posttoday
เดินหน้าเข้าคลอง

เดินหน้าเข้าคลอง

04 สิงหาคม 2555

“เข้าคลอง”กลายเป็นคำติดลบไปเสียแล้ว เพราะทันทีเมื่อได้ฟังหัวก็จะเพิ่มอีกสองคำโดยอัตโนมัติเป็น“ถอยหลังเข้าคลอง”

โดย...กาญจน์ อายุ

“เข้าคลอง”กลายเป็นคำติดลบไปเสียแล้ว เพราะทันทีเมื่อได้ฟังหัวก็จะเพิ่มอีกสองคำโดยอัตโนมัติเป็น“ถอยหลังเข้าคลอง”แต่การเข้าคลองที่ถูกต้องมันต้อง“เดินหน้า”และเมื่อเราเดินหน้า เราก็จะเห็น“หลายสิ่ง”ที่ถ้าเดินถอยหลังจะไม่มีวันเห็น

การเดินหน้าเข้าคลองต้องอาศัยเรือหางยาว ยานพาหนะทรงปราดเปรียวที่สามารถลัดเลาะไปตามคลองได้สะดวก ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเช่าเหมาลำเรือหางยาวรับจ้างตามท่าเรือให้พาล่องแม่น้ำเจ้าพระยาและตามคลองสำคัญเพียงไม่กี่แห่ง โดยปราศจากเสียงไมโครโฟนอธิบายสภาพแวดล้อมระหว่างทาง เป็นแค่เวลานั่งรับลมและชมทิวทัศน์ด้วยตัวเอง ซึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ การได้นั่งบนเรือหางยาวที่ขับซิ่งปานอยู่ในสนามแข่งฟอมูลาวัน คือประสบการณ์ที่อะเมซิงแล้ว แต่นั่นคือเรื่องอะเมซิงเพียงน้อยนิด เพราะความน่าประหลาดใจมันอยู่ที่“เรื่องราว”จากเพื่อนเดินที่ทราบข้อมูล

เพื่อนเดินทางคนนี้ชื่อ“ปีเตอร์-วิศนุ คิดการ”ชื่อเล่นเดิมคือ นุ แต่ต้องเปลี่ยนเพื่อให้คนต่างชาติเรียกง่ายเป็น ปีเตอร์ มาจาก เซนต์ ปีเตอร์ หรือผู้ถือกุญแจไปสู่สรวงสวรรค์ บ้านเกิดอยู่โคราช มีบ้านอยู่ริมคลอง พอเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ ก็ชอบชวนเพื่อนไปเที่ยวตามคลอง และเมื่อมาทำงานเป็นทีมคอนเซียสที่โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ คุณปีเตอร์ก็ยังเป็นเพื่อนเดินทางนำนักท่องเที่ยวไปเที่ยวคลองอีก ชีวิตโคจรรอบคลองขนาดนี้สมแล้วกับหน้าที่ผู้นำทริป“คลองกูรู”

เดินหน้าเข้าคลอง

 

คุณปีเตอร์ยืนยิ้มแป้นต้อนรับแขกที่จองโปรแกรมคลองกูรูกับโรงแรมอนันตราฯ เวลา 11 โมงตรงของทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เมื่อทุกคนประจำที่ เขาก็ส่งสัญญาณให้สหายท้ายเรือเร่งเครื่องเรือหางยาวขนาด 8 ที่นั่ง ไปสู่หลักกิโลเมตรที่ 1 ของท้องน้ำเจ้าพระยา“คลองดาวคะนอง”คือกิโลเมตรแรกของการนับหลักกิโลเมตรทางน้ำ โดยเรือจะผ่านประตูระบายน้ำที่หากวันไหนประตูน้ำปิด“คุณก็จะอดซื้อของ”คุณปีเตอร์ปล่อยมุขแรกเปิดทริปคลองกูรูด้วยเสียงฮา ก่อนจะแก้ให้เข้าใจตรงกันว่า ถ้าวันไหนประตูน้ำปิด ทุกคนบนเรือต้องรอจนประตูเปิด ซึ่งมันจะขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำในแต่ละวัน

บนสายน้ำคลองดาวคะนองแม้จะไม่เห็นดาวสักดวงในยามกลางวัน แต่คุณปีเตอร์ชี้ให้มองดาวในน้ำที่ส่งแสงระยิบระยับ แถมยังดีดน้ำกระเซ็นล้อแสงได้ดีกว่าดาว ผิวหนังเงินของปลาตัวน้อยสะท้อนแสงแดดทุกครั้งที่มันขึ้นสู่ผิวน้ำก่อนงอตัวดำลงไปเบื้องล่าง กลุ่มปลาที่บอกชนิดไม่ได้รวมหมู่กันเป็นระยะ แสดงให้เห็นว่าคลองแห่งนี้ยังสะอาดแม้จะถูกล้อมด้วยบ้านเรือน บ้านเรือนที่เริ่มไม่เหมือนบ้านในกรุงเทพฯ แต่เริ่มเปลี่ยนบรรยากาศเป็นบ้านสวนริมคลองตามชนบท

อึดใจเดียวสหายคุณปีเตอร์ได้บังคับเรือมาจอดนิ่งอยู่หน้าฟาร์มผักบุ้งที่ไม่มีรั้วกั้นอาณาเขต หรือป้ายแสดงความเป็นเจ้าของใดๆ แต่ถ้ามองดีๆ เราจะเห็นยามเฝ้าฟาร์มที่กำลังอู้งานแอบกินปลาตัวเล็กที่อาศัยอยู่ใต้ฟาร์มตัวเอง นกกระยางผู้ไม่ได้รับเงินเดือนใช้พื้นที่นี้พักปีกและออกกำลังกายจงอยปากกินอาหารที่โชคร้ายว่ายผ่านมา

ส่วนคนบนเรือก็ได้ขยับปากเช่นกันกับเครื่องดื่มดับกระหายเล็กน้อยที่ร้านโชห่วยริมคลอง คุณปีเตอร์ปีนสะพานไม้ขึ้นไปเลือกเครื่องดื่ม ก่อนจะกลับขึ้นเรือพร้อมเรื่องคนริมคลอง“ร้านขายของชำริมคลองจะซื้อขายกันบนน้ำ คนบนเรือตะโกนซื้อของ เจ้าของร้านนำมาให้ถึงเรือ จ่ายเงิน และแล่นเรือต่อไป”เป็นการซื้อขายอย่างรวดเร็วโดยที่ก้นลูกค้ายังไม่ลุกจากที่นั่ง ถ้าพูดแบบฝรั่งต้องพูดว่า“เดลิเวอรี”

เดินหน้าเข้าคลอง

 

ในขณะดื่มน้ำเย็นดับไอร้อนที่แทรกเข้ามาทุกทิศทาง คุณปีเตอร์ก็ประกาศว่า“เราเข้าสู่คลองบางขุนเทียนกันแล้ว และด้านหน้าคืออีกคลอง ชื่อว่า คลองตลาดน้ำวัดไทร”คลองนี้เคยเป็นตลาดน้ำมาก่อนและเฟื่องฟูมากด้วย แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนตลาดน้ำก็หายไปเหลือเพียงตลาดบนดินที่คึกคัก ร่องรอยของตลาดน้ำยังมีให้เห็นผ่านบันไดที่ลาดลงมาในน้ำและที่นั่งปูนซีเมนต์ให้คนนั่งซื้อของหรือรับประทานอาหารจากร้านในเรือ ภาพพ่อค้าแม่ค้าแข่งกันส่งเสียงขายของยังคงจินตนาการได้แม้โค้งน้ำนี้จะเงียบสงบ

สองฝั่งคลองกลายเป็นวิถีชีวิตของคนริมน้ำเต็มตัว ทุกบ้านมีบันไดท่าน้ำ บางบ้านมีศาลาเก็บเรือไม้ บางบ้านมีระเบียงเหนือน้ำ และเด็กๆ ยังแก้ผ้ากระโดดน้ำคลองกันตลอดทาง มองภาพเด็กๆ โบกมือให้เรือที่แล่นผ่านจนลืมตัวว่าคุณปีเตอร์บอกให้สหายท้ายเรือหยุดเรืออีกครั้ง ครั้งนี้มาหยุดที่ท่าเรือหน้าวัดราชโอรสริม“คลองด่าน”คลองที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้เล่าขาน

“วัดราชโอรสมีชื่อเต็มว่า วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร เดิมชื่อวัดจอมทอง เป็นวัดที่พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ หรือพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวในเวลาต่อมา ยกกระบวนทัพเรือมาหยุดพักก่อนไปสกัดทัพพม่าที่ด่านพระเจดีย์สามองค์ กาญจนบุรี และได้ทำพิธีเบิกโขลนทวารตามตำราพิชัยสงคราม พร้อมทรงอธิษฐานขอให้การไปราชการทัพครั้งนี้ได้ชัยชนะ แต่ปรากฏว่าไม่มีทัพพม่ายกเข้ามา เมื่อยกทัพกลับ พระองค์ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดจอมทองใหม่และถวายเป็นพระอารามหลวง ได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า วัดราชโอรส ซึ่งหมายถึง พระราชโอรส คือ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์นั่นเอง”

