
ณีนา...เกิดมาเพื่อสร้างประวัติศาสตร์?
หลังจาก “ปูไข่” พงศ์สิรี บรรลือวงศ์ สร้างประวัติศาสตร์ร่วมสังเวียนโอลิมปิกเป็นคนแรกที่เอเธนส์ 2004 อีก 8 ปีให้หลัง จ๊อกกี้ไทยได้กลับมาอีกครั้ง
หลังจาก “ปูไข่” พงศ์สิรี บรรลือวงศ์ สร้างประวัติศาสตร์ร่วมสังเวียนโอลิมปิกเป็นคนแรกที่เอเธนส์ 2004 อีก 8 ปีให้หลัง จ๊อกกี้ไทยได้กลับมาอีกครั้ง
“ณีนา” รุจิราภรณ์ ลิเกิ้น ล่ำซำ จ๊อกกี้สาวลูกครึ่งไทยอเมริกัน ไม่เพียงเป็นนักขี่ม้าอีเวนติงหญิงคนแรกในเอเชียที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกประเภทบุคคล แต่มีความหวังลุ้นเหรียญแรกให้ขี่ม้าไทย
แม้จะมีอายุครบ 21 ปีในเดือน ต.ค. แต่เธอใช้เวลาเพียง 5 ปี จากการติดทีมชาติไทยครั้งแรกในซีเกมส์ 2007 ก้าวสู่ระดับโลก หลังคว้าเหรียญเงินประเภททีมในเอเชียนเกมส์ 2010 โดยทำคะแนนสูงสุดในทีม และมีคะแนนนำเป็นอันดับ 1 ของเอเชียในการเก็บคะแนนสะสมกว่า 100 สนามทั่วโลกตั้งแต่ต้นปี 2011 ถึง 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เธอได้โควตาโอลิมปิกอัตโนมัติ และก้าวสู่อันดับท็อป 50 ของโลก
เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังคว้ารางวัลดาวรุ่งแห่งปี “FEI HSBC Rising Star Award” ประจำปี 2011 จากสหพันธ์ขี่ม้านานาชาติ (FEI) โดยคัดเลือกจากนักกีฬาเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปีทั่วโลก ที่มีผลงานโดดเด่นในเวทีการแข่งขันขี่ม้าทุกประเภท
“ความสำเร็จทำให้ณีนามีความเชื่อและมั่นใจในตัวเองมากขึ้น แม้จะมีหวั่นใจว่าจะทำได้ดีเท่าที่ฝึกซ้อมไว้หรือไม่ เพราะเป็นการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุด” ณีนา กล่าว
การได้เข้าร่วมโอลิมปิกเกมส์ ถือเป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่อายุ 10 ขวบของเธอ และเมื่อฝันเป็นจริง แม้จะเป็นครั้งแรกก็ตาม เธอก็ไม่ยอมปล่อยให้โอกาสหลุดลอย
นับจากผ่านควอลิฟาย ณีนาฝึกซ้อมกับม้าทั้งหมด 4 ตัว ก่อนคัดเลือกม้าที่ดีที่สุด คือ “บัทส์ ลีออน” ร่วมแข่งขัน
เพราะกีฬาขี่ม้า ความสามารถของจ๊อกกี้อย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมี “ม้า” ที่ดี และรวมกันเป็นหนึ่งด้วย
บัทส์ ลีออน ไม่เพียงเป็นม้าชั้นดี แต่ยังมีดีกรีถึงเหรียญทองโอลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่งกับทีมเยอรมนีมาแล้ว
“ตอนนี้ทั้งคู่รู้ใจกันดีแล้ว ณีนาสภาพจิตใจดีมาก มีกำลังใจที่ดี พร้อมจะสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย” สมรจิตต์ กล่าวแทนลูกสาวที่กำลังทุ่มเทฝึกซ้อม
หากทำผลงานวันแรก ประเภทศิลปะการบังคับม้า ซึ่งเจ้าตัวถนัดติด 1 ใน 20 อันดับแรก ประเภทครอสคันทรีและกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางใน 2 วันสุดท้าย ก็มีโอกาสได้สัมผัสเหรียญไม่น้อย
ไม่แน่...ณีนาอาจจะได้เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการขี่ม้าไทยอีกครั้ง
นอกจากนี้ ยังเหลือนักกีฬาไทยอีก 4 คน ในกีฬากรีฑา จักรยาน และเทเบิลเทนนิส โดยกรีฑาได้โควตา 2 คน คือ วนิดา บุญวรรณ์ ประเภทกระโดดสูงหญิง และ ศุภนร ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา ประเภทกระโดดไกลชาย
อย่างไรก็ตาม ผลงานนักกรีฑาไทยในระดับโอลิมปิกที่ผ่านมาถือว่าไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะนอกจากข้อเสียเปรียบเรื่องโครงสร้างร่างกายแล้ว ต่างชาติพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักกีฬาไทยยังตามหลังอยู่เสมอจึงหวังแค่เข้ารอบชิงชนะเลิศหรือ 12 คนสุดท้าย แต่ในฐานะนักกีฬายืนยันจะพยายามสุดความสามารถแน่นอน
“ตอนนี้สภาพร่างกายของเราทั้งคู่พร้อม 100 % จะพยายามเข้ารอบชิงชนะเลิศให้ได้” ตีโต้และวนิดา กล่าว
ด้าน จุฑาธิป มณีพันธุ์ เป็นตัวแทนนักปั่นไทยหนึ่งเดียวเข้าร่วมแข่งขันในประเภทถนนอินไลน์เรซ และแม้เป้าหมายลุ้นเหรียญจะเป็นเรื่องยาก เพราะต้องดวลกับนักกีฬาดีๆ ทั่วโลก แต่เจ้าตัวบอกว่าจะทำให้ดีที่สุด เพราะนี่อาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในชีวิต
ที่สำคัญไม่ใช่แค่ความฝันของเธอ แต่เป็นความฝันของแม่ด้วย
“โอลิมปิกคือที่สุดของชีวิตนักกีฬา ถือว่าได้ทำให้ความฝันของคนสองคนเป็นจริงแล้ว อีกคนคือแม่ที่ให้กำลังใจบีชมาตลอด” จุฑาธิป กล่าว
ปิดท้ายด้วย นันทนา คำวงศ์ นักตบลูกเด้งมือ 1 ของโลก ที่คว้าสิทธิไปแข่งโอลิมปิกเป็นสมัยที่ 4
แม้ที่ผ่านมาไม่เคยประสบความสำเร็จในการคว้าเหรียญรางวัลเลย แต่การผ่านคัดเลือกครั้งนี้ก็ถือว่าโหดกว่าทุกครั้งที่ผ่าน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังหวังสร้างผลงานที่ดีกว่าครั้งที่แล้ว ซึ่งผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย
“ทุกคนที่ไปต้องอยากได้เหรียญกันอยู่แล้ว แต่มันยากมาก และแป๋วจะทำให้ดีที่สุดอยู่แล้ว”







