
กูรูศก.ฟันธงผลโอลิมปิก
ถือเป็นเรื่องปกติที่พอถึงช่วงมหกรรมการแข่งขันกีฬายักษ์ใหญ่อย่าง “โอลิมปิก”
ถือเป็นเรื่องปกติที่พอถึงช่วงมหกรรมการแข่งขันกีฬายักษ์ใหญ่อย่าง “โอลิมปิก”
บรรดากูรูด้านกีฬาก็จะพร้อมใจกันออกมาคาดการณ์ผลการแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศ “เจ้าเหรียญ” หรือชาติที่จะคว้าเหรียญมากที่สุดนั่นเอง
และแล้วล่าสุดก็ถึงคิวของกูรูจากมหาวิทยาลัยรูห์ โบคุม ของเยอรมนี ซึ่งออกมาฟันธงว่า “จีน” จะเป็นเจ้าเหรียญในลอนดอนเกมส์ครั้งนี้ โดยคาดว่าจะซิวได้ทั้งหมด 102 เหรียญ ตามมาด้วยสหรัฐที่ 100 เหรียญ รัสเซีย 71 เหรียญ สหราชอาณาจักร 57 เหรียญ และปิดท้ายท็อป 5 ด้วยออสเตรเลียที่ 43 เหรียญ
ทว่า การคาดการณ์ครั้งนี้ไม่ได้จัดทำขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา ที่ปกติมักนำข้อมูลของนักกีฬาแต่ละรายมาวิเคราะห์อย่างละเอียดแต่อย่างใด แต่เป็นผลการประเมินและคาดการณ์ของ “นักเศรษฐศาสตร์” ระดับหัวกะทิของมหาวิทยาลัยแทน!
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะทีมนักเศรษฐศาสตร์ดังกล่าว ซึ่งในยามปกติจะพัวพันอยู่แต่กับเรื่องเครียดๆ อย่างเรื่องเศรษฐกิจ ตัดสินใจช่วยเพิ่มสีสันให้กับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกด้วยการลองคาดการณ์ผลการแข่งขันชนิดกีฬาต่างๆ ทว่า อาศัยหลักเกณฑ์ที่แปลกแหวกแนวไม่ซ้ำใคร ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ การเมือง ภูมิศาสตร์ประชากร รวมทั้งวัฒนธรรมของชาติต่างๆ
แค่ได้ยินเกณฑ์การพิจารณาแล้ว หลายคนคงคิดว่าผลการคาดการณ์ครั้งนี้จะต้องไม่แม่นยำสุดๆ
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาแต่ละคนนั้นมีปัจจัยเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน โดยมีตัวอย่างการคาดการณ์โอลิมปิกเมื่อครั้งล่าสุดที่ปักกิ่ง รวมทั้งที่เอเธนส์ก่อนหน้านั้น ซึ่งแม่นยำถึง 96.5% และ 97.4% ตามลำดับ เป็นเครื่องพิสูจน์
ไล่เรียงตั้งแต่จำนวนประชากร โดยประเทศที่มีจำนวนประชากรสูงอย่างจีนและสหรัฐ ก็ได้เปรียบในแง่ของจำนวนนักกีฬาให้เลือก
ขณะเดียวกัน นักกีฬาที่มาจากประเทศที่มีสภาพอากาศสุดโต่ง เช่น มาจากประเทศร้อนจัด หรือหนาวจัด ก็จะเสียเปรียบนักกีฬาจากประเทศที่สภาพอากาศ “ปกติ” หรืออยู่ในระดับปานกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องแข่งขันกีฬากลางแจ้ง
นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องความมั่งคั่งของประเทศก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่บ่งชี้ชัยชนะได้ดี โดยประเทศที่ทุ่มงบด้านกีฬามากก็ย่อมมีโอกาสชนะสูงกว่าชาติอื่นๆ รวมทั้งนักกีฬาหญิงที่มาจากประเทศที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ก็มักจะมีเหรียญติดมือเสมอ
และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ปัจจัยด้านการเป็น “เจ้าภาพ” ซึ่งจะช่วยให้นักกีฬามีแรงจูงใจ รวมทั้งความตั้งใจในการแข่งขันมากขึ้น
งานนี้ จะแม่นยำแค่ไหน อีกไม่กี่สัปดาห์ก็ได้รู้กัน!







