
วณิชยา เกียรติดำรงวงค์ หญิงไม่ชอบเที่ยว
สนทนากับคนมามาก ไม่ประหลาดใจเท่ากับเธอคนนี้ เพราะเรื่องเที่ยวเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากทำ แต่ไม่ใช่กับเธอ
โดย...กาญจน์ อายุ
สนทนากับคนมามาก ไม่ประหลาดใจเท่ากับเธอคนนี้ เพราะเรื่องเที่ยวเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากทำ แต่ไม่ใช่กับเธอ “หญิง-วณิชยา เกียรติดำรงวงค์” พูดเสียงหนักแน่นว่า “หญิงไม่ชอบเที่ยว” แถมยังยิ้มมีความสุขกับชีวิตทุกวันนี้ เห็นเธอแล้วอยากจะรู้เสียเหลือเกินว่า อะไรคือเหตุผลหลังรอยยิ้มนั้น
ไม่ชอบเที่ยว
คุณหญิง (ไม่ใช่ตำแหน่ง แต่เธอชื่อหญิง) หน้าที่การงานของเธอคือ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ดูแลสายงานด้านการขาย การตลาดห้องพัก และประชาสัมพันธ์ทั้งหมดของโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ เธอทำงานวันจันทร์ศุกร์ หยุดวันอาทิตย์และวันเสาร์เว้นเสาร์ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเวลาเที่ยว แต่เธอเลือกที่จะทำงาน
“เวลามี แต่อยู่ทำงานเอง อยากทำให้เสร็จ เพราะตอนนี้หญิงดูทั้งพีอาร์ มาร์เก็ตติง และการขาย มันมีอะไรให้คิดอยู่ตลอด เราเป็นคนชอบทำงาน วันหยุดพักร้อนไม่เคยได้ใช้ หยุดอย่างมากแค่ 3 วัน ตอนไปเที่ยวกับครอบครัว เรียกได้ว่าอยู่โรงแรมมากกว่าอยู่ที่อื่น”
ทำงานมากๆ ไม่เหนื่อยบ้างหรือ “มันเหนื่อยแค่ร่างกาย อาจจะปวดขาบ้างเพราะเดินมาก แต่ไม่เหนื่อยใจเรื่องคนหรือสภาพแวดล้อม เพราะเราไม่โพลิทิก (Politic) กับใคร และยังไม่ได้รับรังสีโพลิทิกจากคนอื่น”
เหมือนกับชีวิตเธอมีแต่เรื่องงาน แต่เธอยังจำการเที่ยวครั้งล่าสุดได้ มันเกิดขึ้นเมื่อเดือน เม.ย.ปีนี้ เธอและครอบครัวไปเที่ยวกระบี่ “ส่วนมากแต่ละปีจะไปเที่ยวทั้งครอบครัวหนึ่งครั้งช่วงลูกชายปิดเทอม” ส่วนช่วงอื่นเธอเลือกจะไปเที่ยวทะเลใกล้ๆ อย่างทะเลปราณบุรีหรือชะอำ ไปอยู่เงียบๆ คนเดียว แต่เมื่อถามว่าไปทะเลคนเดียวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เธอเว้นวรรคนานก่อนจะสารภาพ “หญิงไม่ค่อยจำเรื่องเที่ยว”
จะนิยามว่าคุณหญิงเป็นคนบ้างานก็ไม่ได้ เพราะเธอยังให้เวลากับครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และกิจกรรมโยคะ หรือจะนิยามว่าเธอแปลกที่ไม่ชอบเที่ยวก็ไม่ได้อีก เพราะมันไม่ใช่ความแปลก แต่มันคือความชอบส่วนตัว คนอื่นอาจมีความสุขกับการเที่ยว แต่เธอมีความสุขเวลาทำงาน
“ถ้าถามว่าหญิงชาร์จพลังตัวเองยังไง ขอตอบว่าหญิงไม่ต้องชาร์จ เพราะพลังมันไม่ลด แค่อย่าให้มีเรื่องกวนใจ ถ้ามีอะไรทำให้เหนื่อยเราต้องแก้เลย ไม่มีใครได้ดั่งใจเราทุกอย่างหรอก ดังนั้น เราต้องเข้าใจว่าเขาเป็นอย่างไร เราเป็นอย่างไร อย่าคิดว่าการทำงานเป็นเรื่องน่าเบื่อ เพราะทุกงานมีความท้าทายหมด และมีเรื่องใหม่ๆ ให้คิดตลอด”
พีอาร์ไม่ต้องสวย
