posttoday
รีวิววิตามิน โบราณ Episode 2

รีวิววิตามิน โบราณ Episode 2

22 สิงหาคม 2555

ในปัจจุบันนี้เรามีเวลาน้อยลง แถมอาหารการกินก็ต้องเน้นสะดวกไว้ก่อน เพราะไม่มีใครมีเวลาเยอะๆมาทำอาหารเองสดๆ

โดย...หนูดี – วนิษา เรซ

ในปัจจุบันนี้เรามีเวลาน้อยลง แถมอาหารการกินก็ต้องเน้นสะดวกไว้ก่อน เพราะไม่มีใครมีเวลาเยอะๆ มาทำอาหารเองสดๆ ทุกมื้อกันสักเท่าไรแล้ว ดังนั้นในโลกที่เรามีเงินมากกว่าเวลา เราจึงมักเลือกทางออกที่ทำให้เราสบายใจที่สุด (ในเวลาที่จำกัด) เรื่องสุขภาพคือ การซื้อสุขภาพบรรจุขวด หรือบรรจุกระป๋องเสียเลย วันนี้เรามาคุยกันต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วนะคะ เรื่อง “วิตามิน” โบราณที่เราสามารถเลือกหาได้ในตลาดทั่วไปในปัจจุบันค่ะ

หนูดีเองไม่ได้ต่อต้านการซื้อสุขภาพแบบ “สะดวกซื้อ สะดวกกิน” แต่ที่สำคัญที่สุดคือ แม้เราจะเป็นคนทำงานหนักและเวลาน้อยสักเท่าใด แต่เราก็ควรวางแผนให้เราได้กินอาหารหลักๆ ประจำวันอย่างน้อย 2 มื้อ ที่เป็นอาหารดีๆ แบบ “Whole Food” คือ เห็นหน้าเห็นตาอาหารแล้วรู้ที่มาที่ไป เห็นแล้วไม่ใช่อาหารแปรรูปบ่อยจนเกินไป

ส่วนวิตามินที่หนูดีกินมีแบบที่เราไม่เรียกเป็น “วิตามิน” เพราะมันคือสมุนไพรโบราณ ทั้งแบบผง แบบน้ำ แต่หนูดีเองจัดไว้ในหมวดวิตามินค่ะ เพราะคนโบราณไม่มีเครื่องอัดแคปซูล ไม่มีเครื่องสกัดสารอาหารแบบยุคใหม่ แต่เขาก็รับประทานสิ่งเหล่านี้เป็นวิตามินชดเชยในสิ่งที่เขาไม่ได้รับจากอาหารประจำวันเช่นกัน

“วิตามินโบราณ” ที่หนูดีพกติดตัวเสมอทั้งในบ้านและเวลาเดินทางไปต่างประเทศ แถมรับประทาน 1 โดสเต็มๆ ก่อนขึ้นเครื่องบินเพราะกลัวเป็นหวัด มี 2 ประเภท คือ ผงสปอร์เห็ดหลินจือ และโสมเกาหลีแบบเหลวหนืดสีดำเข้ม ซึ่งสองตัวยานี้หนูดีค้นพบกับร่างกายตัวเองว่า ได้ผลกว่าการรับประทานวิตามินซีแบบเข้มข้นก่อนขึ้นเครื่องเสียอีก เพราะช่วยเรื่องอาการเพลีย เจ็ตแล็ก และทำให้ไม่ติดหวัดในเวลาที่ต้องใช้ “อากาศรีไซเคิล” ในเครื่องบินร่วมกับคนอีกหลายร้อยคนและในหลายร้อยนั้น จะมีโรคอะไรที่ติดต่อทางอากาศบ้างเราก็ไม่รู้

เหตุผลที่หนูดีเลือก “โสม” ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรใดๆ เพราะรู้สึกเป็นอาหารเสริมของ “คนรวยและแก่” เราเองยังเด็กๆ จะไปกินเพื่ออะไร ร่างกายคงยังไม่ได้เสื่อมถึงขั้นนั้น แต่เมื่อเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนรัก “เฮยุน” ที่เกาหลีครั้งที่ผ่านมาก็พูดคุยกัน หนูดีเองมีคนแนะนำว่า ให้ลองหาโสมเกาหลีแบบแคปซูลมากิน แต่เฮยุนกลับบอกว่า อย่ากินแบบแคปซูลเพราะได้ผลน้อยและช้ากว่าแบบเข้มข้น ซึ่งเป็นน้ำเหลวเหนียวหนืดสีดำเหมือนยางมะตอย เธอเองและสามีรวมทั้งคุณพ่อคุณแม่ เริ่มกินตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และกินมาทุกวันตลอดชีวิต กินวันละปลายช้อนกาแฟเท่านั้นเองผสมกับน้ำ คนเหล่านี้ผิวดีมากอย่างน่ามหัศจรรย์ ซึ่งเป็นผลพลอยได้ของการกินโสม เฮยุนบอกว่า คนต่างชาติหลายคนกินโสมเพราะอยากผิวดี แต่เหตุผลหลักที่เธอกินคือ ระบบหมุนเวียนโลหิต

โสมเป็นธาตุร้อนกินแล้วทำให้เลือดลมไหลเวียน กระตุ้นภูมิต้านทาน สุขภาพองค์รวมจึงดี และเมื่อเส้นโลหิตฝอยมีเลือดไปหล่อเลี้ยง จึงทำให้ผิวดีไปเอง แต่โสมก็มีข้อห้าม เช่น คนที่ร่างกายร้อนเกินไม่ควรกิน หนูดีเองเคยกินแบบมั่วซั่วเมื่อหลายปีก่อนคือ ยังไม่เป็น ก็ไปกินแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ตื่นขึ้นมาเช้าวันหนึ่งเลือดซึมมุมปากเหมือนพวกลมปราณแตกซ่านในหนังจีนกำลังภายในเลยค่ะ ก็เลยได้เรียนรู้ว่า โสมนี่ร้อนมาก ถ้ากินแบบไม่ระวังอาจทำให้ร้อนเกินจนเลือดไหลแบบนี้ล่ะค่ะ จากนั้นหนูดีก็ระมัดระวังกับ “สมุนไพร” เสมอ เพราะคนเราในอดีตเวลาวางยากัน ก็ใช้สมุนไพรนี่ล่ะ ใครว่าของธรรมชาติไม่อันตราย ถ้าไม่ระวังก็เสร็จเหมือนกัน

หนูดีเองช่วงหลังเวลากินโสมจะกินแบบตักมาปลายช้อนละลายน้ำร้อนแล้วดื่ม รู้สึกอุ่นซ่านเข้าไปใจกลางลำตัวแล้วมีไอร้อนแผ่ซ่านไปทั่วตัวเลยค่ะ หนูดีเรียกมันว่า My Personal Heater โดยเฉพาะเวลาเดินทางไปประเทศเมืองหนาวขาดไม่ได้เลย กินแล้วมืออุ่นเท้าอุ่นหายทรมานไปเยอะ ทำไมสมัยเรียนบอสตันหนูดีไม่ค้นพบก็ไม่รู้ ส่วนใครอยากซื้อโสมหนืดนี้ โปรดระวังแบบหนูดีคือ พยายามหายี่ห้อดีที่สุดจากดิวตีฟรีในเมืองโดนไปขวดละประมาณ 1 หมื่นบาท จากนั้นไปเดินฮันนัมดง เจอยี่ห้อเดียวกันขวดละ 8,000 บาท จากนั้นไปเจอในร้านขายยาที่สนามบินขวดละ 5,000 บาท ยังไม่ได้ต่อเลย ฮือ ฮือ ยี่ห้อเดียวกันเป๊ะ อย่างไรก็ตาม ขอให้หนูดีเป็นคนไทยคนสุดท้ายที่โดนแบบนี้นะคะ ระวังกันด้วยค่ะ

ส่วนอีกอย่างที่หนูดีมักพกเป็นกระเปาะแก้วเล็กๆ ติดตัว ก็คือ “สปอร์เห็ดหลินจือ” เหตุผลที่เลือกกินแบบสปอร์แม้จะแพงกว่า เพราะว่ามีปริมาณสารออกฤทธิ์มากกว่าแบบสกัดค่ะ เห็ดหลินจือ เรามักชินกับการนำมารักษาผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยโรคเอดส์ แต่คนธรรมดาๆ ที่ไม่เป็นอะไร หากอยากฟื้นฟูระบบภูมิต้านทานก็กินได้ค่ะ หนูดีได้เห็นฤทธิ์อันน่าทึ่งของมันเมื่อไปซานฟรานหนนี้เอง เพราะอากาศเปลี่ยนวันละ 67 รอบ น้องหนูหวานเลยล้มป่วยแบบออกจากบ้านไม่ได้ 2 วันเต็ม นอนนิ่งๆ กินยาแต่ก็ไม่หาย เราเตรียมแอดมิตน้องเข้าโรงพยาบาลแล้ว เพราะปกติเป็นแบบนี้ในเมืองไทยต้องได้ให้น้ำเกลือทุกครั้ง

หนนี้หนูดีเหลือสปอร์เห็ดอีก 2 หลอด หลอดละ 1 กรัม ถามน้องว่าลองไหม น้องบอกไม่เอา หน้าตาน่าเกลียด (ผสมน้ำแล้วสีดำสนิท น้องรับไม่ได้) แต่ในที่สุดก็ให้น้องฝืนใจดื่ม น้องงงค่ะ เพราะไม่มีรส ไม่มีกลิ่น คือ ถ้าหลับตาแล้วดื่ม มันก็คือน้ำเปล่าดีๆ นี่เอง ในที่สุดเจอ 2 กรัม ใน 2 วัน น้องหวานหายเป็นปลิดทิ้งแบบไม่เหลืออาการปวดหัว ไอ เจ็บคออีกเลย ออกไปเที่ยวกันได้ถึง Napa Valley เลยค่ะทีนี้ พี่สาวดีใจที่สุดเพราะหายเหงาแล้ว และทำเอาหนูหวานผู้ชอบไม่ไว้ใจ “สมุนไพรแปลกๆ” ของพี่หนูดีเปลี่ยนมาเป็นสาวกเห็ดหลินจือเลยทีเดียว

สัปดาห์หน้ามาคุยกันเรื่อง “วิตามินยุคใหม่” นะคะ วันนี้เนื้อที่หมดแล้ว ส่วนใครสนใจฟังบรรยายเรื่อง “เด็กไทยและภาวะผู้นำ” โดยคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ดร.การดี เลียวไพโรจน์ และหนูดีเอง ในวันที่ 8 ก.ย.นี้ เวลา 13.30 น. ที่ AKI บีทีเอสอโศก ก็สามารถ sms มาจองที่นั่งกันได้ค่ะ ที่โทร. 08-4748-7418 ดูข้อมูลเพิ่มเติมในแฟนเพจหนูดี Facebook/อัจฉริยะสร้างได้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท