
เก๋ๆ ชิลๆ ที่ อิษยา สยามมิส คลับ
ปกติเป็นคนเกลียดหน้าฝนมากกกกกก แต่พอได้แวะมาร้านเก๋ๆ ร้านนี้ ก็กลับเปลี่ยนใจไปรักหน้าฝนซะดื้อๆ
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
ปกติเป็นคนเกลียดหน้าฝนมากกกกกก แต่พอได้แวะมาร้านเก๋ๆ ร้านนี้ ก็กลับเปลี่ยนใจไปรักหน้าฝนซะดื้อๆ
“อิษยา” แปลว่า “หน้าฝน” หน้านี้ก็หน้าฝน เราเลยขอเลือก “อิษยา” นี่แหละ เป็นที่ชิลชิลหลบฝน (เอ!!! จะหลบใครหรือเปล่าน้า 555)
ชื่อเต็มยศของที่นี่ คือ “อิษยา สยามมิส คลับ” (Issaya Siamese Club) จะว่าโก้ก็โก้ จะว่าเก๋ก็ได้ หรือจะมองหาความชิลก็ไม่ยาก ดูเข้าท่าทีเดียว
สไตล์ร้านก็เจือไว้ด้วยกลิ่นอายโคโลเนียล จากการดัดแปลงบ้านเก่าอายุกว่า 90 ปี ซึ่งยังคงโครงสร้างสวยเด่นเป็นสง่า มีสนามหน้าบ้าน มีสวนเล็กๆ ด้านหลัง รายล้อมด้วยแมกไม้ ต้นมะม่วง ต้นมะพร้าว ต้นกล้วย ให้รู้สึกเหมือนมาเยี่ยมบ้าน (สวน) ญาติ (ผู้ใหญ่) ยังไงยังงั้น ถ้าฝนไม่ตกควรจองสนามหน้าบ้าน สเปซสุดชิล มีบีนแบ็กให้นั่งเล่น ชิลในบรรยากาศโอเพน จิบเครื่องดื่มแก้วโปรด แกล้มลมเย็นๆ ฟังเพลงบรรเลงจังหวะเบาๆ ยิ่งไปตอนดึก ยังได้แสงเทียนวอมแวมเพิ่มความโรแมนติก ใครควงแฟนไปก็ระวังมดขึ้น (อิอิ)
แต่ถ้ากลัวฝน ก็แนะให้นั่งด้านใน มนต์ขลังอาจจะต่างจากด้านนอก การันตีฝีมือการดีไซน์ โดย “ฮานส์ โบเกตอฟต์ คริสเตนเซน” นักออกแบบชื่อก้องชาวเดนิช ที่หยิบจับสีสันคัลเลอร์ฟูลมาผสานกับความเป็นอดีต ดึงดูดสายตาน่าดูน่าชมด้วยเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหายาก กลายเป็นความลงตัวแบบร่วมสมัย
ชั้นบนให้อารมณ์เลานจ์-บาร์มากกว่า มีบาร์เครื่องดื่มพร้อมเสิร์ฟ เก้าอี้บุลวดลายเข้ากับตัวเรือนโบราณ ขณะที่ชั้นล่างเน้นสไตล์ไดนิงรูม นั่งสบาย เพราะดีไซน์บวกกับสีสันพาสเทล ช่วยให้ไม่อึดอัดเกินไป
มาถึงคลับเก๋ทั้งที อย่าพลาดลิ้มเมนูเด็ดเชียว เมนูเหล่านี้มีเชฟกระทะเหล็ก “เอียน-พงศ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย” ดูแลอย่างชิดใกล้ทุกๆ ขั้นตอน เชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพ ตั้งแต่เลือกวัตถุดิบ กระทั่งการปรุง ขาดไม่ได้ คือ การพรีเซนต์ เรียกว่าเชฟเอียนจัดเต็ม!!!