เป็นคนชอบทำงานขนาดนี้ จึงอดถามเรื่องงานที่เธอทำไม่ได้ เธอคือนักประชาสัมพันธ์หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า “พีอาร์” ที่ต้องทำงานกับนักข่าวอย่างฉัน บางคนกล่าวว่านักข่าวกับพีอาร์ไม่ถูกกัน บ้างก็ว่าทั้งสองฝ่ายต่างหาผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน แต่ถ้าถามฉันในฐานะนักข่าว อยากใช้คำว่า “เราทำงานร่วมกัน” ซึ่งฉันว่าคุณหญิงก็ไม่คิดต่างจากฉันเลย
“เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับนักข่าวทุกหัว ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก เพราะเราไม่เลือกปฏิบัติ งานของเราทั้งสองฝ่ายต้องพึ่งพากัน เพราะเราทำคนเดียวไม่ได้ ซึ่งในอดีตการทำงานจะยากกว่าในสมัยนี้ เพราะสมัยนั้นสื่อมีอยู่แค่ไม่กี่หัว ทำให้สื่อเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ยาก และเราต้องแข่งขันกับเจ้าอื่นมาก แต่สมัยนี้มีทั้งเว็บไซต์และนิตยสารใหม่เกิดขึ้นตลอด มันจึงเกิดความเปลี่ยนแปลงในสถานะของสื่อที่ต้องเข้าหาแหล่งข่าว เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ไวและมากกว่าหัวอื่น เราจึงทำงานกันง่ายและสนุกกว่าเดิม”
แล้วพีอาร์ต้อง “สาวสวย” ไหม ฉันถามตามวลีที่ได้ยินจนชินหู “อะไรแปลว่าสวย หญิงคิดว่าความสวยมันแสดงออกมาผ่านทัศนคติและวิธีการสื่อสาร ดังนั้น พีอาร์ไม่จำเป็นต้องสวย แต่ต้องบุคลิกดีและพูดจาแล้วอยากคุยด้วย”
เธอพูดต่อว่า “พีอาร์บางคนพอเก่งแล้วเริ่มผยอง ทำให้ความน่ารักลดลง ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องทำให้คนรักเราอยู่เรื่อยๆ ถึงจะถูกต้อง”
คุณหญิงยังกล่าวถึงหน้าที่สำคัญของนักประชาสัมพันธ์ ว่าหน้าที่สำคัญคือต้องทำอย่างไรให้มีข่าวของโรงแรมลงสื่ออยู่สม่ำเสมอ “แต่มันจะเกิดขึ้นได้ เราต้องมีเนื้อข่าวที่น่าสนใจ รูปสวย มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อ และไม่เลือกสื่อที่จะส่งข่าว”
ฟังคุณหญิงพูดแล้วเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะหน้าที่ของนักประชาสัมพันธ์ก็คล้ายนักข่าวอยู่ไม่น้อย เพราะเธอต้องเขียนข่าว ถ่ายภาพ และสื่อสารกับมวลชน แต่เธอเขียนข่าวในเรื่องที่เกี่ยวกับโรงแรม และมุ่งไปที่ผลลัพธ์ต่อโรงแรมตามหน้าที่ของเธอ
ขอเกาะกระแส AEC สักนิดว่า โรงแรมที่เธอดูแลจะรองรับนักท่องเที่ยวอาเซียนที่จะมาเป็นลูกค้า หรือมาสมัครเป็นพนักงานโรงแรมในอนาคตอย่างไร “พนักงานของเราสื่อสารภาษาอังกฤษได้อยู่แล้ว” ท่าทีของเธอดูเหมือนว่าไม่ต้องคิดอะไรมาก “ส่วนเรื่องพนักงาน เราไม่จำกัดชาติหรือสถานภาพทางเพศ ไม่ว่าจะชาย หญิง เพศที่สาม ผู้พิการ หรือคนชาติใด ถ้าพวกเขามีทัศนคติที่ดีเราจะให้โอกาส”
ไม่แน่ในปี พ.ศ. 2558 เราอาจเห็นชาวอาเซียนทำงานร่วมกันที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ มันคงเป็นภาพที่น่ารักน่าดูและสยบความกังวลในขณะนี้ว่าชาติอื่นจะมาแย่งงานคนไทย แต่อนาคตอะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าเราไม่อยากให้เขามาแย่งก็ต้องทำตัวให้เก่งตั้งแต่วันนี้
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;







