posttoday
Seoul 2สีสัน...วันวาน

Seoul 2สีสัน...วันวาน

16 มีนาคม 2553

แม้กรุงโซลจะเป็นเมืองหลวงที่นับได้ว่ามีอัตราความเจริญสูงเป็นลำดับต้นๆของโลก แต่ผู้คนยังคงสืบทอดและรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมเอาไว้

แม้กรุงโซลจะเป็นเมืองหลวงที่นับได้ว่ามีอัตราความเจริญสูงเป็นลำดับต้นๆของโลก แต่ผู้คนยังคงสืบทอดและรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมเอาไว้

โดย...ปวีณา สิงห์บูรณา

การเดินทางเพื่อสำรวจสิ่งต่างๆ ในกรุงโซล เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ ยังมีเรื่องที่ชวนให้ค้นหาคำตอบอีกไม่น้อย เรื่องราวที่เกี่ยวกับความเจริญด้านต่างๆ อุตสาหกรรมด้านความบันเทิง สถานที่ช็อปปิ้งจับจ่ายใช้สอยในกรุงโซลที่ดูแล้วไม่เป็นสองรองใครในโลก สิ่งเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและความเจริญของโลก แต่ขณะเดียวกันก็อาจหล่อหลอมมาจากรากวัฒนธรรมอันเข้มแข็งของคนเกาหลีด้วยเช่นกัน

ถึงแม้ว่ากรุงโซลจะเป็นเมืองหลวงที่นับได้ว่ามีอัตราความเจริญสูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก แต่สำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ พวกเขายังคงสืบทอดและรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมของความเป็นเกาหลีเอาไว้อย่างเหนียวแน่น และสถานที่สำคัญที่จะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของกรุงโซลได้เป็นอย่างดีคงไม่มีที่ไหนเกินกว่า Seoul Museum of History ซึ่งมีการจำลองกรุงโซลทั้งเมืองมาให้เห็น และเก็บรายละเอียดของกรุงโซลในปัจจุบันไว้อย่างที่เรียกว่าแทบจะครบถ้วน นอกจากนั้นแล้ว ที่นี่ยังจัดแสดงหลักฐาน เอกสารทางประวัติศาสตร์ สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ รวมไปถึงวัฒนธรรมการแต่งกาย และความเป็นอยู่ของชาวเกาหลีในสมัยโบราณไว้อีกด้วย

Seoul 2สีสัน...วันวาน

คำว่า โซล ในภาษาเกาหลีนั้น หมายถึง เมืองหลวง คนเกาหลีจะออกเสียงว่า โซอุล และกรุงโซลแต่เดิมนั้นมีชื่อว่า ฮันยาง เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโชซอนโบราณ มีอายุกว่า 600 ปี ส่วนกรุงโซลในปัจจุบันนั้นเป็นเขตการปกครองพิเศษ และได้รับการสถาปนาเป็นเมืองหลวงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491 มีสัญลักษณ์ของกรุงโซลที่เรียกกันว่า Heachi

สถานที่อีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชวังโบราณที่เก็บรักษาประวัติศาสตร์ของประเทศเกาหลีเอาไว้ นั่นคือพระราชวัง Gyeongbokgung ซึ่งเป็นพระราชวังหลวงของอาณาจักรโชซอนโบราณ เคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในอดีต และจัดว่าเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาพระราชวังทั้ง 5 ของอาณาจักรโชซอน จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “The Palace of Palace” โดยพระราชวัง Gyeongbokgung นับว่ามีความสวยงามตามแบบสถาปัตยกรรมเกาหลี และยังคงความสมบูรณ์จากการได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี แม้ว่าครั้งหนึ่งในอดีตจะเคยเกิดไฟไหม้ในช่วงที่เกาหลีทำสงครามกับญี่ปุ่นก็ตามที

นอกจากความกว้างใหญ่ของอาณาบริเวณแล้ว ที่พระราชวัง Gyeongbokgung แห่งนี้ยังเก็บรักษาเอกลักษณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของเกาหลีเอาไว้ด้วย นั่นคือชุดประจำชาติของสตรีเกาหลี หรือที่เรียกกันว่า Hanbok โดยมีการเก็บรักษา Hanbok ในหลายยุคสมัย หลากหลายสีสัน รูปแบบที่แตกต่างกันตามความนิยม หากแต่เป็นชุดที่ทำจากวัสดุอย่างเดียวกัน และล้วนแล้วแต่เป็นงาน Handmade ทั้งสิ้น Hanbok ทั้งหมดถูกนำมาจัดแสดงบอกเล่าเรื่องราวรวมกันไว้ที่นี่ ซึ่งในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระราชินีแห่งอาณาจักรโชซอน

Seoul 2สีสัน...วันวาน

ในช่วงประมาณปี 1930 Hanbok ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับสตรีชาวเกาหลี และปัจจุบันก็ยังใช้สวมใส่ในงานสำคัญต่างๆ Hanbok ที่จัดแสดงไว้นี้ แสดงให้เห็นถึงความประณีต งดงาม และฝีมือช่างของเกาหลี บางชุดก็เป็นของบุคคลสำคัญ เช่น Hanbok ของภริยาประธานาธิบดีแห่งเกาหลีใต้

ไม่เพียงแต่พระราชวังโบราณและชุดประจำชาติของเกาหลีเท่านั้น ที่ได้รับการเก็บรักษาและสืบทอดมาจนถึงชาวเกาหลีในปัจจุบัน หากแต่ชาวเกาหลียังมีเอกลักษณ์ในเรื่องอาหารการกินที่ว่ากันว่า ถ้าไม่ได้ชิมอาหารบางชนิดแล้ว ถือว่ามาไม่ถึงเกาหลี นั่นคือ “กิมจิ” อาหารซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วโลกว่าเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติของชาวเกาหลี มีกรรมวิธีและเครื่องปรุงที่ซับซ้อน และขณะเดียวกันก็มีรสชาติที่บ่งบอกความเป็นเกาหลีอีกด้วย

ที่กรุงโซลนั้นมีสถานที่ซึ่งจัดแสดงและสาธิตเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีของเกาหลีดั้งเดิม เรียกกันว่า “Korea House” ซึ่งมีทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับธรรมเนียมการแต่งงาน การแสดง และเรื่องของอาหารการกิน โดยเฉพาะเรื่องของกรรมวิธีในการทำกิมจิ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่นี่จะได้สัมผัสประสบการณ์ในการทำกิมจิด้วยตนเอง โดยกิมจินั้นมีต้นกำเนิดจากการถนอมอาหาร ด้วยการหมักผักด้วยเกลือเพื่อที่จะเก็บไว้กินในช่วงฤดูหนาว และต่อมาก็พัฒนามาเป็นการทำกิมจิ ซึ่งสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน และมีสูตรกิมจิเกือบ 200 ชนิด แตกต่างกันไปตามท้องถิ่น โดยส่วนใหญ่ส่วนผสมของกิมจิก็จะประกอบไปด้วย ผักกาดขาว หัวผักกาดขาว กระเทียม พริกแดง หัวหอมใหญ่ ปลาหมึก กุ้ง ขิง เกลือ และน้ำตาล บางครั้งก็อาจจะมีผักอย่างอื่นเพิ่มเข้าไปอีก โดยเครื่องปรุงต่างๆ จะถูกคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน แล้วนำไปหมักกับหัวผักกาดขาว เก็บไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะนำมารับประทาน และสำหรับชาวเกาหลีแล้ว อาหารทุกมื้อแทบจะขาดกิมจิไม่ได้เลยทีเดียว

นอกจากกิมจิ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาวเกาหลีแล้ว ยังมีการแสดงอย่างหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมของคนเกาหลีและตระเวนแสดงมาแล้วรอบโลก รู้จักกันในชื่อ Nanta ซึ่งเป็นการแสดงที่ต้องเรียกว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเกาหลี โดยเมื่อเดือน ต.ค. ปี 2540 Nanta เปิดการแสดงเป็นครั้งแรกภายในประเทศเกาหลี และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากชาวเกาหลี หลังจากนั้น Nanta ได้ไปเปิดการแสดงในต่างประเทศครั้งแรกเมื่อปี 2544 ที่งาน Edinburgh Fringe Festival และได้รับรางวัลการแสดงยอดเยี่ยม จากนั้นก็ไปแสดงในอีกหลายประเทศทั่วโลก จนกระทั่งในปี 2548 Nanta ก็ได้รับการคัดเลือกให้เปิดการแสดงประจำที่เวทีบรอดเวย์ ในนิวยอร์ก นับเป็นครั้งแรกของการแสดงจากเอเชีย

Seoul 2สีสัน...วันวาน

ลักษณะการแสดงของ Nanta นั้น เป็นการแสดงที่ไม่ใช้คำพูด แต่ใช้ภาษาท่าทางผสมผสานไปกับจังหวะเพลงดั้งเดิมของเกาหลี ที่เรียกกันว่า Samulnori เรื่องราวที่แสดงจะเกี่ยวกับการเตรียมอาหารในวันแต่งงานให้เสร็จทันเวลา โดยมีนักแสดงทั้ง 5 คน ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้จัดการร้านอารมณ์ร้าย กับอีกสองพ่อครัวหัวเห็ด พร้อมด้วยแม่ครัวสุดเซ็กซี่ และหลานชายที่แสนจะไม่เอาไหนของผู้จัดการร้าน โดยมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงก็คือบรรดาเครื่องใช้ในครัวทั้งหลาย เสียงเคาะจังหวะ และท่าทางที่เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชม คือเสน่ห์ที่ทำให้ทุกวันนี้ Nanta เป็นการแสดงที่โด่งดังไปทั่วโลก

สีสันของกรุงโซลยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ความน่าประทับใจในเมืองหลวงที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางรากวัฒนธรรมอันเข้มแข็งที่ยังคงอยู่ในวิถีชีวิต ทำให้กรุงโซลเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ชวนให้ไปสัมผัสเอกลักษณ์ของความเป็นเกาหลี ร่วมเดินทางไปพร้อมกันในรายการ โลก 360 องศา วันเสาร์ 21.30-22.00 น. ทาง ททบ.5

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท