
ชิลชิล...คลับไลเซนซิง
ในฤดูกาลหน้าสโมสรจากประเทศไทยอาจจะหมดสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก
โดย...ราชันเบอร์23
ในฤดูกาลหน้าสโมสรจากประเทศไทยอาจจะหมดสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ซึ่งเป็นฟุตบอลระดับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย นี่เป็นคำพูดที่ผู้สื่อข่าวท่านหนึ่งพูด
ฟังแล้วตกใจ เพราะมันเป็นข้อมูลใหม่ที่บรรดาแฟนบอลและผู้บริหารสโมสรต่างๆ อาจจะยังไม่ทราบ ผมเลยไล่เลียงขอข้อมูลจนทราบว่า สโมสรฟุตบอลในเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมที่คว้าแชมป์ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2012 จะไม่ได้เล่นฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก เนื่องจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งดูแลรับผิดชอบการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ไม่ยอมส่ง “คลับไลเซนซิง” หรือ “ใบอนุญาตประกอบกิจการสโมสรฟุตบอล” ให้กับสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซี
เท็จจริงประการใด ได้ปะหน้าประมุขลูกหนังเลยถามให้ได้ความเพื่อความกระจ่างแก่แฟนบอล
เกี่ยวกับเรื่องนี้ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ออกมาแถลงให้หายสงสัย ในวันที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มอบเงินสนับสนุน 18 สโมสรในศึกสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก ที่โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน เมื่อวานนี้
“โควตาทีมในไทยลีกที่จะเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายสำหรับทีมแชมป์นั้น จะเป็นไปตามเดิมอย่างแน่นอน ขณะที่ทีมรองแชมป์จะได้สิทธิเข้าไปเพลย์ออฟหรือไม่นั้น ต้องเป็นเรื่องที่กำลังเดินเรื่องอยู่นั้นเองในการแย่งสิทธิ แต่โดยส่วนตัวคิดว่าเราน่าจะได้ 1+1 ตามมาตรฐานเดิม” ประมุขลูกหนังกล่าว
นอกจากนี้ นายกลูกหนังยังบอกให้แฟนบอลชาวไทยสบายใจได้ เพราะทางเอเอฟซีได้ให้ความสำคัญกับลีกไทยเป็นอย่างมากในช่วงหลัง และไม่ต้องการที่จะตัดรายชื่อสโมสรในเมืองไทยออกจากการแข่งขันชิงแชมป์สโมสรเอเชียไปอย่างแน่นอน ซึ่งทางสมาคมฯ จะเป็นผู้ออกใบประเมินมาตรฐานการพัฒนาของสโมสรในช่วงเดือน พ.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม เอเอฟซีได้มีการแบ่งระดับไลเซนส์เป็นหลายระดับ เช่น ระดับ เอ บี ซี ซึ่งตอนนี้สโมสรในประเทศไทยที่ได้ระดับ เอ มีประมาณ 56 ทีม นอกจากนั้นจะเป็นระดับ บี ระดับซีและดี ซึ่งไม่ใช่ปัญหา ทีมในไทยลีกได้สิทธิเล่นแชมเปียนส์ลีกปีหน้าแน่นอน ไม่ว่าแชมป์จะเป็นทีมใด
นายกลูกหนังการันตีแอนด์คอนเฟิร์ม
เอาเป็นว่าแฟนบอลลูกหนังชาวไทยสบายใจได้ ทีมไทยได้สิทธิไปเล่นแชมเปียนส์ลีกปีหน้าแน่นอน
นอกจากเรื่องคลับไลเซนซิงแล้ว สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กับบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ยังเรียกสโมสรในศึกสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก ทั้งลีกสูงสุดและยามาฮ่าลีกวันไปรับเงินบำรุงทีม ซึ่งปีนี้เพิ่มขึ้นจากเดิม 4 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท ยอดรวม 18 ทีม เป็นเงินจำนวน 90 ล้านบาท ซึ่งการแบ่งจ่ายในครั้งนี้จะได้รับทีมละ 2.5 ล้านบาท ในเลกแรก
ส่วนที่เหลือจะได้รับเมื่อจบฤดูกาล 2012 พร้อมทั้งยังมีรายได้จากลิขสิทธิ์ตอบแทนในการจัดทำสมุดภาพ สติกเกอร์ อีกทีมละ 5 หมื่นบาท
รวมเบ็ดเสร็จเลกแรกรับทีมละ 3 ล้านบาท
ขณะที่ทีมในศึกยามาฮ่าลีกวันจะได้รับทีมละ 5 แสนบาท และจะมีการแบ่งจ่ายเช่นเดียวกัน
“ในเลกที่ 2 แฟนบอลจะได้ดูการถ่ายทอดสดอย่างเต็มอิ่ม เพราะเราจะถ่ายช่องฟุตบอลสยามทีวี ทรูวิชั่นส์ 74 ทุกสัปดาห์” บังยี กล่าวต่อ
ต้องบอกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มสำหรับประมุขลูกหนังไทยที่ทำหน้าที่วานนี้ พอแถลงข่าวมอบเงินสนับสนุนทีมเสร็จสรรพ ต้องมาตอบข้อซักถามนักข่าวเกี่ยวกับเรื่องคลับ ไลเซนซิง และปิดท้ายเป็นประธานในการจับสลากประกบคู่ฟุตบอลมูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย ผลปรากฏว่า แชมป์เก่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด พบ นครราชสีมา เอฟซี, ปตท.ระยองอาร์มี่ ยูไนเต็ด, เชียงราย ยูไนเต็ด–อินทรีเพื่อนตำรวจ, สงขลา เอฟซีสุพรรณบุรี เอฟซี, บีอีซี เทโรศาสนเจนิฟู้ด สมุทรสงคราม เอฟซี, บางกอกกล๊าส เอฟซีชัยนาท เอฟซี, อยุธยา เอฟซีการท่าเรือไทย เอฟซี
โดยรอบนี้จะเป็นการเล่นแบบน็อกเอาต์ ถ้าเสมอจะต้องต่อเวลาพิเศษและตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ ซึ่งทุกคู่จะแข่งขันในวันที่ 29 ส.ค. 2555 ส่วนรอบ 8 ทีม จะเล่นในวันที่ 3 ต.ค. รองรองชนะเลิศในวันที่ 24 ต.ค. (สนามกลาง) และรอบชิงชนะเลิศวันที่ 4 พ.ย. ที่สนามศุภชลาศัย
เอาเป็นว่าแฟนกีฬาชาวไทยอุ่นใจได้ เพราะทีมสโมสรไทยได้ไปเล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่ของเอเชียแน่ แต่จะเป็นทีมใดต้องลุ้นกันต่อ เพราะกำลังเข้มข้นสุดๆ ดูว่า “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า จะป้องกันแชมป์ได้หรือไม่ เพราะถูกเอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูง ทิ้งห่าง 17 แต้ม หากวันเสาร์นี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ต้องไปเยือนสนามเอสซีจี สเตเดียม พบกับความพ่ายแพ้
คงต้องกาชื่อบุรีรัมย์ออกจากสารบบในการลุ้นแชมป์ไทยลีก...!!!







