
วิธีล้างพิษทางอารมณ์
จากหนังสือ “สร้างปาฏิหาริย์ให้ชีวิต” ต้องล้างพิษทางอารมณ์ เขียนโดย ล้วนชาย ว่องวานิช นักธุรกิจพันล้าน ทายาทรุ่นที่ 4 ของห้างขายยาอังกฤษตรางู ผู้ผ่านประสบการณ์รอดตายจากโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคตับอักเสบเฉียบพลัน และเคยประสบปัญหาทางธุรกิจนับพันล้านบาท
จากหนังสือ “สร้างปาฏิหาริย์ให้ชีวิต” ต้องล้างพิษทางอารมณ์ เขียนโดย ล้วนชาย ว่องวานิช นักธุรกิจพันล้าน ทายาทรุ่นที่ 4 ของห้างขายยาอังกฤษตรางู ผู้ผ่านประสบการณ์รอดตายจากโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคตับอักเสบเฉียบพลัน และเคยประสบปัญหาทางธุรกิจนับพันล้านบาท
พร้อมแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้ช่วยไขความกระจ่างเพิ่มเติมด้วยการอธิบายความคิดเห็นส่วนตนใจในแง่มุมวิทยาศาสตร์ ด้วยมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์แก่ผู้กำลังประสบอารมณ์ด้านลบส่งผลร้ายต่อชีวิตอย่างสาหัส
ผู้เขียนตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราวจากประสบการณ์ชีวิตจริงออกมาเป็นหนังสือ “สร้างปาฏิหาริย์ให้ชีวิต”
ก่อนจะนำเข้าสู่ขั้นตอนการล้างพิษทางอารมณ์ ผู้เขียน ล้วนชาย ว่องวานิช มีคำแนะนำในการเตรียมตัวเตรียมใจก่อนการปฏิบัติ คือ
1.วางวิธีการเดิมต่างๆ ที่เคยรู้จักไว้ก่อน ให้ทำตัวเหมือนกับว่าเราเรียน ก ข ค หรือทำตัวเป็นแก้วที่ว่างเปล่า วิธีการนี้ต้องลงมือฝึกอย่างเดียว เพราะต่อให้คนที่เคยผ่านกระบวนการ 100 คนมาเรียงแถวแล้วอธิบายให้คุณฟัง ว่ารู้สึกอย่างนั่น อย่างนี้ คุณก็ไม่สามารถเข้าใจได้ ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองเท่านั้น
2.ต้องไม่ขี้สงสัย เวลาสงสัยต้องแก้ด้วยความเชื่อมั่นว่าเราสามารถทำได้ คนอื่นเขาก็ลองทำกันมาแล้ว เขายังทำได้ เราก็ต้องทำได้เช่นกัน
3.ต้องไม่ขี้กลัว ต้องแก้ไขปัญหาด้วยความใจเด็ด เพราะในช่วงที่แรงหมุนกลายเป็นพลังหมุนนั้น จะทำให้เกิดกระแสลมปราณชักนำพลังลมปราณเข้าสู่ร่างกายของเรา และในช่วงนี้เองที่แรงเหวี่ยงเร็วและแรงขึ้นจนเกิดภาวะที่เรียกว่า หัวใจสูบฉีดเลือด (Blood Pressure) ถ้าเกิดอาการกลัวขึ้นตอนนี้ คุณจะไม่สามารถเข้าสู่จิตสำนักของคุณได้ ทุกอย่างอาจหยุดชะงักลงหรือช้าได้ในทันที และต้องมาเริ่มกันใหม่อีกครั้ง
4.ต้องไม่ขี้เกียจ ต้องแก้ด้วยการ “ตื๊อ” ไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ต้องแพ้ลูกตื๊อ ในที่สุดเราก็จะสามารถผ่านขั้นตอนเหล่านี้ไปได้
อย่างไรก็ตาม ในขณะฝึกปฏิบัติอยู่นั้น อาจมีอุปสรรคอยู่ 2 ทาง คือ
1.ทางร่างกาย จุดใดคือจุดบกพร่องหรือปัญหาที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราเป็นประจำ เช่น อาการเจ็บปวดเกิดขึ้นในขณะที่ฝึก เราต้องไม่สนใจกับอาการเหล่านั้น ต้องนำความรู้สึกไปร่วมกับแรงหมุนเพียงอย่างเดียว จนกลายเป็นพลังหมุนให้ได้อย่างต่อเนื่อง เราก็จะสามารถผ่านขั้นตอนนี้ไปได้
2.ทางความคิด จุดนี้เป็นอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ของผู้ที่ชอบคิด เพราะโดยธรรมชาติแล้วความคิดของเขาไม่เคยหยุดนิ่งเลย ถ้าให้เปรียบเทียบความคิดของคนเราก็เหมือนกับโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าดีๆ นี่เอง จะทำอย่างไรไม่ให้เราตกเป็นทาสของความคิดในช่วงนี้ ก็ให้ทำเหมือนในข้อ 1 คือไม่ต้องไปสนใจกับความคิดว่าคิดอย่างไร อย่าไปคิดร่วมกับเขา ให้พยายามนำความรู้สึกไปร่วมกับพลังหมุนเพียงอย่างเดียวอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นแรงเหวี่ยงที่เร็วและแรงขึ้น จนทำลายสนามแม่เหล็กโลกได้ จิตหรือความรู้สึกก็จะสามารถหาความสมดุลได้อย่างธรรมชาติ และก็จะปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึกออกมาโดยอัตโนมัติ โดยไม่ผ่านกระบวนการคิดแต่อย่างใด
ขั้นตอนในการล้างพิษทางอารมณ์
เมื่อเตรียมตัวเตรียมใจพร้อมแล้ว เราก็มาเริ่มสู่ขั้นตอนการล้างพิษทางอารมณ์ ซึ่งนอกจากจะมีตัวเราเป็นผู้ฝึกแล้ว ก็ยังมีเสียงดนตรีเป็นตัวช่วยอีกด้วย
อย่างที่เราทราบกันดีว่า “ดนตรี” คือลักษณะเสียงที่ได้รับการจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากมาย เช่น เพื่อความสุนทรี เพื่อการศึกษา และเพื่อการบำบัด
เราพบว่าในการบำบัดทางอารมณ์มีหลายองค์ประกอบที่จำเป็น ทุกสิ่งมีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงต่อการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ เสียงดนตรีคือเครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งในการทำให้จิตใจเกิดความสมดุล
ในการใช้เสียงดนตรีควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวร่างกายนั้น เมื่อร่างกายเคลื่อนไหวในอัตราเร็วเท่ากับจังหวะเพลงนั้น จะทำให้การเต้นของหัวใจมีความเร็วใกล้เคียงหรือเท่ากับจังหวะเพลงนั้นๆ สามารถบำบัดโรคได้หลายอย่าง และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของอัตราการหายใจ อัตราการเต้นของชีพจร ความดัน การตอบสนองของม่านตา การตึงตัวของกล้ามเนื้อ การไหลเวียนของเลือดและความดันโลหิต นอกจากนี้เมื่อเราเคลื่อนไหวร่างกายควบคู่กับเสียงดนตรีจะทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนเดอร์ฟิน ทำให้เกิดความสุข และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค
อย่างไรก็ตาม สำหรับการล้างพิษทางอารมณ์อาจไม่จำเป็นต้องใช้เสียงดนตรีมาร่วมด้วยก็ได้ แต่ถ้ามีเสียงดนตรีก็จะ “ดีกว่า” เพราะความถี่ที่เหมาะสมของเสียงดนตรีจะทำให้คลื่นสมองเกิดความสงบ สำหรับการใช้เสียงดนตรีในการล้างพิษทางอารมณ์นี้ เราไม่ได้ให้ฟังเนื้อหาสาระหรือตัวโน้ตของเพลง แต่ให้จับคลื่นของดนตรีที่เข้ามากระทบประสาทสัมผัสเพื่อกระทบกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คลื่นของสมองก็จะค่อยๆ ลดระดับลงเอง และถ้าเป็นไปได้ สำหรับครั้งแรกควรมีผู้ชำนาญช่วยในการดูแลแนะนำข้อปฏิบัติและตอบข้อสงสัยติดขัด เพื่อให้การล้างพิษประสบความสำเร็จ
หัวใจของการล้างพิษทางอารมณ์ ความคิดเห็นของคุณหมอวิโรจน์
หลักการของการล้างพิษทางอารมณ์คือ “การล้างท่อ” หมายถึงล้างสิ่งที่คั่งค้างและหมักหมมที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก ประกอบด้วยการนำจิตสำนึกเข้าสู่ภวังค์การเชื่อมต่อระหว่างจิตสำนึกกับจิตใต้สำนึก การหมุนเหวี่ยงเพื่อให้เกิดพลังชีวิต (พลังชี่ พลังลมปราณ) จะขุดเอาสิ่งคั่งค้างในจิตใต้สำนึกออกมา เมื่อระบายออกมาแล้วจิตสำนึกก็จะรู้สึกโปร่ง โล่งสบาย สดใส กระปรี้กระเปร่า มีพลังชีวิตเพิ่มมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น
นอกจากนี้ จากหลักการรักษาของแพทย์แผนจีน มีวิธีการขับพิษออกจากร่างกายอยู่ 8 วิธี ซึ่งกระบวนการล้างพิษทางอารมณ์คือนั้นตรงกับหลักการที่ว่านี้ คือ
1.การทำให้เหงื่อออก
2.การทำให้อาเจียน
3.การทำให้ถ่าย
4.การทำให้สลาย
5.การทำให้ร้อน
6.การบำรุง
7.การปรับในนอกให้สมดุล
8.การขับร้อน
ยิ่งฝึกล้างพิษทางอารมณ์บ่อยๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราก็จะสัมผัสได้ถึงการปลดปล่อยของตะกอนอารมณ์ที่สะสมอยู่ในใจ ซึ่งจะแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ การปลดปล่อยเช่นนี้เป็นสิ่งที่ดี เพราะจะส่งผลต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ และจิตวิญญาณของเราอย่างเด่นชัด







