posttoday
ครอบครัวพึ่งสุนทรแม้อยู่ไกลก็ไม่ห่างเหิน

ครอบครัวพึ่งสุนทรแม้อยู่ไกลก็ไม่ห่างเหิน

19 สิงหาคม 2555

คงต้องขอบคุณเทคโนโลยีสมัยนี้ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ชีวิตง่ายขึ้น

โดย...กันย์

คงต้องขอบคุณเทคโนโลยีสมัยนี้ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ชีวิตง่ายขึ้น แถมยังช่วยให้โลกของเราแคบลงอีกด้วย ไม่ว่าคุณจะอยู่ไกลกันคนละฟากฟ้า แต่เทคโนโลยีจะนำพาคุณมาให้ใกล้กัน แค่นึกแล้วกด ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม แค่ปลายนิ้วสัมผัสก็ช่วยให้คุณเห็นหน้าและได้ยินเสียงคนที่คุณรักได้ราวกับอยู่ใกล้ๆ กัน

เช่นเดียวกับ วิริยะ พึ่งสุนทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและเจ้าของบริษัท เนเจอร์ ทัช เจ้าของผลิตภัณฑ์สปาและเครื่องหอมเนเจอร์ทัช และผู้นำเข้าอาหารเสริมที่ผลิตจากน้ำมันรำข้าวผสมเบต้ากลูแคนและโคคิวเทน ซึ่งเป็นสินค้าที่เป็นที่นิยมมากในประเทศนิวซีแลนด์ แม้ลูกชายวัยรุ่นเพียงคนเดียวของเขา น้องพัธ ที่บินไปเรียนต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ได้เกือบปีแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรัก ความใกล้ชิด ของเขาและลูกชายเพียงคนเดียวต้องสะดุดหยุดกึกลงได้

ครอบครัวพึ่งสุนทรแม้อยู่ไกลก็ไม่ห่างเหิน

 

เขาบอกว่าทั้งเขาและภรรยา นัดดา จะเมลคุยกับลูกเกือบทุกวัน หรือไม่ก็สื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก โซเชียลเน็ตเวิร์กในรูปแบบต่างๆ เกือบทุกวัน ลูกต้องการอะไรเขาก็จะมาทิ้งข้อความไว้ในเมล เราอยากจะบอกอะไรกับลูกก็เขียนส่งเมลไป สะดวกรวดเร็ว ไม่ได้รู้สึกว่าลูกไปอยู่ห่างไกลอะไร เพราะเรายังคุยกันเกือบทุกวัน ปีหนึ่งลูกกลับมา 12 ครั้ง บางทีเขาเองไปติดต่องานก็แวะหาลูกด้วย

วิริยะ บอกว่า โชคดีว่าทั้งผมและภรรยาทำงานที่บ้านเป็นหลัก ที่บ้านจึงมีอุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัยเกือบทุกสิ่ง จึงเป็นเครื่องมือในการสื่อสารถึงลูกได้เป็นอย่างดี แล้วลูกเป็นเด็กผู้ชาย เขาก็เริ่มเป็นหนุ่ม เริ่มมีสังคม มีเพื่อนเขาเองบ้างแล้ว จะไม่ติดพ่อแม่เหมือนตอนเล็กๆ เราก็แค่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ ไม่ไปจุกจิกเขามาก

“เด็กผู้ชายอาจจะเลี้ยงง่ายกว่าลูกสาว เพราะเขาไม่เซนซิทีฟเท่าไหร่ ลูกชายผมก็เรื่อยๆ สบายๆ เป็นเด็กรักธรรมชาติ ไม่บ้าแสงสีเท่าไหร่ ไม่ตามติดแฟชั่นมากมาย ชอบเล่นกีฬา เขาเลยอยู่นิวซีแลนด์ได้โดยไม่เหงาเกินไป เพราะที่นั่นค่อนข้างเงียบ ไม่มีแหล่งบันเทิงล่อใจวัยรุ่นเท่าไหร่ ถ้าติดแสงสีมากคงอยู่ลำบาก”

เขาบอกว่า ก่อนที่จะส่งลูกไปนิวซีแลนด์ก็ถามความสมัครใจเขาก่อน แล้วพาเขาไปดูที่เรียน เขาโอเคจึงตัดสินใจ พ่อแม่ไม่บังคับ แค่ชี้แนะสิ่งที่ดี การตัดสินใจยังเป็นของลูก โชคดีว่าลูกได้เชื้อผมมาเยอะ คือชอบธรรมชาติ ชอบชีวิตเงียบๆ สงบๆ แล้วเขาก็สนใจงานที่พ่อทำ ก็หวังว่าเขาเรียนจบมาอาจจะมาช่วยงานพ่อได้

แต่ถ้าไม่ชอบ เขาอยากไปทำอย่างอื่นก็ไม่ว่ากัน ให้เขาเลือกทำในสิ่งที่เขารัก เขาชอบจริงๆ เขาจะได้มีความสุขในการใช้ชีวิต อยากเรียนอะไร อยากทำอะไร เชิญตามสบาย ถ้าไม่ผิดแผกแหวกแนวมาก ไม่ห้ามอยู่แล้ว

“ทั้งผมและภรรยาเลี้ยงลูกเหมือนเพื่อน คุยได้ ปรึกษาได้ ให้สิทธิออกเสียงตามหลักประชาธิปไตย ไม่เผด็จการ พ่อแม่จะทำอะไรถามความเห็นลูกเสมอ ยกมือโหวตกันได้ แม่เขาทำกราฟฟิก เขาก็มีความเป็นอาร์ตในตัวเยอะ เลี้ยงกันสบายๆ ตามธรรมชาติ เราเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ลูกทุกข์ พ่อแม่ก็ทุกข์ ลูกมีความสุข พ่อแม่ก็ชื่นใจ เราจึงไม่เลี้ยงลูกแบบกดดันให้ลูกต้องเก็บกด ถ้าพ่อแม่ทำอะไรพลาดลูกโต้แย้งได้” เขากล่าวอย่างเข้าใจลูกชายวัยรุ่น

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง