posttoday
ระวังเชื้อราในหน้าฝน

ระวังเชื้อราในหน้าฝน

22 กรกฎาคม 2555

หน้าฝนมาเยือนนอกจากโรคภัยไข้เจ็บอย่างไข้หวัดเล็ก ไข้หวัดใหญ่ ไหนจะโรคระบาดอื่นๆ อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ คือโรคมือ เท้า ปากในเด็ก

โดย...กันย์

หน้าฝนมาเยือนนอกจากโรคภัยไข้เจ็บอย่างไข้หวัดเล็ก ไข้หวัดใหญ่ ไหนจะโรคระบาดอื่นๆ อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ คือโรคมือ เท้า ปากในเด็ก และโรคที่เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีโรคที่มากับหน้าฝนก็ คือพวกเชื้อราต่างๆ ทั้งที่เกิดกับคน และอาจจะปรากฏอยู่ในมุมอับต่างๆ ของบ้านเราอีกด้วย

เชื้อรา รอยจุดสีด่างดำที่กระจายแพร่ไปทั่วทั้งผนังบ้านทั้งภายนอกและภายใน หรือที่อยู่บนเฟอนิเจอร์ นอกจากจะสร้างทัศนยภาพที่ไม่ดีเป็นพิษกับสายตาและเป็นภัยต่อสุขภาพแล้ว ยังมีอันตรายต่อสุขภาพอย่างมากอีกด้วย หลายบ้านเลือกที่จะมองข้ามไป เพราะคิดว่าการกำจัดเชื้อราเป็นเรื่องยาก บ้างก็ถอดใจที่จะกำจัดแล้ว เพราะทำอย่างไรเชื้อราก็กลับมาอยู่ที่เดิม กำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียที เล่นซ่อนแอบกันอยู่นั่น จนทำให้ปวดหัว

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กลุ่มของเชื้อรามักมีรอยจุด สีต่างๆ เช่น สีดำ สีน้ำตาล สีเขียว สีแดง สีเหลือง สีขาว เป็นดวง และมีกลิ่นเหม็นอับ หรือเหม็นคล้ายกลิ่นดิน เชื้อรามักจะเจริญเติบโตซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ ภายในบ้าน เช่น ฝ้าเพดาน ผนังใต้พื้น ใต้พรม วอลเปเปอร์ ตู้เสื้อผ้า ฟูก หมอน เครื่องหนัง เป็นต้น เมื่อทำความสะอาดบ้านเรือนของตนเองก็อาจจะสูดหายใจสปอร์ของเชื้อราที่ปลิวอยู่ในอากาศภายในบ้านเข้าไป ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น เกิดโรคภูมิแพ้ มีไข้ จาม น้ำมูกไหล โรคปอดอักเสบจากภูมิแพ้ โรคหอบหืด ก่อให้เกิดระคายเคืองต่อตา จมูก หลอดลม ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน และอาการแพ้เป็นผื่นลมพิษ

ระวังเชื้อราในหน้าฝน

 

ดังนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีข้อแนะนำในการกำจัดเชื้อรา ง่ายๆ 5 ขั้นตอน มาฝาก

1.ป้องกันตนเอง ควรสวมรองเท้าบู๊ตยาง สวมถุงมือยาง เพื่อป้องกันเชื้อราสัมผัสผิวหนังโดยตรง ใส่แว่นตาป้องกันเชื้อกระเด็นเข้าตา และใส่ผ้าปิดปากปิดจมูกป้องกันการหายใจเอาสปอร์เชื้อราและไอระเหยสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย

2.การระบายอากาศ ในระหว่างทำความสะอาดควรเปิดประตู หน้าต่าง ม่าน เพื่อให้อากาศถ่ายเทและให้มีแสงแดดส่องถึง ที่สำคัญไม่ควรเปิดแอร์และพัดลมในระหว่างการทำความสะอาด เพราะจะทำให้สปอร์ของเชื้อราฟุ้งกระจายได้

3.การทำความสะอาด ให้ล้างเฟอนิเจอร์ด้วยน้ำและสบู่เพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกก่อน หลังจากนั้น ให้ล้างด้วยน้ำยาโซเดียมไฮโปคลอไรด์ หรือผงปูนคลอรีน 0.5 เปอร์เซ็นต์ หรือใช้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปน้ำยาซักผ้าขาวที่มีส่วนผสมของโซเดียมไฮโปคลอไรด์ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ที่ซูเปอร์มาเก็ตทั่วไป นำมาผสมกับน้ำในอัตราส่วนน้ำยาซักผ้าขาว 3-5 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 แกลลอน (ประมาณ 3.8 ลิตร) สำหรับเชื้อราที่ขึ้นเป็นจุดๆ บนวอลเปเปอร์และผนัง ให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ล้างแผล 70 เปอร์เซ็นต์ ผสมกับกรดซาลิไซลิกในอัตราส่วน 5 ต่อ 1 แต่หากพบว่ามีเชื้อราเป็นจำนวนมาก ควรเปลี่ยนวอลเปเปอร์และผนังใหม่ ส่วนเชื้อราบนเครื่องหนังให้ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดถูหลายๆ ครั้ง เมื่อเครื่องหนังแห้งแล้วให้เช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดอีกครั้ง และใช้ครีมเช็ดรองเท้าเช็ดถูปิดท้าย หลังจากการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เสร็จแล้ว ให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราเช็ดหรือพ่นบริเวณที่มีเชื้อราเจริญ ต่อเนื่องทุกวันจนเชื้อราหายไป จากนั้นเว้นระยะเช็ด หรือพ่นเป็นสัปดาห์ละครั้งเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อราเจริญเติบโตอีก

4.การทำให้แห้ง หลังทำความสะอาดและฆ่าเชื้อราในบ้านเสร็จแล้วให้เปิดพัดลมเป่าในบ้านและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เปิดหน้าต่าง ประตู เพื่อให้อากาศถ่ายเทเอาสปอร์ของเชื้อราออกจากตัวบ้าน จนมั่นใจว่าบ้านและอุปกรณ์ต่างๆ แห้งสนิท

5.ตรวจสอบเชื้อรา หลังจากทำความสะอาดไปแล้ว 2-3 วัน ให้สังเกตว่ามีเชื้อราเจริญเติบโตอีกหรือไม่ ถ้ายังพบว่ามีเชื้อราให้ทำความสะอาดซ้ำ หากมีเชื้อราเกิดขึ้นอีกให้ตรวจสอบระบบระบายอากาศ ระบบแอร์ทั้งหมด และระดับความชื้นภายในบ้านด้วย

หน้าฝนนี้ดูแลบ้านกันให้ดี อย่าให้เชื้อรามากวนใจและเป็นภัยต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยได้นะค้า

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท