
นาทีระทึกใจ
หลังออกจากสนามมวยประมาณ 4 ทุ่ม กลุ่มเราก็รีบมุ่งหน้าสู่โอลิมปิกปาร์ก เพื่อเปลี่ยนรถไฟกลับที่พักที่สถานีสแตรตฟอร์ด อินเตอร์เนชันแนล
โดย...นูโน่
หลังออกจากสนามมวยประมาณ 4 ทุ่ม กลุ่มเราก็รีบมุ่งหน้าสู่โอลิมปิกปาร์ก เพื่อเปลี่ยนรถไฟกลับที่พักที่สถานีสแตรตฟอร์ด อินเตอร์เนชันแนล แต่ดันลืมไปว่ากรีฑาเปิดสนามวันแรก
มานึกได้ก็อยู่ท่ามกลางคนล้านแปดต่อคิวยาวเฟื้อยแบบไม่เห็นหางแถว พวกเราเลยลงความเห็นกันว่า ไปหาอาหารมื้อเย็น ลงท้องเพื่อฆ่าเวลารอสักชั่วโมงคงจะดีขึ้น
เมื่อหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน ก้มดูนาฬิกาบอกเวลา 5 ทุ่ม ฝูงชนคงเบาบางลงแล้ว แต่เดินมาสักพักรู้สึกเหมือนตัวโล่งๆ
โอ้ววววว...พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ลืมกระเป๋า!!
คิดได้ก็สวมวิญญาณนักกรีฑาเก่า วิ่งหน้าตาตื่นไปยังโต๊ะที่นั่งในเวลาไม่ถึงนาที พร้อมกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่
มันยังอยู่ที่เดิม...
ใจที่หล่นไปอยู่ตาตุ่มได้กลับมาอยู่ที่เดิมอีกครั้ง เพราะในนั้นมีทั้งกระเป๋าสตางค์ เอกสารพาสปอร์ต โทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป
ขอบคุณโต๊ะข้างๆ ที่ไม่สนใจมัน แม้ไม่คิดจะเรียกกันสักนิด เพราะทันทีที่วิ่งมาถึง เขาหันมองหน้าและยิ้มประหนึ่งจะบอกว่า “ลืมกระเป๋าใช่มั้ย” แต่ความตื่นเต้นยังไม่จบแค่นี้!
เวลาเกือบ 8 โมงเช้าของวานนี้ ขณะกำลังเตรียมตัวจะอาบน้ำ ทันใดนั้นกริ๊งงงง เสียงเตือนไฟไหม้ดังขึ้นลั่นโรงแรม
หยิบกระเป๋าได้ก็วิ่งลงจากชั้น 4 มาในชุดนอน สภาพหน้ายังไม่ล้าง ฟันก็ไม่แปรง เจอคนยืนออกันเต็มอยู่อีกฝั่งของโรงแรม บางคนรีบจัดนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวลงมาก็มี
ไม่ถึง 5 นาที รถดับเพลิงก็มาถึงหน้าโรงแรม แต่ก็ยังไม่เห็นกลุ่มควันมาจากห้องไหน สุดท้ายพนักงานประกาศให้กลับเข้าห้องโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยที่ทราบเพียงแต่ว่าสัญญาณดังมาจากชั้น 2
ถือเสียว่าได้ออกกำลังกายก่อนนอนและตอนเช้า แต่เจอแบบนี้บ่อยๆ ก็ไม่ไหวนะ กลัวหัวใจจะวายตายเสียก่อน







