
แบบเดิม (น่าจะ) ดีกว่า
ถือเป็นความอัปยศอย่างแท้จริง สำหรับการเปลี่ยนกฎแบดมินตันมาแข่งแบบแบ่งกลุ่มครั้งแรกในโอลิมปิกเกมส์
โดย...นูโน่
ถือเป็นความอัปยศอย่างแท้จริง สำหรับการเปลี่ยนกฎแบดมินตันมาแข่งแบบแบ่งกลุ่มครั้งแรกในโอลิมปิกเกมส์ หลังมีเจตนาเล่นเพื่อแพ้ในประเภทหญิงคู่ เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าวนำมาสู่บทลงโทษจากสหพันธ์แบดมินตันนานาชาติ ตัดสิทธินักกีฬา 8 คน 4 คู่ ประกอบด้วย เกาหลีใต้ 2 คู่ และจีนกับอินโดนีเซียชาติละคู่ ออกจากการแข่งขันในวันรุ่งขึ้น โดยปฏิเสธการยื่นอุทธรณ์
เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ของลอนดอนเกมส์ บนหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับของเมืองผู้ดี เป็นรองแค่เพียงการคว้าเหรียญทองของเจ้าภาพ ท่าม กลางปฏิกิริยาการต่อต้านและไม่พอใจอย่างมาก
ไม่เว้นแม้แต่แฟนกีฬาจากชาติเดียวกัน
มันไม่เพียงสร้างความเสื่อมเสียให้กับกีฬาแบดมินตันและชาติของตัวเอง แต่ยังเป็นการดูถูกผู้ชมที่ควักกระเป๋าจ่ายเงินให้มาดูนักกีฬาเล่นแบบตั้งใจแพ้ชนิดโดนโห่ก็แล้ว กรรมการเรียกมาเตือนก็แล้ว แต่เธอทั้งหลายก็ไม่สน เนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าไปเจอกับทีมที่แข็งแกร่งกว่าในรอบต่อไป
เพราะนั่นอาจหมายถึงโอกาสสู่ความสำเร็จและความมั่งมีที่รออยู่
แม้รัฐบาลจีนจะไม่มีประกาศเงินอัดฉีดสำหรับนักกีฬาที่คว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกครั้งนี้ แต่สื่อในแดนมังกรรายงานว่า เหรียญทองน่าจะได้รับโบนัส 3.5 แสนหยวน (ราว 1.75 ล้านบาท) บวกเงินอีกก้อนโตจากสปอนเซอร์
เช่นเดียวกับ เกาหลีใต้ และ อินโดนีเซีย ที่แม้จะไม่มีข้อมูลเงินอัดฉีดชัดเจน แต่ก็น่าจะมีแรงจูงใจให้ยอมลืมสปิริตไม่น้อยเช่นกัน
บางทีสหพันธ์แบดมินตันนานาชาติควรจะพิจารณากฎการแข่งขันแบบแบ่งกลุ่มใหม่อีกครั้ง เพราะแม้จะมีข้อดีในการให้โอกาสนักกีฬาแก้ตัว แต่ข้อเสียก็อาจเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก หรือไม่ก็เตี๊ยมกันได้
เพราะคงไม่ดีแน่ หากแฟนๆ ต้องมาดูนักกีฬาเล่นแบบ “ไร้สปิริต”
เราคนไทยน่าจะเข้าใจหัวอกนี้เป็นอย่างดี จากความช้ำใจในการชวดตั๋วโอลิมปิกวอลเลย์บอลหญิง







