
โค้ชเชรับสุดหินยังเชื่อไทยมีลุ้น
โค้ชเช ยังมั่นใจ หลังจับติ้วเทควันโด ไทยเจอกระดูกชิ้นโตถ้วนหน้า
โค้ชเช ยังมั่นใจ หลังจับติ้วเทควันโด ไทยเจอกระดูกชิ้นโตถ้วนหน้า
เชยองซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวเกาหลีใต้ของทีมไทย ยอมรับจอมเตะไทยโชคไม่ค่อยดี เพราะเจองานหนักถ้วนหน้า แต่ยังเชื่อในศักยภาพของลูกศิษย์ หลังทราบผลการจับสลากประกบคู่ รอบแรก เทควันโด ในโอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอน, อังกฤษ วานนี้
“เจ้าไอ” เป็นเอก การะเกตุ (มือวาง 3) จะพบกับ แดฮุนลี (เกาหลีใต้) ที่ไม่ใช่มือวาง เพราะเคยเป็นแชมป์โลก และเจ้าของเหรียญทอง เอเชียนเกมส์ รุ่น 63 กก. โดยลดน้ำหนักลงมาแข่ง ส่วน “น้องเล็ก” ชนาธิป ซ้อนขำ (7) รุ่น 49 กก.หญิง ที่จะลงแข่งวันที่ 8 ส.ค.นี้เช่นเดียวกับ เป็นเอก นั้น เจอกับ คริสตินา คิม (รัสเซีย) ที่สาวไทยเคยแพ้มา 2 ครั้ง
ขณะที่ “น้องจูน” รังสิญา นิสัยสม จอมเตะไทย รุ่น 57 กก.หญิง เจองานโหดตั้งแต่รอบแรก โดยจะพบกับ เสิ้นลีเช็ง (มือ 1/ไต้หวัน) ดีกรีแชมป์โลก วันที่ 9 ส.ค.
“เราได้อยู่ในสายที่ไม่ดีเท่าไหร่ รอบแรกนี้เจอหนักๆ กันทุกคน แต่ผมก็พอรู้วิธีที่จะรับมือกับคู่แข่ง ต้องดูกันในวันแข่งขัน โดยเฉพาะ เป็นเอก นั้น รูปร่างค่อนข้างเสียเปรียบ เพราะจะเล็กกว่าคนอื่น จึงต้องเตรียมแผนป้องกันศีรษะให้ดี หากเราจะลุ้นเหรียญก็ต้องผ่านคนเก่งๆ ให้ได้ และผมก็เชื่อว่าเราน่าจะทำได้” โค้ชเช กล่าว
ทั้งนี้ หาก เป็นเอก ผ่านรอบแรกได้ น่าจะได้เจอกับ ทาเมอร์ บายูมี (6/อียิปต์) ส่วน ชนาธิป หากเข้าสู่รอบ 2 น่าจะพบกับ ยางชูชุน (2/ไต้หวัน)
ขณะที่ แก้ว พงษ์ประยูร นักชกหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของไทยในรุ่น 49 กก. ออกมาเผยก่อนขึ้นชกรอบ 8 คนสุดท้ายในวันพรุ่งนี้ว่า การชกในทุกๆ ไฟต์ตั้งใจเต็มที่อยู่แล้ว ยิ่งครั้งนี้มีความหมายอย่างมาก เพราะถือเป็นการเดิมพันเหรียญรางวัล ซึ่งในฐานะนักกีฬาอยากได้เหรียญอยู่แล้ว และก็ต้องการนำความสำเร็จกลับไปฝากพี่น้องประชาชนชาวไทยด้วย
ด้าน “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกไทย ยืนยันทัพนักกีฬาไทยไม่ถึงกับแย่ แต่ต้องรีบพัฒนาตัวเอง
“ส่วนตัวแล้วผมคิดว่ายังไม่ถึงกับล้มเหลว หลังจากไทยเราเพิ่งมีแค่ 1 เหรียญเงิน เพราะเราก็มีการพัฒนาเช่นกัน แต่ชาติอื่นๆ มีการพัฒนามากกว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ควรให้ความสำคัญในการส่งนักกีฬาเข้าควอลิฟายอย่างเต็มที่ โดยโอลิมปิกครั้งต่อไปต้องเพิ่มงบประมาณในการเตรียมทีมนักกีฬาให้มากขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริหารสมาคมกีฬาต่างๆ ก็ต้องพัฒนาตัวเองควบคู่ไปด้วย







