
หมู่บ้านปานาจาร์วี
บัณฑิต พิศณุเสน [email protected]
ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ดินแดนรัสเซียด้านติดพรมแดนตะวันออกของฟินแลนด์ ดินแดนส่วนนี้ได้ชื่อว่า
“สวิตเซอร์แลนด์แห่งฟินแลนด์” แสดงว่าเคยเป็นส่วนหนึ่งของฟินแลนด์มาก่อน แต่ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตปกครองตนเอง “สาธารณรัฐคาเรเลีย” (Repubilc of Karelia) อยู่ใต้เขตขั้วโลกเหนือ หรือ Arctic Circle เพียงเล็กน้อย มีจำนวนประชากรประมาณ 6 หมื่นคน ใช้ภาษาพูดของตัวเองคือ ภาษาคาเรเลียนที่น่าสนใจคือหมู่บ้าน บ้านปานาจาร์วีทุกหลังเป็นไม้ซุงเก่าแก่ที่ไม่ได้ปรุงเสริมแต่งอะไรใหม่เลย แต่ยังคงงดงาม และด้วยเสน่ห์บรรยากาศรอบบ้านที่สะพรั่งไปด้วยดอกจีเรเนียม และเวลาออกมาเดินเล่นนอกบ้าน จะหอมอบอวลด้วยกลิ่นฟางจากยุ้งฉาง อวลไอด้วยกลิ่นหอมของเมล็ดข้าวใหม่ๆ ที่เก็บในยุ้งฉางที่อยู่ติดบ้าน
บรรยากาศเหล่านี้ทำให้ผมคิดถึงบ้านชาวนาของเราชาวไทย ถ้าใครเคยไปสัมผัสจะไม่มีวันลืมบรรยากาศเหล่านี้ได้เลย
ภายในบ้าน ห้องนอนมีเตียงพื้นเมืองที่ไม่เหมือนใคร ผ้าปูที่นอนเป็นผ้าลูกไม้ลงแป้งแข็ง เวลาเรานอนพลิกตัวจะมีเสียงกรอบแกรบ ให้ความรู้สึกแปลกๆ ดี อาหารทุกมื้อคุณตากับคุณยายเขาก็ทำเองจากวัตถุดิบในไร่ ไม่ว่าจะเป็นขนมปังดำ หรือขนมปังยัดไส้แสนอร่อย อาหารปิ้งๆ ย่างๆ ทั้งหลาย ซุปผักกับเนื้อตุ๋น
ผ้าปูโต๊ะกินข้าวคุณยายเขาก็ทอเอง และในช่วงเวลาที่แสนจะโรแมนติกก็คืออาหารเย็นตอนใกล้พลบค่ำ แม่น้ำไคมีจะไหลผ่านไปอย่างเอื่อยๆ เราก็จะได้รับรู้ถึงความสุข ความสงบตามธรรมชาติว่ามันเป็นอย่างนี้นี่เอง
หมู่บ้านปานาจาร์วี (Paanajarvi) รวมตัวกันอยู่ตามริมแม่น้ำในสภาพเดิมเหมือนร้อยปีก่อน เขาอยู่กันได้เพราะอะไร ก็เพราะว่าเขาไม่ทิ้งขยะลงในแม่น้ำ และไม่สร้างสิ่งแปลกปลอมใหม่ๆ ให้ขัดกับสายตาต่อสภาพแวดล้อม เขาช่วยกันอนุรักษ์ไว้ทุกอย่างตั้งแต่ตัวบ้าน สภาพความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ฯลฯ
การสร้างบ้านให้มีความสุขได้นั้น สิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทุกคนในชุมชนนั้นๆ ต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้อยู่อย่างมีความสุขและปลอดภัยจากทุกสิ่ง ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นบ้านเก่าหรือบ้านใหม่ หัวใจของการอยู่อาศัยคือการรักษาสิ่งแวดล้อม







