
สีสันหลังความตาย
นี่คือแอนิเมะสีพาสเทล แถมยังฟุ้งฝันเอาเรื่อง
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
นี่คือแอนิเมะสีพาสเทล แถมยังฟุ้งฝันเอาเรื่อง
แต่ๆๆๆๆ ก็แค่ใบปิดเท่านั้นนะครับ ที่หวานเหมือนสีพาสเทล ฟุ้งฝันราวกับกำลังท่องไปในดินแดนแห่งจินตนาการ เพราะว่าเนื้อแท้จริงๆ กลับมีมุมดาร์กพอสมควร
คิดว่าผู้กำกับคงไม่ได้หลอก (ดาว) หรอก (555) แต่เป็นความตั้งใจที่อยากให้หนังมีกลิ่นอายของความลึกลับซ่อนอยู่ มากกว่าเป็นแอนิเมะวัยรุ่นหวานแหววทั่วไป
สิ่งที่น่าจะตอกย้ำการเป็นแอนิเมะฟุ้งฝัน ก็คือตัวละคร “ปุระปุระ” ซึ่งทำหน้าที่นำทางมาโกะโตะมาสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง และคอยชี้แนะให้เด็กชายกลับไปทบทวนชีวิตในอดีตว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ขณะที่สีหวานพาสเทลก็ใส่มาเพียงเล็กน้อย ไม่ได้ฉูดฉาดจี๊ดจ๊าดเยี่ยงใบปิด ด้วยหนังให้น้ำหนักกับประเด็นหนักๆ เข้มๆ จนกลบความหวานแหววไปเสียหมด นั่นก็ใช่ว่าหนังจะจืดชืดไร้ความสวยงามไปเลย ความสวยงามของแอนิเมะเรื่องนี้ยังอยู่ที่ลายเส้น ที่แม้ไม่ได้หวือหวาอลังการงานสร้าง แต่ก็สื่อสะท้อนถึงความละเอียด ความเนี้ยบ ความละมุน แบบเรียบง่ายได้ดี
หนังใช้เด็กชาย “มาโกะโตะ” เป็นศูนย์กลางเหตุการณ์ทั้งหมด เริ่มจากวันที่เขาตัดสินใจฆ่าตัวตาย ด้วยการกินยานอนหลับ จนถึงวันที่เขาฟื้นกลับมาใช้ชีวิตต่อแบบคนเพี้ยนๆ
การตายของมาโกะโตะเป็นเสมือนคีย์เวิร์ดของหนัง ทำให้รู้ว่ายังมีความลับบางอย่างที่เขาไม่เคยล่วงรู้มาก่อน เช่นว่า แม่แอบเป็นชู้กับครูสอนเต้นระบำ พ่อผู้บ้างานก็มีมุมอบอุ่นผ่านกิจกรรมตกปลาในวันหยุด กระทั่งพี่ชายที่ไม่ค่อยลงรอยกับเขา ก็เป็นธุระหาโรงเรียนใหม่ให้
ดูเหมือนว่ามุมดาร์กในหนังจะมีมากเป็นลำดับ ช่างต่างกับใบปิดหวานฟุ้งซะเหลือเกิน โดยที่หนังยังมุ่งตีแผ่ปมในใจของมาโกะโตะและคนในครอบครัวอย่างไม่ลดละ เรียกว่ายอกย้อนไปมาระหว่างโลกปัจจุบันกับภาพอดีตอันขมขื่น ขาดไม่ได้คือ หนังพยายามพูดถึงความผิดพลาดของแต่ละตัวละคร ความผิดพลาดที่ถูกปกปิดไว้เป็นความลับ
ชื่อหนัง Colorful หรือ Karafuru ในภาษาญี่ปุ่น จึงเป็นอะไรที่ต้องตีความกันอย่างแยบยล อาจไม่ใช่สีสันสวยงามที่เห็นและเป็นอยู่ แต่มันคือสีสันหลังความตายที่มาโกะโตะเรียนรู้จากความลับที่ถูกเปิดเผยออก จะใช้ชีวิตต่อยังไงอย่างมีคุณค่าเพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ที่พร้อมจะอภัยให้กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะกับพ่อ แม่ พี่ชาย เพื่อนๆ ในโรงเรียน รวมถึงตัวเอง ที่ล้วนก็เคยทำผิดพลาด







