posttoday
ปอด...ปอด

ปอด...ปอด

26 สิงหาคม 2555

เรื่อง นพ.ทยาธร สุดสวนสี สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง นพ.ทยาธร สุดสวนสี สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

โรคปอดเรื้อรังในเด็ก เป็นภาวะที่เด็กมีความผิดปกติของการหายใจและส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของเด็ก ภาวะดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่ปอดถูกทำลายตั้งแต่ช่วงแรกเกิดจากสาเหตุต่างๆ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นช่วงที่หากเกิดความผิดปกติขึ้นกับปอดจะส่งผลให้ปอดถูกทำลายได้มาก และต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูนานเป็นปีๆ โดยอาจพบความผิดปกติในลักษณะที่หลากหลาย เช่น ถุงลมปอดแฟบ ถุงลมโป่งพอง เสมหะมากผิดปกติ

โรคปอดเรื้อรังมีอาการอย่างไร

อาการของโรคอาจพบได้เร็วตั้งแต่อายุ 3 วันหลังคลอดเป็นต้นไป โดยอาการที่พบส่วนใหญ่จะเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับการหายใจลำบาก โดยอาจพบอาการต่อไปนี้ อาทิ หอบ หายใจเร็ว หายใจลำบาก สังเกตจากเวลาหายใจปีกจมูกจะบาน อกบุ๋ม หรือช่องระหว่างซี่โครงบุ๋มขณะหายใจ หายใจมีเสียงหวีด (Wheeze) ดูดนมแล้วเหนื่อยขึ้น หายใจเร็ว ต้องหยุดดูดนมเพราะเหนื่อยเป็นพักๆ สีผิวซีด ตัวเย็นกว่าปกติ โดยสามารถสังเกตสีที่ผิดปกติได้ชัดเจนขึ้นหากสังเกตบริเวณลิ้น ริมฝีปาก ปลายนิ้ว โรคนี้เป็นโรคที่ไม่มีการส่งตรวจพิเศษเพื่อให้การวินิจฉัย เป็นการวินิจฉัยจากประวัติและการตรวจร่างกายเท่านั้น โดยต้องประกอบด้วยประวัติช่วงแรกเกิดที่พบว่าเด็กมีความจำเป็นต้องได้รับออกซิเจนนานเกินอายุ 28 วัน หรือเมื่อคำนวณตามอายุครรภ์แล้วนานเกินอายุครรภ์ที่ 36 สัปดาห์ หรือมีภาวะหายใจลำบาก ทั้งจากประวัติจากมารดาและการตรวจร่างกาย ร่วมกับการตรวจร่างกายที่พบความผิดปกติของการหายใจดังที่ได้กล่าวข้างต้น

วิธีการรักษาเมื่อลูกเป็นโรคปอดเรื้อรัง

วิธีการรักษาโรคปอดเรื้อรังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค การรักษาที่ให้ออกซิเจนไม่ได้เป็นการรักษาเพื่อให้หายขาดในทันที แต่เป็นการประคับประคองให้ทารกหายใจได้สะดวกขึ้น ไม่เหนื่อยเท่ากับก่อนรักษา เป็นการช่วยลดแรงที่เด็กใช้ในการหายใจในระหว่างที่ร่างกายเด็กกำลังซ่อมแซม ฟื้นฟูปอดที่เสียไปแล้ว รวมทั้งรอให้ปอดที่ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ได้รับการพัฒนาให้พร้อมใช้งานต่อไป

การรักษาในโรงพยาบาลเป็นการรักษาด้วยการให้ออกซิเจนในขนาดต่ำที่เพียงพอสำหรับความต้องการของเด็ก รวมทั้งการดูแลทางเดินหายใจด้วยวิธีอื่น เช่น การดูดเสมหะ การพ่นยาขยายหลอดลมผ่านหน้ากาก เป็นต้น ซึ่งมักเป็นการดูแลรักษาที่จำเป็นต้องทำต่อเนื่องที่บ้านเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดี ดังนั้นก่อนที่เด็กจะออกจากโรงพยาบาลได้ พ่อแม่หรือผู้ดูแลควรรู้วิธีการและสามารถให้ยารวมทั้งการดูแลทางเดินหายใจที่จำเป็นสำหรับเด็กเหล่านี้ด้วยตนเอง จนเกิดความมั่นใจในการปฏิบัติแล้วจึงพร้อมที่จะกลับบ้านได้ อย่างไรก็ตาม มีเด็กบางรายเท่านั้นที่จำเป็นต้องให้การรักษาด้วยการเจาะท่อหลอดลมคอ หรือใช้เครื่องช่วยหายใจที่บ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่พ่อแม่ผู้ดูแลต้องใช้ความพยายาม ความอดทนในการดูแลที่บ้านมากขึ้นไปอีก

สิ่งสำคัญอีกประการในการดูแลเด็กกลุ่มนี้คือเรื่องสารอาหารและพลังงาน เด็กเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับพลังงานให้เพียงพอซึ่งมากกว่าความต้องการตามปกติ ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นพลังงานสำหรับการหายใจ และยังต้องใช้เพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามปกติอีกด้วย การได้รับสารอาหารและพลังงานที่เพียงพอจะทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ใกล้เคียงกับภาวะปกติที่สุดอันเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา นอกจากนี้การป้องกันภาวะแทรกซ้อนเรื่องการติดเชื้อทางเดินหายใจด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยในการดูแลเด็กกลุ่มนี้

อนึ่ง การดูแลเด็กโรคปอดเรื้อรังที่บ้านเป็นภาระหนักของผู้ปกครอง ต้องเสียสละเวลาและต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญปัญหาหนึ่งที่ทำให้เด็กกลุ่มนี้ไม่สามารถกลับบ้านได้ หากมีผู้เมตตาสนใจที่จะช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ให้สามารถกลับบ้านได้ ได้รับความอบอุ่นและการดูแลที่บ้านจากครอบครัว สามารถแจ้งความจำนงเพื่อบริจาคทุนทรัพย์เพื่อซื้ออุปกรณ์ช่วยหายใจ สำหรับต่อลมหายใจให้กับเด็กเหล่านี้ได้ที่มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก หน่วยระบบทางเดินหายใจ โทรศัพท์ 02-354-8321 หรือ 02-354-3407 ต่อ 2210 ในวันและเวลาราชการ.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท