
เมืองคนเดิน
ก่อนออกเดินทางมาซานฟรานซิสโก หนูดีเพิ่งได้คุยกับพี่ชายคนหนึ่ง เรื่องประโยชน์ของการออกกำลังกาย ว่าประเภทไหนดีกับสุขภาพมากที่สุด ซึ่งพี่ชายก็เล่าถึงเรื่องคุณอาวัยเกษียณที่เป็นกรรมการสมาคมเทควันโดและเล่นเทควันโดทุกวัน แต่สำหรับคุณอาท่านนี้แล้ว กลับบอกว่า “การเดิน” เป็นการออกกำลังที่ดีกับสุขภาพมากที่สุด เพราะแม้เราจะออกกำลังวันละหลายๆ ชั่วโมงก็จริง แต่ร่างกายมนุษย์ได้ถูกออกแบบมาให้ได้รับคุณประโยชน์จาก “การเดิน” ง่ายๆ นี่ล่ะมากที่สุด
ก่อนออกเดินทางมาซานฟรานซิสโก หนูดีเพิ่งได้คุยกับพี่ชายคนหนึ่ง เรื่องประโยชน์ของการออกกำลังกาย ว่าประเภทไหนดีกับสุขภาพมากที่สุด ซึ่งพี่ชายก็เล่าถึงเรื่องคุณอาวัยเกษียณที่เป็นกรรมการสมาคมเทควันโดและเล่นเทควันโดทุกวัน แต่สำหรับคุณอาท่านนี้แล้ว กลับบอกว่า “การเดิน” เป็นการออกกำลังที่ดีกับสุขภาพมากที่สุด เพราะแม้เราจะออกกำลังวันละหลายๆ ชั่วโมงก็จริง แต่ร่างกายมนุษย์ได้ถูกออกแบบมาให้ได้รับคุณประโยชน์จาก “การเดิน” ง่ายๆ นี่ล่ะมากที่สุด
ตัวเขาเองแม้เกษียณแล้วและเล่นเทควันโดทุกวัน แต่ก็บังคับตัวเองให้เดินวันละ 1 หมื่นก้าวอีกด้วย มี “เครื่องวัดจำนวนก้าว” พกไว้กับตัวทุกๆ วัน และคอยเช็กเสมอว่า วันหนึ่งๆ เดินได้ถึง 1 หมื่นก้าวหรือไม่
เมื่อมาถึงซานฟรานซิสโก ในวันแรกๆ หนูดีเอง ยังไม่รู้จักเมือง แม้จะรู้มาก่อนแล้วว่า นี่คือเมืองคนเดินและแผนที่เมืองอ่านง่ายมาก เพราะมันทำงานเป็น “กริด” หรือเป็นผังสี่เหลี่ยมที่กระจายออกจากจุดศูนย์กลาง คล้ายๆ เมืองวอชิงตัน ดี.ซี. ที่หนูดีเคยอาศัยอยู่ หากใครใช้เวลาสัก 10 นาที ศึกษาแผนที่ของเขาแล้ว ก็น่าจะมีความเข้าใจลักษณะของเมืองจนเดินไปทั่วๆ แบบไม่หลงได้ แต่สำหรับหนูดีในสองสามวันแรกก็ยังคงใช้แท็กซี่ไปไหนมาไหนตามประสานักท่องเที่ยวไปก่อน เพราะเพื่อนรักคือ “อัญญ่า” ซึ่งเป็นสาวอเมริกันและเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อายุ 13 ปี เธอมาอยู่ซานฟรานซิสโกได้ 5 ปีแล้วค่ะ และ เธอบอกว่า เดี๋ยวมาสอนเดินเองนะ จะสอนเดินให้ทั่วเมืองเลย พาไป หนูดีก็ตั้งตารอด้วยความตื่นเต้น
