
รีวิววิตามินและวิถีชีวิต
เมื่อวันแม่ที่ผ่านมา 12 ส.ค. 2555 หนูดีไปออกรายการ “วู้ดดี้ เกิดมาคุย” มาค่ะ คุยกันเรื่อง “สมอง” (ชัวร์อยู่แล้ว)
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
เมื่อวันแม่ที่ผ่านมา 12 ส.ค. 2555 หนูดีไปออกรายการ “วู้ดดี้ เกิดมาคุย” มาค่ะ คุยกันเรื่อง “สมอง” (ชัวร์อยู่แล้ว) แต่หนนี้เราเล่นกันเป็นทริก คือ สมมติให้หนูดีเป็นเหมือนทูตของสมอง เป็นตัวแทนของสมอง และมีคุณวู้ดดี้มาเป็นคนถามเช่นเคย สนุกสนานกันค่ะ จากการออกอากาศเมื่อวันหยุดที่ผ่านมา ก็มีคำถามส่งมาถึงหนูดีมากมาย ต่อยอดจากสิ่งที่ฟังในรายการ ทั้งเรื่องอาหาร วิตามิน รวมถึงเรื่องการนอน (ใช่ค่ะ คุณไม่ควรนอนเกินเที่ยงคืน ... ถามกี่ครั้งหนูดีก็จะย้ำอยู่คำเดิมๆ จนกว่าจะเบื่อกันไปข้างหนึ่ง) ดังนั้น วันนี้เรามาสรุปกันอีกรอบนะคะ เริ่มตั้งแต่เช้าจนเข้านอนเลย ส่วนใครที่ไม่ได้ดูรายการในวันนั้นสามารถเข้าไปดูใน You Tube ได้แล้วค่ะ สะดวกมากๆ
ขอเล่าถึงสิ่งที่หนูดีทำกับชีวิตประจำวันของตัวเอง และจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมหนูดีถึงเลือกทำแบบนี้นะคะ ขอบอกก่อนว่าหนูดีก็เหมือนคนเมืองทั่วไป คือ งานยุ่ง งานเยอะ วุ่นวาย แต่ก็อยากรับประทานอาหารสุขภาพและอยากออกกำลัง อยากหุ่นดีมีสุขภาพเหมือนทุกๆ คน แต่ก็มีโหลดงานเต็มบ่า อยากทำไปทุกสิ่ง แถมยังอยากไปเที่ยว และยังอยากเจอะเพื่อนๆ ด้วย สารพัดสิ่งที่อยากทำ และก็อยากดูแลสมองไปพร้อมๆ กัน ...ทำได้ค่ะ แต่ต้องบริหารจัดการกันหน่อย
อันดับแรก เริ่มที่เวลานอน ...ต้องเริ่มตรงนี้ ไม่เริ่มเวลาตื่น ก็เพราะว่าคุณภาพการนอน และเวลาเข้านอนจะเป็นตัวกำหนดคุณภาพการตื่น และชีวิตประจำวันของคุณทั้งหมด ขอเตือนว่าใครอ่านมาถึงตรงนี้ และไม่พร้อมจะนอนก่อนเที่ยงคืน สามารถหยุดอ่านบทความนี้ไปได้เลยค่ะ เพราะว่าต่อให้คุณทำข้อที่เหลือจนครบทุกข้อ มันก็จะไม่ช่วยอะไรเลยหากคุณทำข้อแรกไม่ผ่าน นั่นก็คือการเข้านอนแต่หัวค่ำนั่นเอง หนูดีเองนอนเฉลี่ยประมาณ 21.3022.30 น. ค่ะ พยายามเข้านอนตอน 3 ทุ่มครึ่งให้ได้ แต่ถ้าจะเกินก็พยายามไม่ให้เกิน 4 ทุ่มครึ่ง นานๆ ที่จะนอนเที่ยงคืน และต้องพิเศษจริงๆ เช่น นัดเพื่อนหรือติดงาน ก็มีบ้างแต่ไม่บ่อย เพราะการนอนหัวค่ำทำให้สมองได้รับการบำรุงและเยียวยา เซลล์ได้รับการฟื้นฟู จะสังเกตตัวเองได้เลยว่า ถ้านอนหัวค่ำจะตื่นเองประมาณ 06.00 น. โดยตื่นก่อนนาฬิกาปลุก ตื่นมาแล้วตาใส อารมณ์ดี พร้อมรับมือกับวันใหม่ชนิดที่การดื่มสารกระตุ้นอะไรก็สู้ไม่ได้ และจะคงความอารมณ์ดีแบบนั้นไปทั้งวัน เป็นการทำบุญกับโลกและคนรอบข้างด้วยค่ะ แต่ถ้าวันไหนนอนดึก ก็ไม่ต้องห่วง แค่ลืมตาตื่นก็หงุดหงิดแล้ว วันที่เหลือต้องระวังอารมณ์มากๆ เพราะมีความหงุดหงิดเป็นพื้นฐานอารมณ์ค่ะ เข้าใจเลยว่าคนที่นอนดึกสม่ำเสมอทำไมถึงดูอารมณ์ไม่ดี ขนาดเราเองยังเห็นได้กับตัวเลย
เมื่อตื่นแล้วหนูดีจะดื่มน้ำอุ่นๆ ทันที โดยมีกระติกน้ำร้อนไว้ในห้องแต่งตัว (ไม่ตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าในห้องนอนค่ะ) ผสมน้ำอุ่นดื่ม และรับประทาน “แบคทีเรียแช่เย็น” ซึ่งมีอยู่ในตู้เย็นในห้องแต่งตัวเช่นกัน รับประทานกันตั้งแต่ตื่นเลยค่ะ เพื่อให้เขาเริ่มทำงานเลย
ทำไมต้องตื่นมารับประทาน “เชื้อโรค” กันด้วย ขออธิบายก่อนว่า แบคทีเรียมีหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์เป็นอันตราย ทำให้เราป่วย แต่ก็มีหลายสายพันธุ์ที่ทำให้เราสุขภาพดี หนูดีเองแพ้นมวัวค่ะ มีรับประทานโยเกิร์ตบ้าง นมเปรี้ยวบ้าง แก้เบื่อ แต่หลักๆ แล้วก็เน้นรับประทานแบบเป็นเม็ดมาเลย เพราะจะได้มั่นใจว่าเราได้แบคทีเรียเข้าไปกี่ตัว เหตุผลที่ต้องรับประทาน เพราะวันๆ หนึ่งเรารับประทานเนื้อสัตว์ รับประทานน้ำหวาน รับประทานเค้ก รับประทานนู่นนี่เข้าไป เราไม่ได้รับประทานอาหารออร์แกนิกทุกมื้อ ทุกวัน ดังนั้น สภาพแวดล้อมในร่างกาย โดยเฉพาะในลำไส้ อาจทำให้แบคทีเรียชนิดไม่ดีเติบโตได้ดีกว่า เราจึงต้องส่งชนิดที่ดีเข้าไปบาลานซ์กัน
ยี่ห้อที่หนูดีจะแนะนำต่อไปนี้ เพราะอยากให้คนไทยได้รู้จักแบคทีเรียดีๆ หลากหลายยี่ห้อ โดยต้องบอกกันก่อนว่าหนูดีไม่ได้เงินค่าโฆษณาใดๆ และไม่ได้เป็นพรีเซนเตอร์ด้วยนะคะ จ่ายเงินเองราคาเต็มทุกขวด และหลายยี่ห้อที่จะพูดถึงต่อไปนี้ อาจยังไม่มีขายในประเทศไทย ดังนั้นใครเดินทางไปหรือมีญาติ มีเพื่อนอยู่ต่างประเทศ ซื้อหามาเก็บไว้เลยค่ะ หรือให้เขาส่งมา ลองรับประทานดูแล้วสังเกตสุขภาพตัวเอง หนูดีเองรับประทานแล้วเห็นผลชัดจนติดใจรับประทานเป็นประจำค่ะ
แบคทีเรียในโลกนี้ที่นำมาเพาะเลี้ยงในห้องแล็บและมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์มีไม่ต่ำกว่า 250 สายพันธุ์ หนูดีมักเลือกรับประทานยี่ห้อที่ผสมรวม 810 สายพันธุ์ขึ้นไป จะไม่รับประทานที่มีแต่ “แล็กโตบาซิลลัส” อย่างเดียวค่ะ แบคทีเรียแบ่งง่ายๆ มี 2 ประเภท คือ แบบต้องแช่เย็น กับแบบไม่ต้องแช่เย็น เพราะบางครั้งซื้อจากอเมริกา หรือต้องใช้เวลาเดินทาง หนูดีก็จะต้องซื้อแบบสายพันธุ์ที่เติบโตในอุณหภูมิปกติได้ ยี่ห้อที่เลือกรับประทานเป็นประจำ และพกเวลาเดินทางไปไหนใกล้ๆ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น คือของ Culturelle และของ Dr.Ohhira’s ค่ะ อันแรกเป็นของอเมริกา อันที่สองเป็นของแพทย์ชาวญี่ปุ่น เหตุผลแรกที่ซื้อของสองยี่ห้อนี้เป็นหลัก เพราะ “กินเม็ดเดียวต่อวัน” ขี้เกียจจำให้ยุ่งยากว่า รับประทานเช้า 2 เม็ด เย็น 2 เม็ด ฯลฯ ซื้อแบบม้วนเดียวจบไปเลย ถามว่าอันไหนดีกว่า ก็คือ Dr.Ohhira’s ดีกว่า เพราะมี 12 สายพันธุ์ แพงกว่าไหม แหะ แหะ แพงกว่ามาก แต่คุ้มค่ะ มีทริกในการซื้อคือ คุณจ่ายแพงได้ที่สุดเท่าไหร่ ซื้ออันนั้นเลย เขาไม่ได้ตั้งราคามามั่วๆ หนูดีใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ อ่านฉลากของทุกยี่ห้อแล้ว เปรียบเทียบสรรพคุณ พบว่า ที่แพงกว่านั้นเพราะ 1.มีหลากหลายสายพันธุ์ รับประทานเข้าไปแล้วจะสร้างเป็น Colony ในลำไส้ของคุณให้แข็งแรง 2.เพาะเลี้ยงนานกว่า แข็งแรงกว่า (คล้ายๆ บ่มไวน์) 3.มีหลายตัวมากกว่า เช่น 50 Billion ตัว จะแพงกว่า 1 Billion ตัว ซึ่งแบบถูกคุณอาจต้องรับประทาน 10 เม็ด ถึงจะได้สารออกฤทธิ์เทียบเท่ากับเม็ดเดียวของตัวแพง
อีกยี่ห้อหนึ่งที่หนูดีเลิฟมาก เพราะมี “แบคทีเรียเพื่อสุขภาพคุณผู้หญิง” โอ้โห กล่องชมพูมาเลย และหมดจากเชลฟ์ตลอด ต้องคอยไปแย่งกันซื้อ ยี่ห้อนี้มีขายแบบแช่เย็นเป็นหลักค่ะ แต่ออกจากตู้ได้ 24 ชั่วโมง หนนี้หนูดีนำขึ้นเครื่องบินกลับมาด้วยเลยค่ะ ยี่ห้อ Ultimate Flora ตัวที่รับประทานประจำคือ กล่องสีน้ำเงินเข้ม รุ่น Critical Care 50 Billion มี 10 สายพันธุ์ สำหรับคนอาการสุขภาพเสื่อมขั้นรุนแรง แต่หนูดีอ่านแล้ว เราสุขภาพดีก็รับประทานได้ เพราะเขาแค่ใส่แบคทีเรียมาเยอะ รับประทานวันละเม็ดเดียวอยู่เลย
โอ้โห ชวนคุยมาแค่ถึงตอนเช้า และแนะนำแค่แบคทีเรีย หมดเนื้อที่เสียแล้ว สัปดาห์หน้า หนูดีจะมาแนะนำ “วิถีชีวิตบำรุงสมองระหว่างวัน” และวิตามินที่หนูดีรับประทานเป็นประจำค่ะ







