
หยุดไข้หวัด ภูมิแพ้ ตัวถ่วงความเจริญ
พยากรณ์อากาศมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทยและอ่าวไทย
โดย...ชุติมา สุวรรณเพิ่ม
พยากรณ์อากาศมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทยและอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนกระจายถึงเกือบทั่วไป มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปร้อยละ 70 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อากาศครึ้มฟ้าลมฝนกระหน่ำช่วงนี้ ไข้หวัดจึงเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ แล้วยิ่งใครเป็นภูมิแพ้ด้วยแล้วอาการยิ่งหนักเข้าไปอีก กลายเป็นความคุ้นเคยกันถ้วนหน้า และมักคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ทราบหรือไม่ว่าในยุคนี้ทั้งสองโรคเป็นตัวถ่วงความก้าวหน้าอย่างมาก แถมยังกระตุ้นโรคประจำตัวต่างๆ ให้รุนแรงขึ้นได้
ในงานเสวนา เรื่อง “หยุดไข้หวัด ภูมิแพ้ ตัวถ่วงความเจริญ” ซึ่งจัดโดยความร่วมมือระหว่างบริษัท ดีคอลเจน และโรงพยาบาลพญาไท 2 นพ.อธิก แสงอาสภวิริยะ อายุรแพทย์โรคภูมิแพ้ของโรงพยาบาลและนักแสดงสาวมากความสามารถ นัท มีเรีย พร้อมพิธีกรคุณแม่ยังสาว ที่มีดีกรีเภสัชกรด้วย “โน้ต” ณัฐกานต์ ประสพสายพรกุล ร่วมกันให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์...
ทุกวันนี้ไข้หวัดและภาวะโรคภูมิแพ้ทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดนก ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเกิดสาเหตุหลายประการ ทั้งจากการที่มีเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคอย่างเร็วและกว้างขวางขึ้น
ตลอดจนการใช้ชีวิตที่ไม่สมดุลของคนสมัยใหม่ เช่น พักผ่อนน้อย ไม่ออกกำลังกาย เครียด สูบบุหรี่จัด รับประทานอาหารไม่ถูกสุขอนามัยและหลักโภชนาการ ทำให้เป็นโรคอ้วน ภูมิต้านทานในร่างกายลดลง และทำให้ป่วยบ่อยมากขึ้น
โรคหวัดไม่ใช่เรื่องเล็ก
“เมื่อร่างกายอ่อนแอลง ทำให้ติดไข้หวัดหรือเกิดอาการภูมิแพ้ได้ง่าย ส่งผลต่อการงานอย่างมาก เช่น ถ้าวันนั้นจะต้องไปสัมภาษณ์งาน หรือต้องพรีเซนต์งานใหญ่กับลูกค้า แต่เกิดเป็นโรคหวัด ไอจาม หรือเกิดภาวะภูมิแพ้ น้ำมูกไหล หน้าตาบวม ผลก็คือเสียสมาธิ เสียบุคลิก เสียความมั่นใจ แถมเป็นที่รังเกียจ ท้ายที่สุดคืออาจการพลาดโอกาสทองของงานนั้นไปอย่างน่าเสียดาย” นพ.อธิก ให้ความรู้ว่า จากประสบการณ์ในการดูแลรักษาคนไข้ พบว่ามีผู้ป่วยถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ที่ปล่อยให้ตัวเองเป็นหวัดและภูมิแพ้อย่างเรื้อรัง จนลามไปเป็นโรคทางเดินหายใจอื่นๆ ที่หนักยิ่งขึ้น เช่น ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดบวม โรคหืด โรคริดสีดวงจมูก
โรคเหล่านี้สร้างความเสียหายได้มากขึ้น เพราะบางรายถึงกับต้องขาดงานบ่อยๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อการพิจารณาเงินเดือนหรือเลื่อนตำแหน่งได้โดยปริยาย
“นอกจากนี้ ในระยะ 5-10 ปีที่ผ่านมา แพทย์ก็พบด้วยนะครับว่า 30% ของผู้ป่วยวัยทำงานอายุ 35-50 ปี ที่เข้ามารักษาโรคหวัดหรือภูมิแพ้นั้น จะมีโรคประจำตัวติดตัวมาด้วยไม่โรคใดก็โรคหนึ่ง ทั้งๆ ที่ยังไม่เข้าวัยชรา เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคไต โรคถุงลมโป่งพองจากการสูบบุหรี่จัด ฯลฯ ทั้งนี้เป็นเพราะการใช้ชีวิตที่สมบุกสมบัน ขาดสมดุลทำให้เป็นโรคประจำตัวกันเร็วขึ้น เมื่อใดที่เกิดเป็นไข้หวัดหรือภูมิแพ้ ก็จะมีผลให้โรคประจำตัวเหล่านั้นทรุดลง โดย 1 ใน 4 ของผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ถึงกับต้องหยุดงานในช่วงนั้นอย่างน้อยหนึ่งวัน
ในจำนวนนั้นมีประมาณ 510% ที่ต้องถึงกับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่เพียงแต่เสียงานเสียการเท่านั้น ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวอีกมากด้วย แต่สำหรับในผู้สูงอายุ เคยเจอว่าอาการทรุดหนักจนเสียชีวิตก็มี” นพ. อธิก กล่าวเสริม
นัท มีเรีย นักร้องสาว เล่าให้ฟังว่า เคยคิดเหมือนกันว่าโรคหวัดเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อปีที่แล้วตอนเตรียมงานละครเวทีทวิภพ เดอะมิวสิคัล ซ้อมหนัก พักผ่อนน้อย เริ่มมีอาการเหมือนภูมิแพ้ แล้วลุกลามไปเป็นคออักเสบ ไซนัสอักเสบ และกรดไหลย้อน “อาการหนักจนต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน หมอต้องให้ยาขยายหลอดลม ให้ยาฆ่าเชื้อเต็มที่ และให้นอนพักเต็มที่ ต้องหยุดซ้อมไปหลายวัน ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเกิดเป็นตอนที่ละครกำลังแสดงจริงๆ แล้วเราไปแสดงไม่ได้นี่จะเป็นอย่างไร นักแสดงอื่นๆ คนดูอีกเป็นร้อยๆ เป็นพันคนรอเราอยู่ คงแย่เลย”
อย่าลืมสุขบัญญัติ 10 ประการ
นักแสดงคนเก่ง นัท บอกว่า ตอนนี้จึงปรับวิถีชีวิตใหม่ 3 เรื่องใหญ่ คือ อาหาร น้ำ กับพักผ่อน นัทเคร่งครัดกับอาหารขึ้นมาก กินตรงเวลา เลี่ยงอาหารรสจัด เน้นกินผักต้มที่ย่อยง่ายและปลอดสารพิษ
นอกจากนี้ ก็พกกระติกน้ำจิบตลอดวันให้ได้ 2 ลิตรเลยทีเดียว ส่วนเรื่องการพักผ่อน ต้องพยายามนอนให้เพียงพอ ร่างกายจะได้ไม่ทรุดโทรม ไม่เป็นหวัดง่าย
“ตอนนี้กลัวค่ะว่าเป็นหวัดแล้ว จะกลายไปเป็นลุกลามไปโรคอื่นๆ ต่ออีก เพราะฉะนั้นอยากฝากให้ทุกคนดูแลตัวเองพยายามไม่ให้เป็นไข้หวัดจะดีที่สุดค่ะ” นัท กล่าว
พิธีกรสาวว่าที่คุณแม่ลูกสอง “โน้ต-ณัฐกานต์ ประสพสายพรกุล” ร่วมแชร์ประสบการณ์ว่า ปกติก็ดูแลตัวเองเต็มที่เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นหวัด เพราะห่วงสุขภาพตัวเองจะทำให้เสียงานเสียการไปได้ แล้วช่วงนี้กำลังตั้งครรภ์อยู่ก็ยิ่งต้องดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น ต้องเน้นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำมากๆ นอนหลับให้เพียงพอ และต้องหมั่นออกกำลังกายด้วย
“โน้ตชอบว่ายน้ำมากๆ ค่ะ แต่พอท้องก็ต้องปรับการออกกำลังกายในน้ำสำหรับคนตั้งครรภ์ ก็ทำให้โอกาสที่จะเป็นหวัดน้อยลง แต่เมื่อรู้สึกว่ากำลังจะเป็นหวัดก็จะดื่มน้ำผึ้ง รับประทานน้ำมันมะกอกสัก 1 ช้อนโต๊ะ ก็ช่วยได้ค่ะ” ณัฐกานต์ เผยวิธีการง่ายๆ กับการดูแลสุขภาพห่างไกลหวัด
นพ.อธิก กล่าวเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพว่า “คนส่วนใหญ่คุ้นกับบัญญัติ 10 ประการ ที่จะทำให้สุขภาพอนามัยดี แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ใส่ใจ อีกส่วนหนึ่งที่พยายามจะทำแต่ก็ทำไม่ถูกต้อง ซึ่งหมอขอให้ความรู้เพิ่มเติม เช่น ที่บอกว่าควรนอนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมงนั้น หมายถึงการนอนยาวรวดเดียวเลย ไม่ใช่มาแบ่งงีบนอนเป็นพักๆ ระหว่างวันอย่างที่นักบริหารชอบทำกัน แบบนั้นไม่ได้ช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรออย่างเต็มที่
หรือการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่นั้น เป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ มีนักโภชนาการระดับแถวหน้าหลายคนแนะนำว่าช่วงอากาศเปลี่ยนควรจะเสริมด้วยการบริโภคอาหารที่มีธาตุร้อน เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ เพราะจะเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย นอกจากนี้ควรเคร่งครัดเรื่องดูแลบ้านช่อง ห้องทำงาน และรถให้สะอาดเสมอ ไม่ใช่เฉพาะผ้าปูเตียงกับปลอกหมอนนะครับ ผ้าม่านและพรมนี่ก็สำคัญซึ่งคนมักจะมองข้ามไป ถ้าใครรักสุขภาพตัวเองจริงๆ ก็ควรทำได้อย่างน้อยสัก 4-5 ข้อ ก็จะช่วยลดอัตราการเกิดโรคไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว”
ในเรื่องของการใช้ยาบรรเทาโรคหวัดและภูมิแพ้ นพ.อธิก อธิบายว่า การใช้ยาแก้หวัดและภูมิแพ้ต้องใช้ให้ถูกต้อง และเลือกให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของแต่ละคน “ยาแก้หวัดและภูมิแพ้แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก คือ ยาที่มีตัวยาคลอเฟนิรามีนผสมกับเฟนิลเอฟริน โดยคลอเฟนิรามีนช่วยลดการคัดจมูก ส่วนเฟนิลเอฟรินช่วยลดการคั่งในโพรงจมูก ทำให้จมูกโล่ง ยาประเภทนี้ทำให้ผู้ป่วยง่วง ซึ่งการได้นอนหลับก็คือการได้พักผ่อน ร่างกายได้ฟื้นฟูสภาพตัวเองให้กลับมาแข็งแรง สดชื่นขึ้น
ยาอีกกลุ่มหนึ่ง คือ ยาที่ไม่มีส่วนผสมของคลอเฟนิรามีน ยากลุ่มนี้จะไม่ทำให้ง่วง เหมาะสำหรับคนที่ทำงานหน้าเครื่องจักร หรือคนที่ขับยานพาหนะ ซึ่งถ้าคุณกำลังจะต้องไปประชุมงานสำคัญ ลาหยุดนอนพักไม่ได้ ยากลุ่มนี้ก็จะเหมาะกว่า ดังนั้นก่อนจะซื้อยาควรปรึกษาเภสัชกร หรือคุยกับคุณหมอให้ชัดเจน จะได้เข้าใจถึงคุณสมบัติของยาและเลือกใช้ได้เหมาะสมและปลอดภัย”
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;