อาหารที่เสิร์ฟจะเป็นสไตล์ของเชฟเอียนเอง เน้นอาหารไทยก็จริง แต่ไม่ได้เป็นไทยแบบเดิมๆ ที่คุ้นชินกัน รสชาติก็ไม่ถึงขั้นว่าจัดจ้านมากนัก กลมกล่อมพอตัว เหมาะสำหรับแขกชาวต่างชาติที่อยากลิ้มรสอาหารไทย ความน่าสนใจยังอยู่ที่วิธีการพรีเซนต์ ที่บางจานนั้นค่อนข้างเซอร์ไพรส์
“ขนมถังแตก” เสิร์ฟด้วยวิธีโยนขนมลงตรงหน้าแขก แตกกันจะจะแบบไม่มีหมกเม็ด สร้างความประหลาดใจแก่แขกไม่น้อย “ไก่อบภูเขาไฟ” ชอบสั่งกันเยอะ จุดไฟลุกพึ่บพั่บบนโต๊ะ เรียกเสียงกรี๊ดดดดด วี้ดวิ้ว หรือจะเป็น “ขนมไทยอิษยา” ก็แปลกดี แต่ละวันเสิร์ฟไม่ซ้ำ ฟังแค่ชื่อคงสงสัยว่าไทยตรงไหน “มาการองต้มยำกุ้ง” “มาการองแกงเขียวหวาน” โอ้!!! “มาร์ชเมลโลว์ใบเตย” “มาร์ชเมลโลว์กุหลาบ” นี่ล่ะขนมไทยของที่นี่
ประเภทที่ไม่ได้เสิร์ฟแหวกแนวมาก ก็มี “แกงฮังเลหมู” ใช้หมูดำคุโรบุตะ ชิ้นหนาสามชั้น มันๆ เน้นๆ เคี่ยวจนนุ่ม กัดเต็มคำ เยิ้มในปาก เคียงมาด้วยรากบัวกับเผือกต้ม เก๋ไม่เหมือนใคร
“ข้าวยำกรุงเทพ” รวมมิตรเครื่องเคราที่กินง่ายๆ ข้าวพอง ส้มโอ มะพร้าวคั่ว กระเทียมเจียว หอมเจียว แตงกวาญี่ปุ่น ถั่วฝักยาว ผักชีฝรั่ง เปลือกมะนาว พริกแดง ตะไคร้ จัดการหั่นเป็นฝอยๆ จะกินก็บีบมะนาวเคล้าด้วยน้ำยำที่เปลี่ยนจากน้ำบูดูมาเป็นน้ำมะขามเปียก กลิ่นไม่แรง รสไม่จัด แต่ได้ความอร่อย แถมสุขภาพดีกลับไปแน่นอน
อีกสักจานเป็นไง “เปาะเปี๊ยะอิษยา” เสิร์ฟมาในเข่งไม้ไผ่ อุ่นให้ร้อนบนหม้อนึ่ง เพื่อจะได้ซึมซับกับความหอมหวานนุ่มของเปาะเปี๊ยะสด ที่ใส่ไส้สารพัด กุนเชียงหมู มันแกว ถั่วงอก หมูบด เต้าหู้ ห่อเป็นชิ้นพอคำด้วยแป้งเปาะเปี๊ยะแท้ๆ กินร้อนอร่อยดี
นอกจากเมนูเด็ดที่จะสร้างความประหลาดใจแก่แขกแล้ว เครื่องดื่มที่นี่ก็ไม่ธรรมดา เราคงไม่พูดถึงเครื่องดื่มมาตรฐานที่มาให้จิบกันดาษดื่นหรอก แต่เรากำลังหมายถึงซิกเนเจอร์ดริงก์ที่ควรจะสั่งมาจิบนั่นต่างหาก
“Issaya Mojito” โมจิโตรสเข้มเสิร์ฟเก๋ๆ ในแก้วทองเหลืองใบเก่า ย้อนยุคแบบเก๋ๆ ท็อปด้วยมะนาวฝาน ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมยั่วน้ำลาย
“Bangkok Lemonade” น้ำมะนาวชัดๆ อร๊าย!!! ไม่ใช่ๆๆๆ น้ำมะนาวบวกวอดก้า เติมไซรัปนิดหน่อย ได้กลิ่นขิงอ่อนๆ จิบได้เรื่อยๆ เหมาะสำหรับคนเก๋ๆ
หรือไม่ค่อยถูกจริตนัก ก็รีบพลิกดริงก์ลิสต์โดยพลัน ยังมีเครื่องดื่มอีกหลายแก้วที่น่าจิบ ร้านอยู่ซอยศรีอักษร ถนนเชื้อเพลิง เปิด 2 ช่วงเวลา ช่วงแรก 11.30–14.30 น. ช่วงเย็นเริ่ม 6 โมงเย็น นั่งกันยาวววววว จนถึงตี 2 นู่น ใครอยากไปชิล แนะนำให้ไปตอนเย็น อ้อ แต่ควรสำรองโต๊ะก่อน ไม่งั้นอาจไม่มีที่นั่ง (เพราะโดนคนเก๋ๆ จองเต็มหมดไง 555) โทร. 02-672-9040 02-672-9041







