posttoday
อำนาจธรรมสยบมารด้วยอนุตตรอินทรียภาวนาวิธี (ตอน ๓)

อำนาจธรรมสยบมารด้วยอนุตตรอินทรียภาวนาวิธี (ตอน ๓)

15 สิงหาคม 2555

ความผันแปรผิดเพี้ยนปรากฏให้เห็นอย่างประจักษ์ ทั้งในเชิงปฏิบัติและแนวความคิดความดำริในหมู่ชน ที่บางครั้งจึงไม่น่าจะเรียกว่า “สัตว์มนุษย์”

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ความผันแปรผิดเพี้ยนปรากฏให้เห็นอย่างประจักษ์ ทั้งในเชิงปฏิบัติและแนวความคิด-ความดำริในหมู่ชน ที่บางครั้งจึงไม่น่าจะเรียกว่า “สัตว์มนุษย์” ด้วยความไร้คุณธรรม หมดสิ้นค่าคุณความดี ดังภาพที่ปรากฏจากการฆ่าทำลาย เบียดเบียน ทะเลาะวิวาทกันในหมู่ชน อย่างไม่มีมูลที่จะแสดงให้เห็นความเป็นเหตุเป็นผลต่อกันเลย แม้จะคิดแบบปุถุชนคนหยาบๆ จึงไม่ต้องพูดถึงแนวคิดในด้านอารยธรรมตามวิถีพุทธ ที่น่าเป็นห่วง คือ การแผ่กว้างออกไปสู่หมู่ชน ที่ให้เห็นชอบ เห็นดี เห็นควร เห็นงาม ในเชิงความคิด-ความดำริ และแนวปฏิบัติที่ละทิ้งถิ่นฐานของบรรพชน ซึ่งกลายเป็นภัยร้ายที่น่ากลัวในสังคมปัจจุบันของมวลมนุษยชาติ ที่มีคุณค่าชีวิตไม่ค่อยแตกต่างไปจากธุลีดินบนพื้นโลกที่ไร้จิตวิญญาณใบนี้ จึงไม่แปลกที่ความเสื่อมถอย ถ่อยเถื่อน ได้แพร่ระบาดไปทุกหย่อมหญ้า ไม่เว้นแม้วงการศึกษา ที่เริ่มผลิความวิปริต-วิบัติในความคิดมาให้เห็น ดังเช่นในมหาวิทยาลัยชื่อดังบางแห่งของการศึกษาบางคณะ ที่มีการกล่าวห้ามครู-อาจารย์นำเรื่องศาสนา-การเมืองมาพูดในห้องเรียนให้นักศึกษาฟัง เอาละ! หากจะห้ามพูดเรื่องการเมืองก็พอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง แต่การห้ามแทรกการสอนตามแนวพุทธศาสนาเข้าไปในวิชาเรียนนั้น มันคงเป็นความสิ้นคิดของคนไทยพันธุ์ใหม่ที่น่าสังเวชใจเป็นอย่างยิ่ง... ด้วยสภาพทิฐิวิบัติอย่างนี้กระมัง จึงไม่แปลกที่แผนการจัดการศึกษาได้ล้มเหลวมาโดยตลอด จนทำให้ไม่สามารถผลิตทรัพยากรมนุษย์ออกมาอย่างมีคุณภาพเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่วัตถุดิบนั้นมีคุณภาพสู้สังคมโลกได้อย่างไม่เป็นรองใครเลย ที่กล่าวมาเป็นเรื่องจริงที่ปรากฏในสังคมยุคไอที อันชวนให้สังเวชใจในความคิดสั้นๆ ของ “ปัญญาด๊อก” เหล่านี้ ที่คอยซ้ำเติมให้โครงสร้างความเป็นไทยสูญสลายเร็วขึ้น ช่างน่าเสียดายเงินทุนการศึกษาที่สนับสนุน

ด้วยการล้มเหลวในระบบการศึกษา จึงให้เห็นสภาพที่ปรากฏสืบเนื่องมาตลอด ในด้านความไม่พร้อมต่อแผนการพัฒนาทางการศึกษาที่ควรเป็นแบบวิถีพุทธ เราจึงเห็นสภาพของระบบการศึกษาที่ยังปรุงแต่งไม่ได้รสชาติว่าจะเอารสใด แบบไหนดี ของสังคมไทย จึงเห็นภยันอันตรายที่ปรากฏเกิดขึ้นในหมู่เยาวชนอนาคตของชาติ ที่คาบเกี่ยวชีวิตอยู่กับ “สังคมวัตถุนิยม” และปฏิเสธ “ธรรมนิยม” อย่างน่าตกใจ การติดยึดในความรัก-ความชัง ความยินดี-ความยินร้าย ความชอบใจ-ไม่ชอบใจ จึงเกิดขึ้นเป็นปกติของชนในสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ด้วยการขาดความเข้มแข็งทางจิตวิญญาณ จนนำไปสู่สภาพสังคมที่มีความขัดแย้งในทางความคิด-ความเห็น และมีความแตกต่างในการปฏิบัติกันสูงมาก

