
นักเลงรุ่นเก๋า
เนื่องด้วยทำเลที่ตั้งของโรงแรมไม่ได้อยู่ในย่านล่อแหลม ทำให้กว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
โดย...นูโน่
เนื่องด้วยทำเลที่ตั้งของโรงแรมไม่ได้อยู่ในย่านล่อแหลม ทำให้กว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โชคดีไม่ต้องเจอกับการคุกคามข้างถนน โดยเฉพาะเรื่องทรัพย์สินที่ได้รับเสียงเตือนจากน้องๆ ซึ่งที่ร้านอาหารไทยจะมีก็แต่เจอโดนขอเงิน 2 ครั้ง
“ขอโทษครับ ผมจะกลับบ้าน แต่เงินหมด พอจะมีสัก 1-2 ปอนด์เป็นค่ารถกลับบ้านมั้ย”
มุขเดียวกับบ้านเราเป๊ะเลย ราวกับผ่านอะคาเดมีจากสำนักเดียวกันยังไงยังงั้น แต่อาจจะต่างกันเล็กน้อยตรงที่การแต่งตัวของจอมขอหรือดาวไถที่นี่ดูดีกว่าหน่อย
แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระหว่างยืนรอรถฝั่งตรงข้ามโรงแรมอยู่กับพี่นักข่าวอีกคน มีชายคนหนึ่งอายุประมาณ 50 กว่า และใช้ไม้ค้ำช่วยเดินพร้อมกับมีถุงอยู่ในมือ 1 ใบได้ตรงเข้ามาหา พร้อมกับพูดอะไรฟังไม่ได้ศัพท์
ไม่รู้เขาพูดไม่รู้เรื่องหรือเราฟังไม่ออกกันแน่ แต่ก็ยังพยายามจะสื่อสารต่อ ทว่าแกก็ยังคงพูดไม่รู้เรื่องเอาซะเลย แถมเริ่มออกอาการไม่พอใจ
พอเห็นท่าไม่ดี เราก็เดินหนีออกมาห่างๆ และไม่คุยด้วย แล้วอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียง...ตึง!!
พี่แกโยนถุงที่ถือมาลงพื้นและวางไม้เท้า พร้อมตั้งท่าเป็นไอ้หนุ่มกังฟู ไม่เหลือคราบคนพิการใช้ไม้ค้ำที่เดินมาตอนแรก
“ไหยยย...หยะ ย้ากกกกก เข้ามาซิวะ”
ฮึ่ย!!...เอางี้เลยเหรอ
ไม่รู้ว่าหน้าเรากวนบาทาหรือพี่แกเมาค้างมาจากไหน แต่ที่แน่ๆ หน้าตาเอาจริงชัวร์ โชคดีที่รถมาพอดี เลยได้แต่ส่งยิ้มและขึ้นมานั่งขำปนงงนิดๆ บนรถแทน
ไม่งั้นอาจจะต้องมีการปลุกของพร้อมกับตะโกนตามแบบมุขของ อ่าง เถิดเทิง ว่า
ตื่น ตื่น!!! มีเรื่องแล้วววววว







