทรงตัว การหมุน เวลาคิดงานใหม่ๆ เราก็เอาลีลาศมาผสมกับการเต้นสไตล์อื่น จึงสามารถสร้างสรรค์งานได้ บางคนมีพรแสวง แต่ไม่มีพรสวรรค์ บางทีคิดงานดี แต่เต้นไม่ดีก็มี แต่โค้ชของพลอยตอนเด็กๆ คงเห็นพรสวรรค์ในการเต้นในตัวที่พลอยมีแต่ไม่รู้ แต่โค้ชเห็นจึงชักชวนให้หนูเป็นตัวแทนทีมชาติและฝึกซ้อมอย่างจริงจัง”
กิจกรรมอื่นๆ ในระหว่างเรียนหนังสือในภาคของการเป็นนักแสดงหลังจากคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 มิสทีนไทยแลนด์ 2011 นำพาให้น้องพลอยก้าวสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว ในการประกวดน้องพลอยได้ประสบการณ์ชีวิตมากมาย และได้ใช้ความสามารถพิเศษด้านการเต้นโชว์เป็นที่ประทับใจคณะกรรมการจนคว้ารางวัลมาครองได้สำเร็จ
“ตอนประกวดหนูได้เรียนแอ็กติง ได้โชว์ความสามารถด้านการเต้น และได้แสดงถึงบุคลิกภาพที่ดีของเรา เพราะนักเต้นหลังต้องตรง อีกทั้งสิ่งที่ได้จากการเป็นนักกีฬาคือ หนูสามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้สบาย มีระเบียบวินัย เวลาซ้อมเต้นโชว์บนเวทีก็สามารถจดจำท่าต่างๆ ได้ ซึ่งทุกอย่างเต็มเป็นคะแนนหมด หลังจากได้ตำแหน่งหนูก็ได้แสดงละครกับช่อง 7 เรื่องเกมส์กำมะลอ ละครช่วงเย็น ทางช่อง 7 เหมือนเราได้ทำตามที่เราฝัน ตอนนี้รอแสดงในผลงานอื่นๆ จริงๆ หนูไม่ได้คิดว่าตัวเองต้องเป็นนักแสดงที่โด่งดัง แค่อยากให้มีงานเข้ามาเรื่อยๆ จะได้พัฒนาศักยภาพด้านการแสดง และได้ทำในสิ่งที่ชอบด้วย ตอนนี้พลอยก็ออกเดินสายช่วยโปรโมตการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ 2012 บาย แมกซิม คอนเทคเลนส์ ซึ่งรับสมัครน้องๆ วัย 1518 ปี รับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 13 ต.ค. เปิดรับสมัครทุกภาค เช่น วันที่ 2 ก.ย. ที่เชียงใหม่ ภาคใต้วันที่ 9 ก.ย. ปิดท้ายที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานครวันที่ 13 ต.ค. หนูก็อยากชักชวนน้องๆ ที่มีความฝันอยากเข้าวงการบันเทิง และมีความสามารถอยากให้มาโชว์กันเยอะๆ”
หากใครอยากประสบความสำเร็จบนเวทีนี้ น้องพลอยแนะนำให้ทำดังนี้ คือ พกความมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง ร่าเริงสดใส แล้วจะประสบความสำเร็จ
สำหรับการวางแผนในอนาคต น้องพลอยอยากไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านการเต้นที่ประเทศอังกฤษ เพราะที่นั่นมีโรงเรียนเต้นรำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากนั้นจะทำงานแสดงควบคู่กับการเปิดโรงเรียนสอนเต้นรำอย่างจริงจัง
“หนูคิดว่าการเป็นเด็กรุ่นใหม่ ต้องมีความสามารถพิเศษกันทั้งนั้น ถ้าเปิดสอนเต้นจะมีเด็กๆ มาเรียน หนูก็จะได้ถ่ายทอดความรู้สู่เด็กรุ่นใหม่ๆ แต่จริงๆ การเต้นมาเริ่มตอนโตก็ได้ แต่ถ้าเรียนตั้งแต่เด็กๆ จะมีเทคนิคเยอะ และพื้นฐานก็จะแน่นและดีกว่าคนอื่นๆ พ่อแม่ที่อยากให้ลูกเต้นเก่งๆ ก็ต้องสนับสนุนตั้งแต่เด็ก แต่ต้องดูลูกด้วยว่าชอบจริงๆ หรือไม่แล้วค่อยส่งเสริมอย่างจริงจังค่ะ”
5 สิ่งของนักเต้นเท้าไฟ
หมวกแก๊ป : ถือเป็นแฟชั่นที่ฮิตใส่หมวก จริงๆ แฟชั่นหนูก็ตามบ้าง แต่ใบนี้สั่งให้เพื่อนทำให้ เพราะหนูชอบใส่หมวกช่วยกันร้อน ใส่ไปทุกที่ มีหมวกประมาณ 4 ใบ แต่ชอบใบนี้ที่สุดเพราะดูเท่และเก๋
โทรศัพท์มือถือ : ไอโฟนช่วยเรื่องการเรียนและฝึกซ้อมของหนูได้มาก อีกทั้งสามารถเปิดดิกชันนารีหาคำศัพท์แปลภาษาอังกฤษได้ด้วย หนูอยากรู้อะไรก็เสิร์ชหาในอินเทอร์เน็ตได้เลย นอกจากนี้หนูยังเสิร์ชหาเพลงเพื่อใช้ประกอบการเต้น เว็บไซด์ที่ชอบท่องคือ ยูทูป หนูชอบเข้าไปดูคลิปเต้น ทั้งแจ๊ซแดนซ์และบัลเลต์ คอนเทมโพรารี ดูประกอบการทำงานส่งคุณครู การทำงานศิลปะต้องดูเยอะๆ เพื่อเราจะได้หาแนวคิดใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ อีกแหล่งหนึ่งที่ชอบดูคือ รายการโซ ยู ธิงค์ ยู แคน แดนซ์ แข่งขันเต้นรำ จะมีเต้นหลายสไตล์ ดูเพื่อนำมาพัฒนาตัวเอง
ต้นแบบ : โค้ชคู่ใจในวัยเด็กของหนูคือ คุณครูภัททิตา โพธิมู ท่านเป็นโค้ชสอนลีลาศของ จ.เชียงใหม่ โค้ชเป็นคนเก่งมาก ครูเป็นผู้ชี้ทางให้หนูค้นพบพรสวรรค์ในตัวเอง ไม่ใช่แค่สอนเต้นครูยังสอนเรื่องระเบียบวินัย สอนว่าเวลาไปซ้อมเต้นที่กรุงเทพมหานคร เจอใครแล้วต้องไหว้ ต้องอ่อนน้อม เมื่อเป็นนักกีฬามีชื่อเสียงในวงการลีลาศ อย่าลืมตัว ต้องขยันและอดทน ซึ่งคำสอนนี้หนูใช้ได้ทั้งชีวิตเลย
รองเท้าลีลาศ : คนอื่นๆ อาจมองว่าลีลาศเป็นกีฬาของคนแก่ แต่กีฬาลีลาศมีเสน่ห์มาก ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ฮิตมาก เด็กๆ เรียนกันมากขึ้น เพราะสวยงาม โตไปบุคลิกภาพดีด้วย เพราะฉะนั้นเราควรออกมาเต้น มาออกกำลังกายกัน
พ่อกับแม่ : สิ่งที่พ่อแม่สอนอยู่เสมอ คือ ความกตัญญู เราต้องรู้ว่าเรามาจากจุดไหน อย่าลืมบุญคุณคน สมมติอย่างเราเป็นนักกีฬา เราเต้นระดับทีมชาติ แต่เราไม่สนใจโค้ชเลย เราต้องระลึกเสมอว่า เราเก่งได้เพราะโค้ช เราถึงมีทุกวันนี้ เราประกวด เราได้ตำแหน่ง รวมทั้งเป็นนักแสดงในวันต่อๆ ไป ก็อย่าลืมผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสเรา ถ้าไม่มีเขา ก็ไม่มีเราในวันนี้ ดังนั้นต้องรู้จักกตัญญู