เมื่ออัญญ่าเดินทางมาถึงวันแรก ตื่นเช้าขึ้นมาหลังจากนอนพักไปแล้ว เธอก็ลุกขึ้นกระฉับกระเฉง เพื่อนของหนูดีก็ใส่ชุดออกกำลังกาย รองเท้ากีฬามานั่งพร้อม รอให้เราออกไปเดินชมเมืองซานฟรานซิสโกพร้อมๆ กันแล้วค่ะ บ้านของเราอยู่ที่ถนนไพน์ใกล้กับยูเนียนสแควร์ หนูดีบอกเพื่อนว่า วันนี้อยากเดินไปร้านหนังสือใหญ่ๆ แล้วไปนั่งอ่านหนังสือเล่น แต่เพื่อนบอกว่า “ไอเสียใจด้วย ร้านหนังสือโปรดของยู คือ บาร์นส์ แอนด์ โนเบิล ได้เจ๊งออกไปจากซานฟรานฯ เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เหลือแต่ร้านหนังสือเล็กๆ ที่ไม่ใช่เชนเท่านั้น เพราะเจอระบบการขายหนังสือออนไลน์เข้าไป ร้านก็ไม่รอดจริงๆ”
เพื่อนบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวพาไปอีกร้านหนึ่งเล็กๆ อยู่ถนนเชสนัต ในที่สุดก็ได้เวลายกพลขึ้นบกค่ะ เพื่อนถามว่าพร้อมไหม เพราะวันนี้จัดให้เต็มๆ ไม่มีการนั่งแท็กซี่หรือรถบัสทั้งไปทั้งกลับนะจ๊ะ เอาล่ะค่ะ ลุยโลด ก่อนออกจากบ้าน เพื่อนหยิบอุปกรณ์เล็กๆ มาเหน็บที่เอว สรุปว่า อัญญ่าก็มี “เครื่องนับก้าว” เหมือนกัน เธอบอกว่า ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ 5 ปีเต็ม เธอสามารถคงหุ่นสวยเป๊ะ (เธอสูง 175 ขายาวเพรียว ไม่ลงพุง มีกล้ามเนื้อกำลังสวย) ไว้แบบนี้ได้ ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก แต่เธอบังคับตัวเองให้ไปไหนมาไหนทั้งเมืองด้วยการเดินเท่านั้น และกำหนดให้ได้วันละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นก้าวค่ะ โอ้โหอึ้งไปเลย หนูดีมาเจอ “ชมรมหมื่นก้าว” กับเขาอีกคนหนึ่งเข้าให้แล้ว
เมื่อเราออกเดินไปในเมือง เพื่อนหนูดีพาเดินไปถนน Polk เส้นยาว ที่มีร้านอาหารเก๋ๆ ร้านของเก๋ๆ ร้านทำเล็บ สปา ตลาดพื้นบ้าน ฯลฯ เดินไปๆๆๆ เรื่อยๆ จนในที่สุด จากกลางเมืองเราก็เดินมาถึงริมทะเลเข้าแล้ว เดินไปแบบอากาศเย็นๆ แต่มีแดดแรงเลยทีเดียวค่ะ เลี้ยวเลาะไปมา ก็มาถึงถนนเชสนัตที่มีร้านหนังสือ เดินแบบไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไร เพราะลมแรงและเย็นเจี๊ยบ แต่ที่รู้ว่าไกลมากกกกก เพราะวันแรกๆ หนูดีซื้อรถทัวร์แบบมีไกด์ที่วิ่งรอบเมืองในราคา 40 เหรียญสหรัฐ พอมาเดินกับอัญญ่า เธอพาไปเห็นแทบจะเท่ากับรถทัวร์เลยค่ะ โอ้โห เดินกันทั่วถึงมาก
