
ร้านเด็ดจากหนังดัง
หนังสร้างแรงบันดาลใจได้เสมอ!!!
โดย...อัคร เกียรติอาจิณ / ภาพ : ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ ร้านมูแลง+ร้านกู้ดเฟลลัส / ประกฤษณ์ จันทะวงษ์ ร้านอิตาเลียนจ๊อบ / อนุสรณ์ ศักดิ์เสรี ร้าน 2046 / วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี ร้านอิน เดอะมู้ด ฟอร์ เลิฟ
หนังสร้างแรงบันดาลใจได้เสมอ!!!
แม้ว่าหนังเรื่องนั้นจะน่าอดสู จะดูรวดร้าว หรือทดท้อสิ้นหวัง โหดร้าย ป่าเถื่อน หรือชวนแหวะ หวานแหวว เจ็บจี๊ด หรือฮากลิ้ง สุดท้ายมันก็สร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนดูได้เสมอ (สิน่า!!!)
บ่อยครั้งที่หนังเรื่องหนึ่ง (เอ...หลายๆ เรื่องก็ได้นะ ไม่มีใครว่าหรอก) ได้นำไปสู่แรงบันดาลใจดีๆ สร้างไอเดียและต่อยอดให้เกิดเป็นอะไรใหม่ในชีวิตดี
ไม่เว้นร้านอาหาร ที่เราเห็นว่าบรรยากาศโคตรเก๋ๆ เท่ระเบิด อินเทรนด์ทันสมัย ไฮโซหรูหรา เชื่อมั้ยเล่า เจ้าของร้านก็เติมเต็มพลังมาจากหนังเรื่องโปรดนี่แหละ
มูแลง
(Moulin) ชั้น A6 สยามดิสคัฟเวอรี่ โทร. 02-712-7118
คุณน้ายคุณนาย แต่ว่าคุณผู้ชายก็สามารถไปนั่งหล่อๆ ได้นะจ๊ะ (555) จริงๆ ชื่อนั้นมาจาก 2 ทาง หนึ่งก็หนังออสการ์ Moulin Rouge! (ปี 2001) ซึ่งเจ้าของ “ชมพล เสรีมนตรีกุล” ยกให้เป็นหนังโปรด อีกทางคือไลฟ์สไตล์ของเขา สมัยที่อยู่ปารีสและหลงรักบรรยากาศโรงละครคาบาเรต์ นั่นจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ต้องนำสิ่งละอันพันละน้อยสไตล์อาร์ต นูโว เช่นว่า เก้าอี้พนักสูง โซฟากำมะหยี่ เหล็กดัดโค้ง มาแต่งโฉมในร้านอาหารแห่งนี้
รวมๆ แล้วการตกแต่งและบรรยากาศของที่นี่ไม่ได้ถอดแบบจากหนังหรือโรงละครคาบาเรต์เป๊ะๆ บางเสี้ยวอารมณ์ชิกๆ ก็เจือปนอยู่ด้วย ซึ่งความชิกที่ว่าเจ้าของได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์ฮิต Sex in the City (ซีซัน 1/ปี 1998) เมื่อครั้งที่เคยถูกรับเลือกจากซีรีส์ดังให้นำแบรนด์เสื้อผ้าของเขา Chompolserimont ไปให้ “แคร์รี แบรดชอว์” (นำแสดงโดย ซาราห์ เจสซิกา พาร์เกอร์) สวมใส่เริ่ดๆ เชิดๆ
“มันคือที่นัดพบของสาวๆ มานั่งจิบชายามบ่าย มานั่งแฮงตอนเย็น เหมือนเวลาที่ 4 สาวใน Sex in the City นิยมทำ จิบชา จิบค็อกเทล จิบแชมเปญเก๋ๆ ในแบบของพวกเธอ โดยที่การตกแต่งก็ให้กลิ่นอาย Moulin Rouge! มีความสนุกสนาน มีความเซ็กซี่นิดๆ” ชมพล เล่า
ได้แรงบันดาลใจจากหนังดังและซีรีส์ฮิตทั้งที ที่นี่ก็เลยจัดเต็ม! จัดหนัก! ด้วยการเสิร์ฟอาหารแคลิฟอร์เนีย ฟิวชัน สไตล์วูล์ฟแกง พัค รสชาติเลิศ!!! เครื่องดื่มแรงส์!!! แถมชื่อเมนูยังหยิบยืมมาจากหนังดังอีกเพียบ อาทิ สลัดผักโขมกับเบคอนและน้ำสลัดกระเทียม มาจาก Popeye the Sailor (ปี 1960) เพนเนซอสมะเขือเทศเป็ดย่าง มาจาก Mamma Mia (ปี 2008) สปาเกตตีสูตรพิเศษข้นด้วยครีมซอส เข้มข้น มาจาก The Last Samurai (ปี 2003) แต่ที่อยากแนะนำให้ชิมกันคือ Moulin Tapas High Tea ไฮทีเก๋ๆ อร่อยๆ รวมถึงค็อกเทลสีม่วงหวานเยิ้ม Geisha and the City
กู้ดเฟลลัส
(Goodfellas) อาร์ซีเอ บล็อก C โทร. 086-313-9496
ร้านนี้มาเฟียจองเต็มพื้นที่!!! (555) แค่หันรอบทิศทางก็จะจ๊ะเอ๋กะมาเฟีย แต่เป็นมาเฟียฮอลลีวูดหรอกนะจ๊ะ หาใช่มาเฟียไทยๆ เจ้าของได้แรงบันดาลใจจากหนังแก๊งสเตอร์ชื่อเดียวกัน ปี 1990 ที่เคยฮิตระเบิดระเบ้อ ใครยังไม่ได้ดู รีบหามาดูซะ เพราะถือเป็นแก๊งสเตอร์ที่เท่มากกกกก
กลิ่นอายในหนังที่ขนมาให้ดูต่างหน้า หาได้จากการตกแต่งยุคทศวรรษ 1950-1960 ให้อารมณ์คลาสสิก โทนสีครึ้ม ดิบห่ามหม่น ลึกลับแต่จับใจ ใช้แบงก์สหรัฐเป็นที่รองจาน เป็นลูกเล่นที่เท่ไม่หยอก มุมที่สะดุดคือโซฟาหนังที่มีรูปโรเบิร์ต เดอ นีโร นั่งเก๊กมาดหล่อ
แม้จะเป็นบรรยากาศมาเฟีย แต่ที่นี่ก็ไม่ได้โหดขนาดต้องนั่งหลบกระสุน เขายังใจดีอยู่ ด้วยการเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนกับอาหารไทย แน่นอนเครื่องดื่มก็มีหลายแก้วน่าจิบ จะแรงมาก หรือปลอดแอลกอฮอล์ อยากเมา หรือแค่อยากเมาท์ๆ กับเพื่อน ก็บอกบาร์เทนเดอร์ได้ ขออย่างเดียว คือว่าอย่ากร่างเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวโดนมาเฟียจัดการ (555)
อิตาเลียนจ๊อบ
(Italian Job) ชั้น 3 Lavilla อารีย์ โทร. 02-613-0518
ต้นตำรับ The Italian Job (ปี 2003) อวลด้วยฉากแอ็กชันและความตื่นเต้นแบบจงใจฉลาด ถึงอย่างนั้นหนังก็แฝงไว้ซึ่งความเท่และความแมน จนเจ้าของทนไม่ไหว ต้องขอยืมมาตั้งเป็นชื่อร้านเสียหน่อย
นัยของการใช้ชื่ออิตาเลียนจ๊อบ ไม่ใช่แค่ว่าได้แรงบันดาลใจจากหนังอย่างเดียว แต่ยังหมายรวมถึงสิ่งที่ร้านนี้ภูมิใจนำเสนอผ่านอาหารอิตาเลียนโฮมเมด มีครัวเปิดให้เห็นวิธีทำกันจะจะ เรียกว่าตื่นตาตื่นใจราวกับกำลังนั่งดูหนังเลยล่ะ
“สปาเกตตีหมึกดำผัดซอสปู” ยู้หู้!!! ไม่ลองจะเสียใจ “สเต๊กปลากะพงกับซัลซาซอส” อร่อยไม่มีที่ติ แกล้มด้วยไวน์ขาวจากอิตาลี อีกจานเป็นไง “มะเขือม่วงไส้แฮมอบชีส” แต่ที่ต้องชิมให้ได้ “อิตาเลียนจ๊อบสลัด” ผักสลัดกรอบกับเนื้อปลาย่างหอมหนังเกรียม คลุกน้ำสลัดบีทรูต รสเปรี้ยวสดชื่น
อิน เดอะ มู้ด ฟอร์ เลิฟ
(In the Mood for Love) สุขุมวิท 36 โทร. 02-661-5067
จากหนังเหงาสู่ร้านอาหารเก๋ ฮิตตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการ ถือเป็นฮอตสปอตของคนกรุงเทพฯ คงไม่ต่างกับตอนที่หนังออกฉายใหม่ๆ สาวกที่คลั่ง “หว่องกาไว” ก็เป็นบ้าเป็นหลัง อยากดูกันจนตัวสั่น (ใครบ้างน้า?)
