
ชายที่ดูเหมือนธรรมดา ปรีดา ลิ้มศริ
ชายที่ดูเหมือนธรรมดาคนหนึ่งหลงใหลการเดินทาง เขาเคยตีตั๋วไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เช็ก เยอรมนี ฮังการี
โดย...กาญจน์ อายุภาพ ปรีดา ลิ้มศริ
ชายที่ดูเหมือนธรรมดาคนหนึ่งหลงใหลการเดินทาง เขาเคยตีตั๋วไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เช็ก เยอรมนี ฮังการี สวีเดน เดนมาร์ก อินโดนีเซีย กัมพูชา ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา ออสเตรีย นิวซีแลนด์ และนอร์เวย์ ซึ่งประเทศหลังสุดเขาจะถ่ายทอดมันลงหนังสือให้คนอื่นได้มีส่วนร่วมกับประสบการณ์ในนอร์เวย์
ชายที่ดูเหมือนธรรมดาคนนี้ มีอาชีพหลักเป็นนักออกแบบจิวเวลรี แต่งานรองเป็นอาจารย์สอนศาสตร์แพทย์ทางเลือกรักษาโรคด้วยพลังหิน และเป็นอาจารย์สอนวิปัสสนา
ฟังดูแล้วภาพของชายที่ดูเหมือนธรรมดาน่าจะสูงวัย เพราะสั่งสมประสบการณ์ท่องเที่ยวมามาก แถมยังทำกิจกรรมแก่ๆที่วัยรุ่นเขาไม่ทำกัน แต่ภาพของเขาก็แสดงให้เห็นบนหน้ากระดาษแล้ว “เติ้ล–ปรีดา ลิ้มศริ” ชายที่ดูเหมือนธรรมดาอายุ 32 ปี ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดเวลา และในปีหน้าเขาจะไปหาความสุขเพิ่มที่อินเดีย
สุขที่นอร์เวย์
เติ้ลตัดสินใจไปนอร์เวย์ช่วงต้นเดือน มิ.ย. เพราะโปรโมชันตั๋วเครื่องบินราคาถูก บวกกับพลังภายในที่มีความตั้งใจอยากไปประเทศแถบกลุ่มสแกนดิเนเวียนให้ครบ เขาเล่าให้ฟังว่า “ผมไปนอร์เวย์กับเพื่อน 9 คน เที่ยวไปตามทางโรดทริป (Road Trip) ขับรถเที่ยวกันเองเพื่อไปตามหามิดไนต์ซัน (Midnight Sun) และธารน้ำแข็ง”
ซึ่งสิ่งที่เขาตามหา เขาเจอหมด พร้อมประสบการณ์ที่ทำให้เขาอะเมซิง อย่างเหตุการณ์มิดไนต์ซันที่ทำให้เขาและเพื่อนลืมเวลากินข้าวและได้เห็นภาพชาวนาปลูกข้าวตอนเที่ยงคืน และธารน้ำแข็งหรือกราเซีย (Glacier) ที่ไม่ได้เห็นแค่ธารน้ำแข็ง แต่ยังเห็นอ่าวที่เต็มไปด้วยน้ำจากธารน้ำแข็งละลาย หรือที่เรียกว่า ฟยอร์ด (Fjord)
นอกจากความหนาวเหน็บและความอัศจรรย์ของกลางวันกลางคืน หลายเมืองในนอร์เวย์ยังทำให้เขาประหลาดใจ เติ้ลเล่าถึงเมืองอาเลซุนด์ (Alesund) เมืองที่มีความสำคัญทางด้านการเดินเรือของประเทศนอร์เวย์ในอีกมุมมองหนึ่ง “เมืองนี้เคยถูกไฟไหม้ทั้งเมืองเมื่อต้นศตวรรษที่ 19 เมืองนี้จึงถูกสร้างขึ้นใหม่ในสไตล์อาร์ตนูโวและให้ประชาชนกลับไปอยู่อีกครั้ง”
บ้านเมืองในอาเลซุนด์จึงดูเหมือนเมืองโบราณที่เพิ่งสร้างเสร็จ และกลายเป็นสถาปัตยกรรมที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก
อีกเมืองหนึ่ง คือ เบอร์เกน (Bergen) เป็นเมืองหลวงแห่งศิลปวัฒนธรรมและเมืองหลวงเก่าของนอร์เวย์ และที่สำคัญเมืองนี้เป็น “เมืองมรดกโลก”
“เมืองเบอร์เกนเป็นเมืองท่าที่เก่าแก่ที่สุดในนอร์เวย์ อาคารบ้านเรือนเป็นอาคารไม้หลากสีที่สร้างโดยรัสเซีย ซึ่งตัวบ้านไม้ทำจากโกดังเก่าที่เคยใช้เมื่อการค้าขายทางเรือรุ่งเรือง แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นร้านขายของไปเกือบหมดแล้ว” เติ้ลเล่าถึงนอร์เวย์อย่างเร้าใจเหมือนเพิ่งกลับมาไทยเมื่อวาน
สุขที่เขียน
“ผมมีความสุขที่ได้เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น และชอบที่จะให้คนอื่นมีความสุขตามเรา” คือคำตอบของคำถามว่าทำไมถึงอยากเขียนพ็อกเกตบุ๊ก และได้อธิบายต่ออีกว่า “แต่ผมจะเขียนได้ผมก็ต้องมีแรงบันดาลใจเหมือนกัน ซึ่งการเที่ยวมันสร้างแรงบันดาลใจให้ผม” และยังพูดติดตลกด้วยว่า การไปเที่ยวเมืองหนาวมันทำให้เขารักความร้อนที่ประเทศไทยมากขึ้น
สำหรับพ็อกเกตบุ๊กยังไม่มีวันแน่นอนว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ แต่ใครที่เริ่มสนใจชายที่ดูเหมือนธรรมดาคนนี้แล้ว สามารถเข้าไปอ่านเรื่องท่องเที่ยวที่เขาเคยเขียนที่บล็อก Blair Gabriel Lim
สุขที่ทำ
เติ้ลมีความพิเศษมากกว่าคนชอบเที่ยวทั่วไปตรงที่เขาเป็นผู้รู้เรื่องพลังหิน พลังที่ไม่ใช่ไสยศาสตร์แต่เป็นเรื่องที่ฟิสิกส์สามารถพิสูจน์ได้
“ผมชอบหินมาตั้งแต่เด็ก หินก้อนแรกในชีวิต คือ หินก่อสร้าง พอชอบก็เริ่มศึกษาด้วยตัวเองไม่เคยไปเรียนที่ไหน” เขาเท้าความและข้ามไปจุดไคลแมกซ์ “หินทุกก้อนมีนิวเคลียสอยู่ตรงกลางจึงทำให้มันสั่นสะเทือน ซึ่งเรื่องนี้ฟิสิกส์พิสูจน์แล้วว่าหินสามารถแผ่ขยายคลื่นความถี่ได้จริง”
เติ้ลอธิบายด้วยคำพูดพร้อมหยิบเม็ดพลอยที่พกมาด้วยให้ดูเนื้อใน “หินยิ่งใส ยิ่งสะท้อนความถี่ได้มาก ความถี่ที่ว่า เช่น คำพูดหรือความคิด ซึ่งเมื่อเราพูดอะไรหรือคิดอะไรหินจะช่วยขยายความถี่นั้นอีกสิบเท่า”
และด้วยคุณสมบัติเช่นนี้ทำให้มันช่วยเรื่องสุขภาพของคนใส่ด้วย เขายกตัวอย่าง หินสีเหลืองซิทริน ที่ช่วยในการขับถ่าย หรือหินสีม่วงอะเมทิสต์ที่ช่วยรักษาไมเกรน
จากความชอบเรื่องหินกับความชอบการออกแบบทำให้เติ้ลเป็นนักออกแบบจิวเวลรีฝีมือดี ผู้อยู่เบื้องหลังงานจิวเวลรีสวยเวอร์ที่ดาราใส่หลายชิ้น และอีกไม่นานเขาก็จะเป็นเบื้องหลังนักวิปัสสนาหลายคนที่ตอนนี้เป็นลูกศิษย์เขาอยู่
“ผมนั่งสมาธิได้ตั้งแต่สี่ขวบ การนั่งสมาธิมันทำให้ผมมีความสุขตลอดเวลา ลืมเหงา ลืมเศร้า ลืมโง่ ตอนนี้ผมร้องไห้เพราะดูหนัง หรือร้องเพราะดีใจแค่นั้น” และเขายังมีความตั้งใจว่าในยามแก่จะบวชตลอดชีวิตด้วย