ในเมืองนี้ถนนขึ้นเขาสูงๆ และเลี้ยวไปมาแบบคดเคี้ยวสุดๆ ขนาดอัญญ่าสงสารหนูดีและเลือกเส้นทางที่เป็นถนนเรียบๆ ไม่ต้องไต่เขาสักเท่าไรแล้ว แต่เราเดินกันทั้งวันจริงๆ ได้พักเฉพาะตอนเลือกหนังสือกับตอนกินข้าวเท่านั้น หนูดียังกลับมาบ้านตอนบ่ายอ่อนๆ แล้วสลบไปเลยครึ่งชั่วโมง แถมคืนนั้นหลังจากต้องใช้สมุนไพรช่วยปรับการนอนให้ แต่พอเดินเท่านั้น ง่วงไม่เกิน 3 ทุ่ม แล้วสลบไสลไม่ได้สติไปจนเช้า ไม่ต้องง้อยาเลย ก็เลยพบว่าวิธีการสยบเจ็ตแล็กที่ได้ผลมากๆ คือ การออกไปอยู่ในแดดให้ได้ตลอดทั้งวัน ไม่หลับเลย ดึงให้ได้เกิน 2 ทุ่ม และจะปรับตัวได้ง่ายมากภายในวันเดียว
เมื่ออยู่ที่ร้านหนังสือ หนูดีพยายามจะซื้อแผนที่ของเมืองซานฟรานฯ แบบพกพา แต่โดนเพื่อนห้าม บอกว่า มีสมาร์ตโฟนแล้ว ไม่ต้องซื้อแมปหรอก ให้ใช้แอพฯ และกูเกิลเอิร์ทเอา เธอบอกว่า เธอเองให้แอพฯ แผนที่ด้วยการใส่ Current Location และเสิร์ชเส้นทางเดินรถ เส้นทางรถเมล์ และเส้นทางการเดินเท้าด้วยวิธีนี้ เธอสามารถจำแผนที่ได้อย่างรวดเร็ว และปัจจุบันนี้เดินทางไปไหนก็ได้ทั้งนั้น เพราะ
อีกสิ่งหนึ่งที่อัญญ่าฝากเตือนเพื่อนๆ ที่จะมาซานฟรานฯ ว่า ห้ามใช้ไอโฟนในรถไฟใต้ดินและรถเมล์เด็ดขาด เพราะเธอห้ามทุกคน แต่มีเพื่อนคนหนึ่งไม่เชื่อ และหยิบไอโฟนขึ้นมาโหลดภาพในรถเมล์ และโดนกระชากวิ่งลงรถไปต่อหน้าต่อตา อัญญ่าบอกว่า เชื่อไหมภายในปีที่ผ่านมา เธอเห็นเหตุการณ์นี้สดๆ ถึง 4 ครั้งด้วยกัน เดาว่าตอนนี้ เศรษฐกิจตกต่ำมาก และมีคนโฮมเลสในซานฟรานฯ เยอะ รวมถึงเวลาที่เราเล่นสมาร์ตโฟน เราจะเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทำให้ไม่ระวังตัวเท่าที่ควร ใครมาเยือนเมืองนี้ อย่าหยิบโทรศัพท์มาเล่นสุ่มสี่สุ่มห้านะคะ เดี๋ยวจะหาว่าอัญญ่าไม่เตือน
ส่วนเรื่อง “เครื่องนับก้าว” วันนั้นเรากลับมาบ้าน อัญญ่าหยิบขึ้นมาพบว่า เราเดินกันไปชิลชิล 1.2 หมื่นก้าว เหนื่อยแบบกำลังสวย นอนหลับสบายสุด จากนั้นหนูดีก็ติดใจ จะไปไหนในซานฟรานฯ ตอนนี้ขอเดินไว้ก่อนเลยค่ะ ส่วนวิธีการใส่ “เครื่องนับก้าว” หากใครสนใจ ก็ขอให้เหน็บไว้กับเข็มขัดนะคะ อย่าเหน็บขอบกางเกง และให้เหน็บไว้ฝั่งที่เป็นขาข้างที่ถนัดที่สุดของเราค่ะ
ส่วนใครอยากเห็นบรรยากาศสวยๆ ระหว่างที่หนูดีเดินในซานฟรานฯ อย่าลืมเข้าไปที่ Instagram ในชื่อ BrainyBrownie ค่ะ มีภาพสวยๆ มาฝากกันทุกวัน และสิ่งหนึ่งที่ตั้งใจไว้คือ หลังจากนี้กลับเมืองไทยแล้ว ก็จะพยายามเดินให้เยอะขึ้น ทั้งเดินระหว่างวัน เดินขึ้นลงบันได เดินไปมาระหว่างช็อปปิ้ง ฯลฯ เพราะการเดินน่าจะเป็นการออกกำลังที่ง่ายและสะดวกที่สุดแล้วค่ะ







