
มะกันตั้งโล่มิสไซล์เอเชีย
มะกันกร้าวเสริมเกราะ ลุยติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธครั้งใหญ่ในเอเชีย หวังสกัดภัยคุกคามเกาหลีเหนือจีน
มะกันกร้าวเสริมเกราะ ลุยติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธครั้งใหญ่ในเอเชีย หวังสกัดภัยคุกคามเกาหลีเหนือจีน
กระทรวงกลาโหมสหรัฐประกาศเตรียมขยายโครงการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธในเอเชียครั้งใหญ่ มุ่งเป้าป้องกันภัยคุกคามความมั่นคงจากเกาหลีเหนือและจีน ตามแผนยุทธศาสตร์เอเชียแปซิฟิกของรัฐบาล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นมาตรการป้องกันภัยความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของกองทัพสหรัฐครั้งล่าสุด หลังรัฐบาลกรุงเปียงยางเริ่มกระทำการยั่วยุด้วยการประกาศขู่ยิงขีปนาวุธและทำสงครามศักดิ์สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน จีนก็กำลังแผ่อิทธิพลในทะเลจีนใต้ ที่ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนามและจีนเอง ต่างอ้างสิทธิเหนือพื้นที่พิพาทอย่างแข็งกร้าว โดยนักวางแผนความมั่นคงสหรัฐกังวลว่า การพัฒนาขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำของจีนนับเป็นภัยคุกคามต่อกองเรือบรรทุกเครื่องบินรบของกองทัพเรือสหรัฐอย่างมาก
“แม้ว่าเรามุ่งเป้าหมายของแผนการนี้ไว้ที่เกาหลีเหนือ แต่เราก็ไม่อาจมองข้ามความจริงอีกข้อนั่นก็คือ ภัยคุกคามจากจีน” สตีเฟน ฮิลเรท ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบป้องกันขีปนาวุธสหรัฐ กล่าว
ทั้งนี้ ภายใต้โครงการดังกล่าว หมายรวมถึงการติดตั้งระบบตรวจจับเรดาร์เตือนภัยขีปนาวุธล่วงหน้าประสิทธิภาพสูงที่มีชื่อว่า เอกซ์แบนด์ ในบริเวณเกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่นขึ้นใหม่ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ประกอบกับการดำเนินเสริมศักยภาพระบบเรดาร์เดิมซึ่งถูกติดตั้งอยู่ที่จังหวัดอาโอโมริ ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อปี 2549
นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาและประเมินพื้นที่ความเป็นไปได้ในการติดตั้งระบบเรดาร์ดังกล่าวเครื่องที่ 3 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการตรวจจับขีปนาวุธจากทางเกาหลีเหนือและจีนให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าสถานที่ตั้งระบบเรดาร์ดังกล่าวอาจจะอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ทางทหารกับสหรัฐแน่นแฟ้นมากที่สุดประเทศหนึ่ง แต่ทว่ายังคงไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากกระบวนการเจรจายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น
ภายหลังการประกาศแผนการดังกล่าวเพียงไม่นาน กระทรวงกลาโหมจีนก็ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อกรณีดังกล่าวในทันที โดยหวังว่าแผนการของสหรัฐจะเป็นไปตามเป้าหมายเพื่อธำรงความมีเสถียรภาพของโลก และส่งเสริมให้เกิดความเชื่อใจระหว่างกัน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐอาจมีศักยภาพไม่เพียงพอที่จะรับมือขีปนาวุธจากจีน เห็นได้จากรายงานของเพนตากอนเมื่อปี 2553 ระบุว่า ระบบดังกล่าวไม่สามารถทำลายล้าง หากมีการโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งใหญ่จากทั้งจีนและรัสเซียได้อย่างมีประสิทธิภาพ