แต่อย่างไรก็ตาม ในวิถีแห่งความจริงของโลกใบนี้ก็ย่อมมีความหลากหลายรูปแบบ เมื่อมีดีบ้าง ก็ต้องมีชั่วบ้าง จะแตกต่างไปตามยุคสมัยว่าดีกับชั่วส่วนไหนมากน้อยกว่ากัน ซึ่งหมายความว่า ไม่ว่าสังคมจะล้มเหลวอย่างไร แต่คนดีๆ ที่ไม่ยอมทิ้งถิ่นฐานบรรพชนก็คงจะต้องมีอยู่บ้างไม่มากก็น้อย จะไม่มีเลยคงไม่ใช่ฐานะ โดยเฉพาะตราบใดพระพุทธศาสนายังคงดำรงอยู่บนแผ่นดิน ปรากฏอยู่ในสังคม ก็ให้แสดงว่ายังมีผู้สืบทอดวิถีพุทธศาสนาอยู่ในสังคมนั้นๆ อย่างแน่นอน... จึงควรอย่างยิ่งต่อการขวนขวายเผยแผ่คำสั่งสอนในพระพุทธศาสนากันต่อไป

เพื่อสาธุชนผู้มีศรัทธาจะได้ศึกษาปฏิบัติจนสามารถเข้าถึง “อำนาจธรรม” ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์และความสุขแด่ผู้ปฏิบัติที่ศึกษามาอย่างถูกทาง อาตมาจึงตั้งใจไว้ว่าในพรรษาปี ๒๕๕๕ นี้ จะเชิญชวนสาธุชนร่วมกันศึกษาธรรมปฏิบัติ เพื่อรักษาถิ่นฐานของบรรพชนไว้ เพื่อประโยชน์แห่งสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาทุกท่าน “ธรรมส่องโลก” ในฉบับนี้ จึงขอวิสัชนาใน เรื่องอำนาจธรรม...สยบมาร” ด้วยวิธีปฏิบัติตามแนวอินทรียภาวนา อันควรค่ายิ่งต่อสาธุชนที่จะต้องดำรงชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันว่า จะทำอย่างไรให้เกิดอำนาจธรรมสร้างปราการปกป้องกายจิต ให้ไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม จนสูญเสียคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐ จึงขอเชิญติดตามศึกษาเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกทาง

ในห้วงแห่งเวลาแห่งการเข้าพรรษา ประพฤติธรรมของชาวไทยที่นับถือพระพุทธศาสนา คงจะได้เป็นช่วงเวลาแห่งการศึกษาประพฤติธรรม เพื่อเพิ่มพูนสติปัญญาบารมี สร้างคุณความดีให้ยิ่งขึ้น ในฐานะพุทธศาสนิกชนผู้มั่นคง มีความศรัทธาปสาทะในพระพุทธศาสนา จะได้พบกับความสงบสุขและประโยชน์โดยธรรม ทั้งในตนเองและสังคมประเทศชาติ

หากถามว่าธรรมข้อใดที่ควรศึกษาประพฤติปฏิบัติเพื่อการนำไปสู่ประโยชน์และความสุข ในห้วงเวลาแห่งการเลื่อนไหลไปตามกระแสโลกาวิบัติที่อนุวัติไปตามวิถีโลก ก็คงจะวิสัชนาว่า อำนาจธรรมอันสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างปราการธรรมให้เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์และความสุขในการดำเนินชีวิตแห่งยุคสมัยที่หมู่ชนเริ่มถ่อยเถื่อนมากขึ้นนั้น คงจะไม่มีบทธรรมคาถาใดมีคุณยิ่งไปกว่าภาวนาอนุตตรอินทรีย์ หรืออนุตตรอินทรียภาวนาวิธี ทั้งนี้ ด้วยบทธรรมดังกล่าว หากผู้ใดศึกษาและถือประพฤติปฏิบัติ ย่อมมีปราการธรรมเกิดขึ้น คุ้มครองกาย-จิตให้มั่นคงอยู่ในเขตแดนธรรม ไม่เดือดร้อนกาย-ใจ ยังให้เกิดความสงบแห่งจิตใจ ขจัดสิ้นไปจากความยินดี-ยินร้าย ความหลงงมงายที่ไหลไปตามกระแสแห่งความปรุงแต่งของมาร หากรู้จักถือประพฤติปฏิบัติตามหลักอนุตตรอินทรียภาวนาที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้ อันมีคุณค่ายิ่งต่อการดำเนินชีวิต เพื่อมุ่งไปสู่ความสุขสงบและประโยชน์โดยธรรม...

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท