
สองมาตรฐาน
ปี 2012 ยุคแห่งความเสมอภาคและเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กีฬาโอลิมปิกที่ทุกชาติส่งนักกีฬา
ปี 2012 ยุคแห่งความเสมอภาคและเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กีฬาโอลิมปิกที่ทุกชาติส่งนักกีฬา
ทั้งชายและหญิงเข้าร่วมการแข่งขัน ด้วยการต้อนรับนักกีฬาหญิงจากซาอุดี อาระเบีย กาตาร์ และบรูไน เป็นครั้งแรก แต่กลับยังมีความไม่เท่าเทียมกันในเพศชายและหญิงให้เห็นในลอนดอนเกมส์
เมื่อสิทธิความเป็นผู้ชายและหญิงถูกแบ่งแยกด้วยชั้นบิซิเนสและชั้นประหยัดบนเที่ยวบินสู่เมืองผู้ดี
ขณะที่ทีมฟุตบอลหญิงของญี่ปุ่น ซึ่งมีดีกรีถึงแชมป์โลกได้บินแค่ชั้นประหยัด ขุนพลนักเตะทีมชายได้รับเอกสิทธิ์มากกว่าในชั้นบิซิเนสในไฟลต์เดียวกัน
ทั้งที่ทีมหญิงมีความหวังในการลุ้นเหรียญทองมากกว่า
สมาคมลูกหนังญี่ปุ่นพยายามออกมาชี้แจงโดยอ้างว่า แข้งชายได้นั่งชั้นบิซิเนสเพราะพวกเขาเป็นนักเตะอาชีพ แต่ก็ยังฟังไม่ขึ้นสำหรับผู้ถูกเลือกปฏิบัติ
“มันไม่ควรเป็นแบบนี้ อย่างน้อยในเรื่องของอายุ เราคือซีเนียร์กว่า” โฮมาเร ซาวะ นักเตะยอดเยี่ยมของโลกปี 2011 กล่าว เนื่องจากฟุตบอลหญิงในโอลิมปิกไม่ได้จำกัดอายุเหมือนในฟุตบอลชาย
กรณีเดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นกับทีมบาสเกตบอลออสเตรเลียเช่นกัน ซึ่งหากว่ากันด้วยความสำเร็จแล้ว ทีมหญิงเหนือกว่ามากจากผลงานคว้าเหรียญเงินใน 3 ครั้งล่าสุด
ขณะที่ทีมชาย ซึ่งจะนำโดย แพ็ตตี มิลส์ พอยต์การ์ดของซาน อันโตนิโอ สเปอร์ส ยังไม่เคยคว้าเหรียญในโอลิมปิกเกมส์เลย
ถึงดาวดังอย่าง ลอเรน แจ็กสัน และลิซ แคมเบจ 2 ผู้เล่นในศึกเอ็นบีเอผู้หญิงอาจจะได้นั่งดีกว่าและเทียบเท่ากับผู้ชาย แต่นั่นเป็นเพราะแจ็กสันเป็นทูตของสินค้าที่มีสายการบินรวมอยู่ด้วย ทำให้เธอได้นั่งชั้นเฟิสต์คลาส ส่วนแคมเบจยอมควักกระเป๋าตัวเองเพื่อนั่งชั้นบิซิเนสคลาส
แม้ สกอตต์ เดอร์วิน ประธานบริหารบาสเกตบอลออสเตรเลีย จะยืนยันว่า นโยบายด้านงบประมาณของแต่ละทีมขึ้นอยู่กับผู้นำของแต่ละทีมตัดสินใจจะนำไปใช้อย่างไร ซึ่งรวมถึงการเดินทาง แต่ข้อเท็จจริงคือ ผู้ชายได้งบประมาณมากกว่า
“หลายปีมานี้ ด้วยเหตุผลหลายอย่างทำให้ผู้ชายได้รับการจัดสรรงบมากกว่า ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถทำแบบนั้นได้ ผู้ชายตัวใหญ่กว่าต้องมีพื้นที่มากกว่า มันน่าเจ็บปวดเล็กน้อย โดยเฉพาะนับตั้งแต่ผู้หญิงประสบความสำเร็จมากกว่ามาก” โรบิน มาเฮอร์ อดีตกัปตันทีมยัดห่วงหญิงออสซี กล่าว
ทั้งนี้ ทัพนักกีฬาอื่นๆ ของออสเตรเลียก็ได้บินชั้นประหยัด แต่บางสมาคมอย่างเช่น ว่ายน้ำ จ่ายเพิ่มเองเพื่ออัพเกรดให้นักกีฬานั่งบิซิเนสคลาส
อย่างไรก็ตาม กระแสวิจารณ์ที่เสียงดังฟังชัดในครั้งนี้ ทำให้ทีมบาสเกตบอลจิงโจ้เผยจะทบทวนนโยบายการเดินทางสำหรับทีมชาติใหม่ หลังเจอกระแสวิจารณ์ค่อนข้างหนัก
“จะมีการทบทวนนโยบายการเดินทางของนักกีฬาโอลิมปิก เพื่อให้เกิดความเสมอภาคระหว่างทีมชายและหญิงในโอลิมปิกครั้งต่อไป”







