posttoday
ระวังตัวก่อนกินวิตามิน

ระวังตัวก่อนกินวิตามิน

29 สิงหาคม 2555

เรื่องราวของวิตามิน สมุนไพร อาหารเสริมนี่พอเริ่มคุยแล้วหยุดไม่ได้เลยนะคะสำหรับหนูดี นี่เป็นสัปดาห์ที่ 3

โดย...หนูดี–วนิษา เรซ

เรื่องราวของวิตามิน สมุนไพร อาหารเสริมนี่พอเริ่มคุยแล้วหยุดไม่ได้เลยนะคะสำหรับหนูดี นี่เป็นสัปดาห์ที่ 3 แล้วสำหรับการเล่าเรื่องวิตามินมาให้ฟังต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่เราคุยกันเรื่อง “วิตามินในโลกโบราณ” ที่มีทั้งสปอร์เห็ดและโสม จริงๆ แล้วยังคงมีอีกหลายสมุนไพรที่หนูดีเองกินและพบว่าได้ผลดี แต่ไม่ว่าเราจะรับประทานสมุนไพร วิตามินเม็ด หรือวิตามินแบบสกัดนั้น ทุกสิ่งที่ผ่านเข้าปากไปสู่ระบบการย่อยและดูดซึม ก็อาจกลายเป็นพิษและมีผลในทางลบได้ทั้งสิ้น ในวันนี้หนูดีจึงอยากพูดถึงสิ่งที่ควรระวังและผลด้านที่ไม่ค่อยสวยงามนักของวิตามินหรือสมุนไพร ที่พวกเราพากันซื้อหามาแพงๆ และคาดหวังสูงในทางที่ดีเสมอ

อันดับแรกเลยก็คือ ในการกินวิตามิน หนูดีจะระวัง 2 สิ่งเป็นเบื้องต้น คือ อาการไม่ย่อยและอาการวิตามินสะสมล้นเกิน เพราะหนูดีเองมีวิตามินให้กินหมุนเวียนเยอะมากค่ะ ที่เก็บไว้ในบ้าน ณ ช่วงเวลาหนึ่งๆ ร่วม 50-60 ขวดเลยทีเดียว กินสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป มีไม่กี่ประเภทเท่านั้นที่จะกินเป็นประจำทุกวัน ซึ่งก็คือ 1.วิตามินรวม เพราะนี่คือรากฐานที่สำคัญในทุกๆ วัน หนูดีกินเช้า 1 เม็ดกับอาหารเช้าค่ะ 2.น้ำมันพริมโรส เพราะสำคัญสำหรับระบบผู้หญิง ช่วงไหนเลิกกิน จะเห็นผลชัดมากที่ผิวและจะปวดประจำเดือนมากแบบทนไม่ไหวจนต้องกินยาคลายกล้ามเนื้อ เพราะกลัวยาแก้ปวด หนูดีจึงไม่ขาดน้ำมันตัวนี้ค่ะ 3.น้ำมันปลาแต่กินไม่มาก และบางครั้งก็กระโดด 2-3 วัน เพราะไม่อยากให้สะสมมากไป 4.ตัวสุดท้ายนี่ขาดไม่ได้จริงๆ ก็คือ แบคทีเรีย หรือจุลินทรีย์ดีๆ ค่ะ กินเป็นเม็ด วันละ 1-2 เม็ด เห็นผลชัดเจนที่ระบบดูดซึม ขับถ่าย และผิวพรรณค่ะ

อาการ “วิตามินไม่ย่อย” นั้น ใครเคยเจอกับตัวจะเข็ดไปนาน และจะระวังมากๆ หนูดีเองก็ไม่ทราบว่าแพทย์เขาเรียกศัพท์แพทย์อย่างไร แต่หนูดีเรียกง่ายๆ แบบนี้ล่ะค่ะ อาการจะออกแนวปวดท้อง หน่วงๆ และอาจอยากอาเจียนร่วมด้วย หนูดีเคยกิน “แร่ธาตุ” จำพวก Zinc และ Magnesium แยกเม็ดกัน โดยเฉพาะ Magnesium นี่คือ เน้นสำหรับผิวพรรณ ในที่สุดคาดว่าร่างกายเรามีวิตามินกลุ่มนี้พออยู่แล้ว (แต่อยากเพิ่มเวอร์เอง) ก็เลยมีอาการคล้ายอยากอาเจียน พะอืดพะอมอยู่นาน เข็ดเลยค่ะ ค่อยๆ กินทีละน้อยดีกว่า และเคยมีกรณีผู้ป่วยชายอายุมากแล้วปวดท้องไปพบแพทย์ เมื่อตรวจดูพบในกระเพาะอาหารคือ แคลเซียมที่ร่างกายคุณลุงย่อยไม่หมดถึง 6 เม็ด คุณลุงกินมาวันละ 1 เม็ด ก็ต้องสะสมมา 6 วันเต็ม น่ากลัวจริงๆ ค่ะ แคลเซียมนี่ต้องระวังเช่นกัน และหากกินต้องกินร่วมกับวิตามิน D และควรกินในช่วงก่อนนอน ไม่ใช่ตอนเช้า เพราะการสะสมเข้าในร่างกายมักทำในเวลากลางคืน เรื่องพวกนี้ละเอียดอ่อน ควรอ่านและศึกษามากๆ ก่อนกินวิตามินแต่ละตัว กรุณาอย่าใช้วิธีลูกทุ่งแบบหนูดีเมื่อก่อนเพราะประมาทว่าวิตามินเป็นของดี กินๆ ไปเถอะ ...คิดแบบนั้น อันตรายค่ะ

อีกสิ่งที่หนูดีระวังมากคือ “วิตามินสะสมล้นเกิน” ยกตัวอย่างประสบการณ์ตรงอีกอันนะคะ คือ ตัวหนูดีมีอาการผิวแพ้ง่ายมาก ถึงมากที่สุด แค่เหงื่อออกก็จะมีผื่นแดงขึ้น 2 ข้างแก้มทันที ไม่ต้องพูดถึงครีมรองพื้น หรือ Foundation เลย และด้วยอาชีพต้องแต่งหน้า หนูดีก็เลี่ยงไม่ได้ จึงมีอาการผดแดง ผื่นแดงขึ้นเสมอ และมักต้องระงับอาการด้วยสเตียรอยด์ ซึ่งมีผลเสียทำให้ผิวบาง หนูดีจึงมีหน้าที่กินวิตามิน E วันละ 400 IU เดือนเว้นเดือน ตามคำสั่งของคุณหมอ ซึ่งต้องกินร่วมกับพริมโรสออยล์ แต่พริมโรสกินทุกวัน วิตามิน E สะสมในไขมัน เราจึงไม่สามารถกินต่อเนื่องได้ หนูดีเองระวังเทียบเท่ากับ “ยา” เลยค่ะ คือ จดบันทึกวันเริ่มกินและวันถอนยา ก่อนจะเริ่มกินใหม่ในอีก 30 วัน นับว่าโชคดี ที่มีวินัยกับอาหารและวิตามิน รวมถึงพบยารักษาผื่นตัวใหม่ที่ใช้ในเด็กทารก ทำให้อาการผื่นที่เป็นปีละ 364 วันบรรเทาลงมาก และสามารถหยุดสเตียรอยด์ได้โดยเด็ดขาด

หลายคนต่อต้านวิตามิน เพราะรู้สึกว่า “ผิดธรรมชาติ” ตรงนี้มีความจริงค่ะ เพราะแพทย์บางกระแส ที่หนูดีเองก็ชอบกินอาหารเสริมแบบ Freeze dry ของเขา เช่น แพทย์หญิงชาวไต้หวันท่านหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้าน Anti Aging เธออายุ 50 ปีเศษแล้ว แต่หน้าตาคล้าย 20 ปีนั้น เธอไม่ยอมกินวิตามินเลย ด้วยเหตุผลว่า “ผิดธรรมชาติ” ค่ะ เธอรับประทานพืชผักสดและผักผลไม้ที่ Freeze Dry และป่นเป็นผงมาชงกับน้ำเท่านั้น หลังจากติดตามผลงานคุณหมอ หนูดีก็มาศึกษาเพิ่ม พบว่า ในวิตามินประเภทอัดเม็ดแข็งนั้น มี “ส่วนผสมอื่นๆ” อยู่ด้วยมากที่สุดค่ะ เพราะในการทำสารอาหารให้เป็นเม็ดๆ ได้ เราต้องมีสารเพิ่มเนื้อ (Filler) สารยึดเกาะ (Binder) สารเจือจาง (Diluent) สารช่วยการแตกตัว (Disintegrator) สารเคลือบผิว (Coating Material) และสารทำให้แห้ง (Drying Agent) ซึ่งสารเหล่านี้ ถ้าโดยธรรมชาติเราคงไม่หยิบเข้าปากอยู่แล้ว เช่น กัม อราบิก อัลจิน และอัลจิเนต แคลเซียมสเตียเรต แมกนีเซียมสเตียเรต และ ซิลิกา โดยเฉพาะตัวทำให้แห้ง หรือซิลิกาเจล ที่เราเห็นเป็นซองๆ ในขวดวิตามินที่เขาบอก “ห้ามกิน” นั้น แหะๆ มันผสมมาในเม็ดบางเม็ดแล้วด้วยนะคะ อย่างนั้นจะให้ผู้บริโภคอย่างเราทำอย่างไรดี ที่สำคัญ ในเม็ดเจลแบบที่กดแล้วเด้งดึ๋งๆ นั้น มีส่วนผสมของไขสัตว์คล้ายในเจลลีอยู่ด้วย จึงทำให้คนที่รับประทานมังสวิรัติกินไม่ได้ค่ะ ตรงนี้ละเอียดอ่อนด้วยนิดหนึ่ง หนูดีเองหากจะซื้อฝากเพื่อนที่เป็น “มัง” ก็จะต้องเลือก Vegetarian Capsule เท่านั้นค่ะ

หนูดีเองมีโอกาสศึกษาแนวคิดทั้งของแพทย์กระแสที่ชอบวิตามินและกระแสที่ต่อต้าน คิดว่าทั้งสองฝ่ายมีเหตุผลดีทั้งสิ้น คราวนี้ ก็อยู่ที่คนกลาง หรือผู้บริโภคอย่างเราว่า จะเลือกเดินทางไหน หรือ เลือกส่วนดีของทั้งสองฝ่ายมารวมๆ กัน แล้วปฏิบัติตามให้เหมาะกับชีวิตของเราเอง หนูดีเองรับของทั้งสองฝ่ายค่ะ เพราะต้องดูเป็นอาการไป และขึ้นกับคำแนะนำของแพทย์ประจำตัวด้วย

สำหรับใครที่อยู่ใน จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 7 ก.ย.นี้ เวลา 14.00-17.00 น. หนูดีจะบรรยายที่ มหาวิทยาลัยพายัพ เขตแม่คาว ในหัวข้อ “อัจฉริยภาพในการทำงานและการบริการ” จัดโดย นักศึกษา มหาวิทยาลัยพายัพ ใครสนใจสามารถโทรสอบถามจองที่นั่งได้ที่ 08-6915-6061 หรือ 08-9532-2269 ค่ะ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท