
มากกว่าคำว่ารัก = การดูแลใจกัน
ยังอวลด้วยบรรยากาศวันแม่ คนมีแม่ก็คงได้กอดแม่จนปลื้มปริ่มหัวใจ ส่วนใครไม่มีแม่ (แล้ว) จงรู้ไว้เถิด แม่จะอยู่เคียงข้างทุกๆ ย่างก้าวเดิน
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
ยังอวลด้วยบรรยากาศวันแม่ คนมีแม่ก็คงได้กอดแม่จนปลื้มปริ่มหัวใจ ส่วนใครไม่มีแม่ (แล้ว) จงรู้ไว้เถิด แม่จะอยู่เคียงข้างทุกๆ ย่างก้าวเดิน
คิดถึงแม่ขึ้นมา น้ำตามันก็ไหล โอ้!!! ว่าแล้วไปดูหนังเพื่อคลายความคิดถึงแม่กันดีกว่า 555
ตัวเลือกเหมาะเจาะกับวาระนี้ ก็ต้องยกให้ A Simple Life นี่แหละ
หนังสื่อสารกับคนดูด้วยชื่อที่ตรงไปตรงมา “ชีวิตที่เรียบง่าย” โดยเล่าผ่านตัวละครหลัก 2 คน หนึ่ง คือเจ้านาย “โรเจอร์” โปรดิวเซอร์หนังไฟแรง อีกรายคือคนใช้สูงวัย “อาเถา” ซึ่งภักดีต่อครอบครัวโรเจอร์มานานนม
ภาพความเรียบง่ายสะท้อนจากชีวิตคนทั้งคู่ จนเกิดเป็นความงดงามสุกปลั่ง ไม่ใช่แค่เรื่องไลฟ์สไตล์เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงความสัมพันธ์ที่พวกเขามอบให้กัน ก็สัมผัสได้ว่างดงามอย่างไร้ข้อกังขา
มากกว่าเจ้านายกับคนใช้ มากกว่านายจ้างกับลูกจ้าง และสิ่งที่โรเจอร์ปฏิบัติต่ออาเถา มันก็แทบไม่มีช่องว่างระหว่างวัยหรือชนชั้นมาคั่นกลาง เพราะมันคือความรู้สึกที่คนในครอบครัวเดียวกันพึงปฏิบัติต่อกัน
ในเรื่องบอกแค่ว่าอาเถารับใช้ในครอบครัวโรเจอร์ตั้งแต่เธอเป็นสาวแรกแย้ม หมดรุ่นพ่อแม่โรเจอร์ ก็ต่อเนื่องถึงรุ่นลูกๆ โดยหนังมุ่งจับไปที่ชีวิตโรเจอร์ในฐานะนายน้อยที่ยังได้รับการดูแลอย่างดีจากอาเถา
ว่ากันทางพฤตินัย อาเถาคอยดูแลโรเจอร์ (ตั้งแต่เด็กๆ) แล้วโรเจอร์ก็ดูแลอาเถา (จนวาระสุดท้าย) จริงๆ คงไม่ต่างอะไรกับการที่แม่ลูกคู่หนึ่งดูแลกัน ใส่ใจกัน ห่วงใยกัน ไม่ว่าจะยามสุข หรือยามทุกข์ ยามมีชีวิต หรือยามหมดลม เพราะความหมายของการดูแลกันและกัน มันมากมายและยิ่งใหญ่เหลือเกิน
แม้จะเป็นหนังที่เล่าเรื่องแบบเรียบง่าย ไม่หวือหวาน่าอัศจรรย์ใจสักเท่าไหร่ แต่หนังก็มีจุดพลิกผันอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการนำความเจ็บป่วยมายั่วล้อ แล้วค่อยๆ ขยับเข้าสู่โหมดความสูญเสีย หรือจะเป็นการสะท้อนภาพสังคมฮ่องกงยุคใหม่อันเต็มไปด้วยคนแก่ ซึ่งเหลือชีวิตบั้นปลาย ณ บ้านพักคนชรา หนังก็ทำได้นวลเนียนจนขนลุก
ข้อดีอีกอย่างของหนัง คือมีความเป็นดรามา แต่ไม่พยายามบีบเค้นอารมณ์จนเกิดอาการฟูมฟายแบบไร้สติ (ทั้งๆ ที่ก็สามารถทำได้) ยิ่งเฉพาะฉากเศร้าๆ เคล้าน้ำตา หนังกลับปล่อยให้ดำเนินไปอย่างเรียบเรื่อย น้ำตาที่ไหลออกมา (ของคนดู) จึงไม่ใช่เพราะรู้สึกเศร้า แต่มันคือภาพความซาบซึ้งระหว่างโรเจอร์กับอาเถาที่ยังคงตรึงใจนั่นต่างหาก
ไม่พูดถึงไม่ได้ เห็นจะเป็นการแสดงของสองนักแสดง ลำพังแค่ใส่เครดิตว่า “หลิวเต๋อหัว” นำแสดง แฟนๆ ก็กรี๊ดดดดสลบแล้วละ แต่นี่ยังมีนักแสดงตัวแม่ที่ร้างมือไปนานอย่าง “เยี่ยเต๋อเสียน” ก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้แก่หนังมากขึ้น
บอกด้วยความสัตย์จริงว่าหนังเรื่องนี้น่าดูเพราะสองนักแสดง หลิวเต๋อหัว กับบทที่ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยๆ นิ่งๆ แต่เอาคนดูอยู่ ส่วน เยี่ยเต๋อเสียน ก็มีความเป็นมืออาชีพสูง คำว่านักแสดงมืออาชีพ บวกกับความเป็นธรรมชาติ พิสูจน์ได้จากการแสดงของทั้งคู่
เช่นเดียวกับผู้กำกับหญิง “แอน ฮุย” ก็พิสูจน์ให้คนดูได้รู้ว่าเธอยังเก่งในการเล่าเรื่องผู้หญิงและครอบครัว โดยเรื่องนี้เธอหยิบเรื่องจริงของเพื่อนในวงการหนังมาดัดแปลงและตีความได้อย่างกลมกล่อม แม้บางฉากบางช่วงอาจจะดูเอื่อยอืดไปหน่อย แต่โดยรวมต้องชมเธอว่า “เข้าถึง” ทั้งโครงเรื่อง การเล่าเรื่อง ตลอดจนตัวละคร ล้วนมีแง่มุมและวิธีคิดที่ช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจดีๆ ในการใช้ชีวิต
ก็ไม่แปลกที่หนังจะโดนใจคนฮ่องกง ที่กำลังหน้าดำคร่ำเคร่งกับการสร้างครอบครัว แถมยังโดนใจกรรมการเทศกาลหนัง ที่มักจะมองข้ามกับหนังเรียบง่ายแบบนี้
เพราะนี่คือหนังที่ทำน้อยแต่ได้มาก (อีกเรื่อง) ที่น่าจดจำและประทับใจ
A Simple Life
ปี 2011
ประเภท ชีวิต
ประเทศ ฮ่องกง
ความยาว 118 นาที
ภาษา จีนกลาง/จีนกวางตุ้ง/อังกฤษ
กำกับ แอน ฮุย
แสดงนำ หลิวเต๋อหัว/เยี่ยเต๋อเสียน/หงจินเป่า







