
พาราลิมปิกไทย...อาสาพาเพลงชาติกระหึ่มลอนดอน
ถือเป็นธรรมเนียมมาตั้งแต่ปี 1988 แล้ว ที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากลและสหพันธ์กีฬาคนพิการนานาชาติ
โดย...มิวโกโตะ
ถือเป็นธรรมเนียมมาตั้งแต่ปี 1988 แล้ว ที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากลและสหพันธ์กีฬาคนพิการนานาชาติ ร่วมกันขอความร่วมมือให้เจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพกีฬาพาราลิมปิกควบคู่ไปด้วยในปีเดียวกัน ทั้งเกมฤดูร้อน ทั้งเกมฤดูหนาว นับแต่นั้นมานักกีฬาคนพิการทั่วโลกก็มีเวทีที่จะให้พิสูจน์ความสามารถมาโดยตลอด
ส่วนประเทศไทยนั้น ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ครั้งแรก ในการแข่งขันเมื่อปี 1984 ที่นิวยอร์ก, สหรัฐ ซึ่งครั้งนั้นไม่ได้เหรียญรางวัลกลับมา แต่ด้วยความมุ่งมั่นขยันฝึกซ้อม ส่งผลให้ 4 ปีถัดมา สกุล คำตัน ได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการคว้าเหรียญเงินจากพุ่งแหลนชายกลับมาฝากชาวไทย
จากนั้นเป็นต้นมา ทัพนักกีฬาพาราลิมปิกของไทยไม่เคยร้างเหรียญรางวัลอีกเลย และในศึกพาราลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน, อังกฤษ หนนี้ ทัพนักกีฬาคนไทยก็มีลุ้นเปิดเพลงชาติให้คนทั้งโลกฟังอีกครั้ง
สำหรับนักกีฬาพาราลิมปิกของไทยที่ได้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 50 คน ประกอบด้วย กรีฑา ประเภทแขน ขา ตา 8 คน, วีลแชร์เรซซิ่ง 7 คน, วีลแชร์ฟันดาบ 1 คน, ยิงธนู 2 คน, ยูโด 1 คน, ยกน้ำหนัก 4 คน, บอคเซีย 8 คน, ยิงปืน 4 คน, ว่ายน้ำ 7 คน, ปิงปอง 4 คน และวีลแชร์เทนนิส 4 คน รวมเจ้าหน้าที่และโค้ชอีก 38 คน
จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกประเทศไทย แสดงความเชื่อมั่นว่าอย่างน้อยเราน่าจะมี 2 เหรียญทองในพาราลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ หลังได้ชมการฝึกซ้อมของนักกีฬาชุดนี้รวมถึงการได้พูดคุยเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมผู้ที่เกี่ยวข้อง
“ผมมั่นใจว่านักกีฬาของเราจะนำความสำเร็จมาสู่ประเทศชาติได้ไม่น้อยหน้ากว่าครั้งที่ผ่านๆ มา แม้ว่าสภาพอากาศในลอนดอนอาจจะแปรปรวนบ่อยครั้งก็ตาม แต่นักกีฬาของเราผ่านการแข่งขันในต่างประเทศมาบ่อยครั้ง น่าจะปรับตัวได้ไม่ยาก ในเรื่องความหวังเหรียญทอง น่าจะได้ลุ้นถึง 2 เหรียญ จากกีฬาปิงปองและฟันดาบ ในช่วงเก็บตัว นักกีฬาทำผลงานได้น่าพอใจมากๆ สุดท้ายผมขอให้ทุกคนส่งกำลังใจเชียร์นักกีฬาของเราชุดนี้ด้วย ที่ผ่านมานักกีฬาของเราทำผลงานได้ดีมาโดยตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน พวกเราจะทำให้เต็มที่และดีที่สุด” จุตินันท์ กล่าว
นอกจากนี้ ประธานพาราลิมปิกไทยยังกล่าวเสริมว่า อยากให้ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง เล็งเห็นความเท่าเทียมของนักกีฬาพาราลิมปิก ทั้งเรื่องของเงินอัดฉีด หรือการสนับสนุนด้านอื่นๆ เพราะการที่นักกีฬาคนหนึ่งจะได้สิทธิเข้าร่วมมหกรรมระดับนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องมีการลงแข่งเพื่อจัดอันดับโลกอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน
ส่วนเรื่องที่เป็นกังวลมีเพียง 2 เรื่อง คือ สภาพอากาศกับการจัดประเภทของความพิการ ซึ่งทางคณะพยายามศึกษาและหาทางแก้ไขอยู่ พร้อมกันนี้ยังยืนยันจะบินไปร่วมให้กำลังใจนักกีฬาถึงขอบสนามในวันที่ 1 ก.ย.นี้
ด้าน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย กล่าวว่า รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์มาโดยตลอด และได้จัดสรรงบประมาณเพื่อส่งคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ไปเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อให้นักกีฬาไทยได้แสดงความสามารถในด้านกีฬาแล้ว
“นับเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับนานาชาติ ซึ่งในอนาคตจะนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาพัฒนานักกีฬาให้มีศักยภาพร่างกายที่ดีขึ้น เพื่อต่อยอดศักยภาพในการแข่งขันอีกด้วย จึงขอเป็นกำลังใจและขอให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกท่านได้เข้าร่วมการแข่งขันด้วยความตั้งใจ ใช้ศักยภาพของตนเองให้เต็มที่ ไม่ว่าจะได้กี่เหรียญ เหรียญอะไรบ้างก็ตาม ให้ถือว่าคุณได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเอง และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ” ยิ่งลักษณ์ กล่าว
พร้อมกันนี้ นายกฯ ปู ยังร่วมสร้างขวัญกำลังใจให้ทัพนักกีฬาด้วยการประกาศเงินอัดฉีดสำหรับนักกีฬาชุดพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 14 โดยเหรียญทองจะได้เงินรางวัล เหรียญละ 4 ล้านบาท (เงินสด 2 ล้านบาท และค่าครองชีพรายเดือน 2 ล้านบาท), เหรียญเงิน เหรียญละ 2 ล้านบาท (เงินสด 1 ล้านบาท และค่าครองชีพรายเดือน 1 ล้านบาท) และเหรียญทองแดง เหรียญละ 1 ล้านบาท (เงินสด 5 แสนบาท และค่าครองชีพรายเดือน 5 แสนบาท) ทั้งหมดนี้ยังไม่นับรางวัลอื่นๆ จากภาคเอกชน
อย่าลืมนะครับ วันที่ 29 ส.ค.-9 ก.ย.นี้ ช่วยกันส่งใจเชียร์เหล่านักกีฬาพาราลิมปิกกันเยอะๆ เพราะพวกเขาต่างต้องการกำลังใจไม่แพ้ทัพนักกีฬาในศึกโอลิมปิก แล้วจะได้รู้ว่าคนเหล่านี้มีจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างน่าทึ่ง แถมยังช่วยให้คนที่มีร่างกายครบ 32 ประการอย่างพวกเรามีกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป
ไทยแลนด์...สู้ๆ