แม้จะล่วงผ่านมาร่วม 12 ปี แต่ความขลังและพลังของ In the Mood for Love (ปี 2000) ยังมัดใจมิรู้คลาย ด้วยมนต์เสน่ห์ที่มีกลิ่นอายเฉพาะตัว ฉาก ชีวิต อารมณ์ ที่เนิบช้าและอ้อยอิ่ง ถูกนำมาจำลองไว้ในร้านแห่งนี้ โดยเน้นย้ำไปที่เฟอร์นิเจอร์ลายดอกโบตั๋น โคมไฟทำจากกรงนก พื้นขัดมันสีฟ้าเข้ม
บรรยากาศหนังต้นฉบับนั้นอาจจะยั่วล้อกับความเหงา สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันเบ่งบานระหว่าง “โจว” กับ “ไหล่เจิน” แต่พลันที่คุณนั่งบนเก้าอี้ สิ่งเดียวที่คุณจะได้สัมผัส คือ ซูชิฟิวชัน หน้าตาสวยเว่อร์ ครีเอตไม่ซ้ำแบบ ละลายตาจนเลือกไม่ถูก
สองศูนย์สี่หก
(2046) ชั้น 2 Rain Hill สุขุมวิท 47 โทร. 02-261-7278
อีกหนึ่งผลงานกำกับของ “หว่องกาไว” ที่มีคนกล่าวขานกันมาก บ้างก็ว่าดูแล้วมึนงง บ้างก็ว่าอาร์ตแตกเกิ๊นนนน บ้างก็คอยจับเวลาว่า “พี่เบิร์ด ธงไชย” โผล่มากี่วินาที (ฟะ) แต่ในหมู่มวลแฟนพันธุ์แท้กลับชื่นชอบสุดขั้วหัวใจ
2046 (ปี 2004) คือปลายทางขบวนรถไฟอันเป็นเสมือนกุญแจไขไปหาความลับหนัง ซึ่งเจ้าของก็ได้นำเล่าต่อเนื่องในร้านที่ถูกออกแบบให้มีกรุ่นกลิ่นจีนยุคเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ โคมไฟสีแดงสด กระจกโบราณสีสันจัดๆ แจกันดอกไม้คลาสสิก หมอนอิงแนวไชนีสวินเทจ ประตูบานเฟี้ยมสีน้ำเงิน
อาหารของที่นี่ออกสไตล์อิซากายะ เน้นกินง่ายๆ เพื่อให้เข้าขากับเครื่องดื่มรสเข้ม จานไฮไลต์ก็มี “หอยเชลล์อบเห็ดชิเมจิ” แกล้มกับ 2046 Martini เบาๆ เก๋ๆ หรือถ้าอยากเจอรสหนักๆ ก็ต้อง Beverly Hill Ice Tea รับรองว่าพอจิบหมดแก้ว คุณได้ขึ้นรถไฟขบวน 2046 ชัวร์!!!







