posttoday
นัท สุมนเตมีย์ ท่องเที่ยวอย่างให้เกียรติธรรมชาติ

นัท สุมนเตมีย์ ท่องเที่ยวอย่างให้เกียรติธรรมชาติ

27 กรกฎาคม 2555

นัท สุมนเตมีย์ คือ 1 ใน 20 ช่างภาพใต้น้ำไม่กี่คนของเมืองไทย ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ 19 ปี

โดย...วราภรณ์

นัท สุมนเตมีย์ คือ 1 ใน 20 ช่างภาพใต้น้ำไม่กี่คนของเมืองไทย ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ 19 ปีแล้วที่เขาได้เดินทางถ่ายภาพใต้น้ำไปทั่วโลกและพบมากกว่าความงามใต้ทะเลลึก และเขาได้ข้อคิดเพิ่มเติมว่า หากไม่มีการจัดการด้านการท่องเที่ยวที่ดี ความงามตามธรรมชาติก็จะเสื่อมถอยไปเรื่อย ๆ ด้วยน้ำมือมนุษย์ที่ท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ยิ่งต้องช่วยกันดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติอย่างมีจิตสำนึกที่ดี และเขายังมีมุมสะท้อนดีๆ เกี่ยวกับการจัดการด้านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เช่น การดูแลสภาพธรรมชาติใต้ทะเล

ธรรมชาติถูกทำลายด้วยฝีมือมนุษย์ : นัทเล่าย้อนไปถึงความงามของแนวปะการังที่เกาะสิมิลันแหล่งดำน้ำดูปะการังที่สวยงามแห่งหนึ่งของโลก ตั้งแต่เกาะสิมิลันยังไม่ตั้งเป็นอุทยานฯ เขาได้ดำน้ำที่เกาะสิมิลันครั้งแรก เมื่อตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยม 3 โดยเขาดำน้ำไปดูโลกใต้ทะเลกับคุณพ่อนักดำน้ำรุ่นบุกเบิก พบแต่ความงามและความเงียบสงบ ไม่มีแม้แต่คนอยู่บนเกาะ มีแต่ตะกวดเดินกันเต็มไปหมด เรียกว่าเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์มาก แต่เมื่อ 6 ปีที่แล้วเขากลับไปเยือนอีกครั้งหนึ่ง พบว่าสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปมากจนน่าตกใจ!

“ผมรู้สึกแย่มากเมื่อกลับไปสิมิลันอีกครั้ง ช่วงนั้นเป็นช่วงสงกรานต์เห็นสภาพเต็นท์กางเบียดกันเต็มชายหาด มีกลิ่นปัสสาวะตลบอบอวล เพราะห้องน้ำไม่สามารถรองรับคนเป็นจำนวนมากที่แห่ไปเที่ยวกันแบบไม่วางแผนครั้งละมากๆ ได้ ” ปัญหาอย่างหนึ่งที่นัทวิเคราะห์ก็คือ การจัดการของอุทยานฯ ที่ไม่เป็นระบบ ไม่เฉลี่ยคนให้พอดีกับพื้นที่

นัท สุมนเตมีย์ ท่องเที่ยวอย่างให้เกียรติธรรมชาติ

“แต่ผมเข้าใจคนไทยว่า เวลาท่องเที่ยวแล้วไม่ค่อยมีแพลน อยากไปก็ไป จริงๆ ต้องมีการโทร.แจ้งล่วงหน้าและมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวบนเกาะให้มีจำนวนที่เพียงพอเช่นเดียวกับเกาะดังๆ ของต่างประเทศ เช่น กาลาปากอส หมู่เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีความอุดมสมบูรณ์ในทุกด้านสูงมาก รวมทั้งเกาะโคโคสที่เขามีการจัดการระเบียบการดำน้ำที่ดีมาก เพราะเขามีการจำกัดจำนวนคนไปดำน้ำแค่ปีละ 1,200-1,400 คนต่อปี อาทิตย์หนึ่งมีเรือเข้าออก 5-6 ลำ ลำละ 20 คนในการดำน้ำแต่ละครั้ง ซึ่งตัวเลข 1,200 คนเท่ากับนักท่องเที่ยวไทยที่ไปเยือนเกาะสิมิลัน 1 วัน คิดอย่างไม่ต้องสงสัยว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของเกาะสิมิลันจะเป็นอย่างไร ”

นัทสะท้อนว่า เป็นความเข้าใจผิดมานานกว่า 20 ปี ของผู้เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของบ้านเราแบบขาดการอนุรักษ์มานานมาก แต่เราไม่มองที่จะพัฒนาขายแหล่งท่องเที่ยวแบบยั่งยืน คำนึงแต่เพียงเม็ดเงินที่เขาไหลเข้ามาพัฒนาประเทศ แต่ไม่คำนึงถึงผลเสียของการปล่อยปละละเลยไม่ดูแลธรรมชาติ แตกต่างจากต่างประเทศ เช่น เกาะโคโคส เขามีการดูแลการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนมานานกว่า 30 ปี ซึ่งความอุดมสมบูรณ์นี้จะส่งต่อไปเป็นมรดกสู่ลูกหลานต่อไป

สิมิลันไม่งดงามเหมือนเก่า : เกาะสิมิลันในสายตานักดำน้ำ เหมือนเป็นการจุดพลุที่เคยเป็นแหล่งหมายตาของนักดำน้ำจากทั่วโลกที่จะได้ไปเยือน เพราะมีแนวปะการังที่สวยแห่งหนึ่งของโลก แต่ด้วยการจัดการการท่องเที่ยวที่ไม่รอบด้าน 20 ปีที่แล้วมีเรือเข้าไปวันละ 6 ลำ ปัจจุบันกลายเป็น 30 ลำต่อวัน ลำหนึ่งจุคน 20 คน ลงดำน้ำต่อ 1 จุด ทำให้ความสมบูรณ์ของธรรมชาติเสียไป ทำให้ปัจจุบันนักดำน้ำต่างชาติไม่มาดำน้ำที่สิมิลันแล้ว เปลี่ยนทิศไปดำน้ำที่ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียแทน

นัท สุมนเตมีย์ ท่องเที่ยวอย่างให้เกียรติธรรมชาติ

“ประเทศเราเรียกว่า เอาทรัพยากรมาใช้อย่างไม่คุ้มค่า อย่างการจัดการดำน้ำที่โคโคส เขาจัดการดำน้ำอย่างเป็นระบบมาก ผู้ที่พาไปดำน้ำก็คือเจ้าหน้าที่ของอุทยานนั่นแหละ เมื่อเรือนักท่องเที่ยวมาถึงเกาะเขาจะแนะนำเกาะ ข้อปฏิบัติเมื่อออกไปดำน้ำ ปัจจุบันเราก็ยังสามารถเห็นฉลามเมื่อดำน้ำที่โคโคส เพราะเขามีข้อบังคับว่าไม่ให้เรือดำน้ำเข้ามาใกล้เกิน 35 ไมล์ ทำให้ธรรมชาติของเขาสมบูรณ์มาก แต่สิมิลันยังมีเรือประมงเข้ามาหาปลาใกล้ๆ แหล่งธรรมชาติอยู่เลย และมีเป็นจำนวนมาก เพราะเจ้าหน้าที่ต้องไปคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว เมื่อเทียบกับเอเชียด้วยกันอย่างมาเลเซียซึ่งเขามองการณ์ไกลกว่าเรา เขามีเกาะสิปาดันซึ่งโด่งดังระดับโลกก่อนสิมิลัน 30 ปี เมื่อก่อนสิปาดันคือเกาะเล็กๆ เท่าพื้นที่ท้องสนามหลวงที่มี 11 รีสอร์ตตั้งอยู่บนเกาะ จนกระทั่งเมื่อปี 2006 รัฐบาลของเขาย้ายรีสอร์ตออกไปเพื่อการจัดการการท่องเที่ยวแบบใหม่ เพื่ออนุรักษ์ไม่ให้คนไปรบกวนการวางไข่ของเต่า มีการจำกัดนักท่องเที่ยวที่จะไปเยือนสิปาดัน อย่างทริป 4 วันจะได้ดำน้ำเพียง 1 วัน ซึ่งเป็น 1 วันของการดำน้ำที่คุ้มค่ามาก เพราะธรรมชาติใต้ท้องทะเลสวยงาม ผ่านไปไม่กี่ปีสภาพทางธรรมชาติของสิปาดันกลับมางดงามใกล้เคียงของเก่า”

นัทแนะว่า เราจะทำการท่องเที่ยวให้ยั่งยืนได้ เราต้องจำกัดคนให้สมดุลกับพื้นที่ แต่เมืองไทยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเกินไป เรากลับมีหลักว่าทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวพอใจมากที่สุด โดยไม่คำนึงถึงกฎระเบียบในการไปเยือนธรรมชาติ

“ จริงๆ ท้องทะเลไทยมีฉลามและวาฬ เมื่อนักดำน้ำไปเจอก็สื่อสารถึงกันสักพักเรือเป็นร้อยๆ ลำพุ่งตรงมาจุดเดียวกัน เพราะเราไม่สามารถควบคุมได้ แต่ต่างประเทศเขามีการวางแผนการดำน้ำให้เหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ ”

ท่องเที่ยวอย่างให้เกียรติธรรมชาติ : สาเหตุของการมาดำน้ำมาชมความงามตามธรรมชาติใต้ทะเลก็คือ การเห็นความงามใต้ท้องทะเล แต่หากคนบนฝั่งเดินกันเหมือนตลาดนัดก็ไม่ได้ เพราะนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ก็ต้องการความเงียบสงบ ไม่อยากเจอผู้คนมากมาย ดังนั้นเขาจึงอยากฝากบอกนักดำน้ำว่า ทุกคนรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำเมื่อเราก้าวไปอยู่ในโลกใต้ทะเล ใต้ทะเลเป็นโลกของสัตว์ เมื่อเราไปเยือนบ้านของเขาแล้ว เราควรให้เกียรติเขาเสมอ และทำตัวเป็นแขกที่ดี

“ความสุขของการได้อยู่ใต้ทะเลคือ ความสงบเงียบ เหมือนเราตัดทุกอย่างออกไป จริงๆ ความงามใต้ทะเลผมมองว่ามันคือเปลือกนอก แต่มองลึกลงไปทะเลคือต้นกำเนิดของชีวิตที่หลากหลาย เมื่ออยู่ใต้ทะเลเรามีเพื่อนเป็นวาฬ โลมา อย่างวาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เมื่อเราได้ว่ายน้ำกับวาฬสักครั้งหนึ่งในชีวิต เราก็จะได้คำตอบว่า ทำไมเราไม่ควรจับปลาเหล่านี้มาอยู่ในสวนน้ำ เพราะเขามีครอบครัว มีพี่มีน้องในท้องทะเล เราควรปล่อยให้เขาอยู่อย่างอิสระ”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท