
คำพยากรณ์ 7 ข้อ สำหรับองค์กรวันพรุ่งนี้
ได้ไปอ่านข้อมูลชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจมากทีเดียวจากเว็บไซต์ของสถาบันที่น่าเชื่อถือแห่งหนึ่ง
โดย...รองศาสตราจารย์ ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข
ได้ไปอ่านข้อมูลชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจมากทีเดียวจากเว็บไซต์ของสถาบันที่น่าเชื่อถือแห่งหนึ่ง คือ Apollo Research Institute (ขอใช้ชื่อย่อว่า “ARI” ก็แล้วกัน) ARI เป็นหน่วยงานวิจัยไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (คือมีความเป็นกลาง) ภายใต้การกำกับบริหารของกลุ่ม Apollo Group ซึ่งมีกิจการในเครือด้านบริการการศึกษาทั่วโลกถึง 7 เครือข่าย เช่น มีเครือข่ายร่วมกับมหาวิทยาลัยฟินิกซ์ในสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ARI ทำการวิจัยศึกษาประเด็นหลายประการที่มีความสำคัญต่อนักการศึกษา นายจ้าง และนักวางนโยบาย
สำหรับปีที่ 12 ของศตวรรษที่ 21 นี้ ARI ได้สนับสนุนให้ Institute for the Future (IFTF) ทำการสำรวจหาแนวโน้มสำคัญๆ ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการทำงานของทศวรรษหน้า และนอกจากจะอิงผลการศึกษาของ IFTF แล้ว ARI ยังจัดเวิร์กช็อปให้ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแสดงความเห็น และยังทำการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญขององค์กรต่างๆ ในทุกธุรกิจ ซึ่งเป็นองค์กรภาครัฐและองค์กรที่ติดอันดับ Fortune 500 ด้วย ดังนั้นข้อมูลที่ได้จาก ARI จึงน่าจะแน่นปึ้กพอสมควร
ผลการศึกษาที่ ARI นำเสนอในรายงาน ชื่อ Future of Work นี้ได้แสดงผลพยากรณ์ หรือการคาดการณ์ที่ได้จากการสำรวจวิจัยไว้ว่า ในทศวรรษหน้านี้เราจะได้เห็น การคาดการณ์ 7 ประการเหล่านี้เกิดขึ้นในองค์กรทั่วโลก ซึ่งได้แก่
การคาดการณ์ที่ 1 – โลกจะกลายเป็นโลกของ VUCA ทั้งนี้ตัวอักษร V หมายถึงคำว่า “Volatile” (เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว) U ย่อมาจากคำว่า “Uncertain” (ไม่แน่นอน) C คือ “Complex” (ซับซ้อน) และ A มาจากคำว่า “Ambiguity” (คลุมเครือไม่ชัดเจน) VUCA จะนำมาซึ่งความไม่แน่นอน แปรปรวน ยุ่งยาก สับสน ซึ่งองค์กรจะต้องรู้จักวิธีการบริหารคนและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปรับกระบวนทัศน์และกลยุทธ์แปรตามปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลาให้ทันท่วงที
พูดง่ายๆ คือ ต้องจับตามองสภาพแวดล้อมแบบตาแทบไม่กะพริบและพลิกกระบวนท่าได้รวดเร็วยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ
การคาดการณ์ที่ 2 – จะมีนวัตกรรมในการสร้างกระบวนการทำงานและเครื่องมือใหม่ๆ ขึ้น (Superstructing) ด้วยเพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารที่ไปเร็วมาก จะมีผลกระทบต่อกระบวนการทำงาน วิธีการทำงานและโครงสร้างองค์กร (Organization Structure) ไม่ช้าไม่นานองค์กรคงมีโครงสร้างที่แบนราบยิ่งกว่าเดิม มีการกระจายอำนาจและทรัพยากรที่รวดเร็วขึ้น
การคาดการณ์ที่ 3 – แรงงานจะมาจากทั่วโลก (FlatWorld Labor) การที่มีธุรกิจเกิดใหม่ทั่วโลกทุกวันไปทำให้องค์กรต้องสรรหาคนกันอย่างเร่งรีบ ขอให้เป็นคนดีมีฝีมือเถิด จะเป็นหญิง ชาย ชนชาติใดก็ไม่ (ค่อย) เกี่ยวกันแล้ว กลยุทธ์ HR ก็ต้องปรับให้มันเป็นโลกาภิวัตน์ให้ทันกันด้วย
การคาดการณ์ที่ 4 – ระบบเครื่องจักรเครื่องยนต์ที่เป็น “Smart Machines” จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการทดแทนแรงงานมนุษย์ กระนั้นก็ตามงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญประสบการณ์ขั้นสูงก็ยังต้องใช้ทรัพยากรมนุษย์อยู่ดี แต่ถ้าแรงงานคนใดไม่ใช่แรงงานทักษะสูง เกรงว่าอาจถูกแทนที่ด้วย Smart Machine ในเร็วๆ นี้ ใครรู้ตัวว่าไม่เก่ง ก็จงรีบเพิ่มพูนความสามารถเสียเร็วๆ
การคาดการณ์ที่ 5 – ข้อมูลจะเข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้น (DataIntensive Work) เนื่องจากโลกของเรามีระบบสารสนเทศที่ก้าวหน้ามากขึ้นทุกๆ ที การทำงานและการตัดสินใจในปัจจุบันจึงต้องอิงกับข้อมูลตัวเลขที่เป๊ะๆ เพื่อผลลัพธ์ธุรกิจจะได้เป๊ะสมใจ
การคาดการณ์ที่ 6 – การสมาคมสร้างสัมพันธ์จะผ่านทาง Social Network มากขึ้น สำหรับประเด็นเรื่องนี้แทบไม่ต้องทำนายทายทักก็มองออกตั้งแต่บัดเดี๋ยวนี้แล้ว ไม่ว่าใครจะทำอะไร? ที่ไหน? กับใคร? อย่างไร? เมื่อไร? ได้กลายเป็นข้อมูลที่สังคมทั่วโลกรับรู้กันได้ภายในคลิกเดียว ทาง ARI จึงคาดการณ์ว่าจะมีการนำ Social Media มาใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ในองค์กรมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ใช้ในการสร้างทีมและการประสานงานระหว่างทีม เป็นต้น
การคาดการณ์ที่ 7 – ความหลากหลาย (Diversity) ในองค์กร การที่คนเราสามารถอพยพเคลื่อนย้ายไปทำงานตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโลกได้ เป็นผลมาจากการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางระบบสารสนเทศ เราก็จะได้เห็นความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม เชื้อชาติ ศาสนา เพศ ฯลฯ ของบุคคลที่ทำงานตามองค์กรต่างๆ มากขึ้น
เรื่องของความหลากหลายจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็น “ปัญหา” อีกต่อไป แต่จะเป็น “โอกาส” ที่องค์กรที่ฉลาดและว่องไวจะรู้จักคว้ามาสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจมากกว่า
คำพยากรณ์หรือการคาดการณ์ทั้ง 7 ข้อนี้ จะเป็นโอกาสหรืออุปสรรคย่อมขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้บริหารแต่ละองค์กร ว่าจะรู้จักนำความท้าทายมาเป็นแรงจูงใจและเป้าหมายในการทำงานอย่างไร เชื่อว่าผู้บริหารไทยสู้ได้ถ้าตั้งใจจริงและหมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ค่ะ