สถาปัตยกรรมไทยและจีนผสมกันเป็นภาพชินตาในเมืองพุทธเชื้อสายจีน แต่ที่วัดราชโอรสดูกลมกลืนกันดีจริง ประตูอุโบสถแบบไทยมีเทพเจ้าจีนเฝ้าด้วยหน้าตาดุดัน หรือตัวอับเฉาที่ยืนแข็งเป็นหินอยู่หน้าบันไดก่อนขึ้นไปนมัสการพระนอนสีทองอร่าม หรือหลังคาซ้อนชั้นแบบจีนที่มองแล้วไม่ผิดแปลกไปจากศาลาทรงไทยที่อยู่ใกล้กัน ความลงตัวของสองวัฒนธรรมเคล้าคลอไปกับเสียงซอของลุงบ้านตรงข้าม ที่บ่งบอกอารมณ์ได้ว่าแกสบายใจขนาดไหน เสียงความสุขมันลอยข้ามฝั่งแม่น้ำมาที่ท่าน้ำวัด พอมองย้อนกลับไปตามต้นสียง ชายแก่นั่งริมระเบียงกำลังขยับแขนทั้งสองเป็นจังหวะ มันเป็นจังหวะช้าๆ ไม่รีบร้อนและเย็นขัดกับอุณหภูมิโลก    

เดินหน้าเข้าคลอง

   

ฟังเสียงซอของลุงแกได้ไม่ถึงครึ่งเพลง เสียงคุณปีเตอร์ก็แว่วเข้ามา“สถานีต่อไปเราจะได้เล่นน้ำ”จะเล่นน้ำอะไรในเมื่อเรานั่งอยู่บนเรือหางยาว แต่เมื่อเรือล่องสู่“คลองภาษีเจริญ”แล้วเห็นฝูงสวายแล้วเข้าใจในบัดดล ปลาสวายนักดีดน้ำที่คนใจบุญตามวัดมักโดนเป็นของแถมหลังรับน้ำมนต์

คุณปีเตอร์ยื่นถุงขนมปังให้ แต่ก่อนที่จะได้โปรยก็ต้องยกมือบังหน้าจากน้ำที่ฝูงปลาดีดขึ้นมาก่อน ปลาสวายจำนวนมากที่โตวันโตคืน เพราะไม่มีใครคิดจะจับในเขตอภัยทาน มันคือสวรรค์ของปลาสวายและเป็นสวนสนุกขนาดย่อมของคนด้วย ที่แม้ว่าจะเปียกไปบ้างแต่มันคือการให้อาหารปลาที่สนุกแถมยังได้บุญ

เห็นปลาแย่งกันกินขนมปังแล้วเริ่มคิดถึงอาหารกลางวัน อย่าเพิ่งคิดว่าคุณปีเตอร์จะเป็นคนแรกที่จะทำเมนูปลาสวายในพื้นที่นี้ เพราะเขามีอะไรที่เด็ดกว่ารออยู่ที่“คลองบางหลวง”ที่คลองนี้จะเป็นจุดรับประทานอาหารกลางวันและชมการแสดง“หุ่นละครเล็ก”ณ บ้านศิลปิน ที่เปิดให้ชมฟรีทุกวัน ยกเว้นวันพุธหรือวันที่ต้องออกไปแสดงนอกสถานที่

ขอพูดถึงอาหารกลางวันก่อน มื้อพิเศษนี้ทุกคนจะได้รับประทานผัดไทย หอยทอด ที่จะพายเรือมาโชว์ลีลาการผัดกันถึงท่า และเพิ่มเติมด้วยข้าวแกงที่สลับสับเปลี่ยนไปตามใจแม่ครัวของบ้านศิลปิน โดยเราจะรับประทานกันบนบ้านศิลปิน ชมงานศิลป์ และรอการแสดงไฮไลต์จากคณะแสดงหุ่นละครเล็ก“คำนาย”

“คณะคำนายถือกำเนิดเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 เดือน 9 ปี 2553 ด้วยมีแนวคิดเผยแพร่ อนุรักษ์ศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็ก ปัจจุบันได้จัดทำการแสดง ณ บ้านศิลปิน โดยได้รับความเมตตาจากคุณชุมพล อักพันธานนท์ เจ้าของบ้านศิลปิน ปรับพื้นที่บางส่วนภายในบริเวณบ้านให้เป็นลานวัฒนธรรม การแสดงนั้นผู้เชิดจะต้องใส่หน้ากากสีดำ แต่งกายสีดำ สวมถุงแขน สวมถุงขาสีดำ เพื่อเป็นการลดทอนความเป็นมนุษย์ หรืออีกนัยหนึ่งก็เปรียบได้ว่า ผู้เชิดหุ่นเป็นเพียงจิต และตัวหุ่นเปรียบเสมือนเป็นกาย ผสานทั้งสองส่วนกลายเป็นร่างกายที่สมบูรณ์”

เดินหน้าเข้าคลอง

 

คณะคำนายเป็นกลุ่มที่น่าสนับสนุนและชื่นชม เพราะทำไม่หวังผลกำไร แต่หวังให้ศิลปะของไทยยังอยู่บนแผ่นดินนี้ หากใครต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่จะสืบทอดการแสดงนี้ สามารถมาเยือนได้ทั้งทางน้ำและบก ทางบกคุณต้องมาทางจรัญสนิทวงศ์ ซอย 3 อยู่ใกล้กับวัดคูหาสวรรค์ เปิดการแสดงหุ่นละครเล็กเวลา 14.00 น. ทุกวัน (ยกเว้นวันพุธ) โทร. 02-868-5279 ซึ่งนอกจากบ้านศิลปินที่น่ามาให้เห็นกับตาแล้ว ชุมชนนี้ยังเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำ เปิดร้านขายของแฮนด์เมด ร้านขายกระยาสารทเก่าแก่ ที่ถ้าโชคดีคุณจะเห็นคนสองคนช่วยกันกวนกระยาสารทที่เหนียวข้นคลัก ร้านชากาแฟเก๋ที่ปรับตัวให้เข้ากับนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ และร้านอาหารบนเรือที่คุณสามารถโบกได้ทุกเมื่อถ้าอยากกิน

อิ่มท้องและอิ่มเอมจากคลองบางหลวง นึกว่าจะจบทริปอย่างน่าประทับใจที่นี่ แต่คุณปีเตอร์บอก“มีตอนจบที่ยิ่งใหญ่กว่านี้”ว่าแล้วก็ส่งสัญญาณออกเรือแก่สหายคนเดิมให้ล่องต่อไปที่“คลองมอญ”เขาให้สังเกตบ้านริมคลองนี้ว่ามันจะใหญ่และดูผู้ดี“คลองนี้ใกล้ออกแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ทำให้มีบ้านข้าหลวง ข้าราชการเก่าๆ อยู่เยอะ”ฟังแล้วก็ยังสงสัยว่า ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาแล้วทำไมข้าหลวงชอบอยู่ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรคุณปีเตอร์ เพราะเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่มุมปากแล้วมันต้องมีอะไรในนั้นแน่ แต่แล้วไม่ทันไรเสียงคนบนเรือก็ฮือฮากัน เหมือนแผนของคุณปีเตอร์สำเร็จ“ยินดีต้อนรับสู่โลกอีกใบ”ภาพพระบรมมหาราชวังวางตัวเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา คือสิ่งที่แรกที่เราเห็นเมื่อออกจากคลอง และฉันก็ได้คำตอบแล้วว่าทำไมข้าหลวงถึงมีบ้านอยู่แถวนี้ ส่วนคุณปีเตอร์เอาแต่ยิ้มระรื่นสมใจหวังที่ทำให้ทุกคนตื่นเต้น

สหายคุณปีเตอร์เร่งเครื่องได้เต็มสูบเมื่ออยู่บนแม่น้ำเจ้าพระยาสายใหญ่ ที่มีการจราจรจอแจและยังมีคลื่นให้เรือกระแทกอยู่เป็นระยะ ทิวทัศน์ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาคืออดีตกาลของราชวงศ์และพระพุทธศาสนา แสดงถึงความรุ่งเรืองตามแม่น้ำสายหลักตัดกับภาพความธรรมดาริมฝั่งลำคลองที่ซึมซับมาตลอดวัน

อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ ไม่ใช่แค่สโลแกนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน และไม่ใช่แค่คำอุทานของต่างชาติที่ได้มาสัมผัสเมืองไทย มันคือความรู้สึกของคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในไทยตลอดชีวิต แต่ไม่เคยมองประเทศตัวเองอย่างคนนอกมองเข้ามา ทำให้เราใช้ชีวิตท่ามกลางสิ่งมีค่าไปวันๆ โดยไม่เห็นคุณค่าของมัน

“ถอยหลังลงคลอง”กำลังวนเวียนอยู่บนย่อหน้านี้

ตามที่บอกไปในตอนต้นว่า การเข้าคลองที่ถูกต้องต้องหันหน้าเข้าหา เมื่อเราเห็นว่าสิ่งที่เรามีนั้นมีค่าเหมือนที่กลุ่มคำนายพยายามทำ ฉันเชื่อว่าไทยแลนด์จะอะเมซิงมากกว่านี้แน่

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท